Nokia E66
สัดส่วนภายนอก
ถ้าเป็นวัว ก็ต้องบอกว่า E65 มีเชื้อพ่อพันธุ์แรงมาก เพราะ E66 ที่เป็นรุ่นลูกรุ่นหลานมีหน้าตาคล้ายของเดิมอย่างกับแกะ (อ้าว เมื่อกี๊บอกวัว) ลักษณะรูปร่างยังคงเป็นฝาสไลด์ที่หลายคนชอบ เพราะทำให้จอมีขนาดใหญ่ได้โดยที่ไม่ต้องเบียดเบียนปุ่มกด แถมสไลด์รับ-วางสายได้สะดวกอีกต่างหาก
องค์ประกอบของ E66 มีเยอะมาก ไม่แพ้อุปกรณ์จำพวกพีดีเอโฟนซักนิด สิ่งที่ผมชอบเห็นจะเป็นเซ็นเซอร์รับแสง และปุ่มลัดที่เข้าสู่ปฏิทินและข้อความได้อย่างรวดเร็ว เหมาะกับคนที่ต้องติดต่อสื่อสารอยู่ตลอดเวลา ส่วนปุ่มดอกจันก็กดค้างเพื่อเปิดปิดบลูทูธได้ เรียกว่าทำงานคนละขั้วโลกกับเอ็นซีรี่ยส์เลย
จะว่าไปอีซีรี่ยส์รุ่นนี้ก็ได้รับอิทธิพลด้านการออกแบบมาจาก E51 เหมือนกัน ทั้งรูปแบบปุ่มกดและฝาหลังนี่แทบจะถอดกันมา และคงไว้ซึ่งความเป็นโลหะรอบกายเช่นเคย ด้านหน้ามีไฟกะพริบแอบซ่อนอยู่ใต้ปุ่ม 5 ทิศ ล้อมรอบไว้ด้วยปุ่มต่างๆ ที่เมื่อครู่เล่าให้ฟังไปแล้ว ด้านหลังเจอแผ่นสเตนเลสสตีลขนาดใหญ่ เหนือขึ้นไปเป็นเลนส์กล้อง แฟลชแบบแอลอีดี และกระจกส่องตัวเอง
การแกะฝาหลังทำได้โดยบีบปุ่มล็อคที่อยู่ข้างตัวเครื่องทั้ง 2 ฝั่งพร้อมกัน นอกนั้นเราจะเห็นว่า E66 มีชัตเตอร์ 2 จังหวะ อินฟราเรดพอร์ตที่พลิกสวรรค์ทลายนรกกลับชาติมาเกิดอีกครั้ง ปุ่มรับคำสั่งเสียง ปุ่มปรับเสียง รูเสียบหูฟังแจ็ค 2.5 ม.ม. ไมโครยูเอสบีพอร์ต และรูอีกมากมายให้เสียบสายนู่นนี่ แต่คุณอาจไม่เห็นสล็อตใส่ไมโครเอสดีใช่ไหมล่ะ ไม่ต้องห่วงครับ เพราะว่ามันไม่ได้อยู่ลึกลับซับซ้อนอะไร แค่แกะฝาหลังออกก็จะเจอมันเข้า คงไม่ยากเกินไปสำหรับการโอนไฟล์ใช่ไหมล่ะครับ
ชำแหละเครื่องใน
ถ้าตัดเรื่องมัลติมีเดียออกไป นี่คือโทรศัพท์ที่สมบูรณ์แบบที่สุดตัวนึงเลยก็ว่าได้ หน้าจอ 2.4 นิ้วของมันสามารถหมุนได้อัตโนมัติผ่านแอคเซเลโรมิเตอร์ในตัว ทำให้การแสดงเอกสาร การเปิดเว็บเพจ การดูไฟล์ภาพ ไฟล์วิดีโอ และการใช้งานแผนที่โนเกีย แม็ปส์ทำได้อย่างสะดวกมาก
นอกจากนี้ เซ็นเซอร์ดังกล่าวยังช่วยให้เราปิดเสียงเรียกเข้าได้เพียงแค่พลิกฝ่ามือเท่านั้นเอง
การเชื่อมต่อถือว่าหาที่สมบูรณ์กว่านี้ไม่ได้แล้ว เพราะมีทั้งไวไฟ บลูทูธ 2.0 ไมโครยูเอสบี อินฟราเรด รวมทั้งภาครับจีพีเอสที่ทำงานกับแผนที่ได้อย่างยอดเยี่ยม เนื่องจากซีพียูมันแรงพอกับราคาน้ำมันในตอนนี้เลย อย่างไรก็ดี เบื้องหลังความสุดยอดที่ต้องพูดถึงคือระบบปฏิบัติการซิมเบียน 9.2 ตัวเก่าครับ
แม้จะเป็นซิมเบียนตัวเก่า แต่โนเกียปรับปรุงเมนูใหม่ทั้งหมด ทั้งการเคลื่อนไหว ความสวยงาม และประโยชน์ใช้สอยที่พัฒนาขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ยกตัวอย่างเช่น โหมดสวิทเชอร์ที่คอยเปลี่ยนหน้าจอหลักให้เหมาะกับการใช้งานในแต่ละวัน อันนึงอาจจะเป็นโหมดทำงานที่เต็มไปด้วยไอคอนอีเมล์ การเชื่อมต่อ ฯลฯ
ีกอันตั้งไว้เป็นโหมดพักผ่อน ที่ลัดเข้าสู่เครื่องเล่นเพลง กล้องถ่ายภาพ และฟังก์ชั่นมัลติมีเดียอื่นๆ ได้อย่างสะดวก ปฏิทินก็มีพื้นที่ด้านล่างสำหรับแสดงรายการนัดหมาย หรือเมื่อกดขวาในรายชื่อสมุดโทรศัพท์ ก็จะทำการส่งเอสเอ็มเอสหาเบอร์นั้นได้ทันที นี่ยังไม่หมดนะครับ แต่เอามาเล่าไม่ไหวแล้ว
ปิดด้วยความประหลาดใจของผมอีกเล็กน้อย ตามสเป็กของโนเกียจะระบุไว้ว่า E66 ถ่ายวิดีโอได้ที่ความละเอียด 640 x 480 พิกเซล 22 เฟรมต่อวินาที ซึ่งผมลองปรับดูแล้วยังไงก็สูงสุดแค่คิววีจีเอเท่านั้น อาจเป็นเพราะเฟิร์มแวร์ยังไม่สมบูรณ์หรืออย่างไร ยังไงผมเชื่อว่าผู้นำตลาดคงไม่มานั่งโกหกเหมือนพวกมือถือโออีเอ็มหรอกนะ
กูรูฟันธง
เดิมทีอีซีรี่ยส์มักจะให้ความสำคัญกับเรื่องธุรกิจหรือการติดต่อจนลืมเรื่องมัลติมีเดียไป อย่างรุ่นแรกๆ นี่ตัดกล้องออกด้วยซ้ำ ลำโพงก็ห่วยเหลือรับประทาน แต่พอปรับเล็กปรับน้อยจน E66 ได้ถูกเติมเต็มในด้านความบันเทิง และการทำงานด้านอื่นมากขึ้น อย่างการใส่ชิปเซ็ตจีพีเอส เซ็นเซอร์หมุนจอ กล้องออโต้ โฟกัส และจอขนาดใหญ่มาให้ ความสุดยอดเลยปรากฏขึ้นมาทันตา
น่นอนว่าถ้าคุณไม่ได้เป็นกังวลเรื่องเพลง เรื่องกล้อง หรือแกลเลอรี่อะไรเทือกนั้นจนเกินไป โทรศัพท์สไลด์ตัวนี้ถือได้ว่ายอดเยี่ยมกระเทียมสด ใส่มะนาวและพริกเพิ่มความแซ่บได้เด็ดดีเหลือเกิน
ข้อดี
- จอใหญ่ 2.4 นิ้ว
- มีเซ็นเซอร์หมุนจอและดับเสียงเรียกเข้า
- ตัวเครื่องส่วนใหญ่ทำจากโลหะ
- การเชื่อมต่อครบด้านที่สุดแล้ว
- มีการปรับปรุงโอเอสใหม่ และใช้โหมด สวิทเชอร์
- กล้องดิจิตอล 3 เมกะพิกเซล เอเอฟ
- แบตเตอรี่ 1,000 มิลลิแอมป์ ใช้ได้ยาวนาน
- แอพพลิเคชั่นในเครื่องมีความหลากหลาย
ข้อเสีย
- ปุ่มชัตเตอร์ใช้ลัดเข้ากล้องไม่ได้
- เรื่องกล้องวิดีโอยังเป็นปัญหา (อาจได้รับการแก้ไข)
- โนเกียแม็ปส์ยังต้องปรับปรุงอีกเยอะ
- ใช้กล้องด้านหน้าถ่ายภาพไม่ได้ (เอ็นซีรี่ยส์ทำได้)
|