Nokia E50 - โนเกีย
สัดส่วนภายนอก
ไม่นานมานี้ สารภาพตามตรงว่าผมเกือบจะต้องเสียเงินให้เจ้าตัวยาว E50 ซะแล้ว เพราะว่ารูปทรงมันโดนใจเหลือเกิน แต่กลายเป็นว่าโทรศัพท์สุดคุ้มอย่าง 5500 กลับได้เงินผมไปแทนซะงั้น เอาเป็นว่าเรามาเข้าเรื่องของเราดีกว่าครับ รูปร่างของรุ่นนี้ทำให้ผมนึกย้อนไปถึงโทรศัพท์จอขาวดำตัวนึง ซึ่งอยู่ในซีรี่ยส์ 6 จะว่าไปตอนนั้นสายการผลิตดังกล่าวก็เปรียบเสมือนเจ้า E ในตอนนี้นี่แหละ พอนึกออกหรือเปล่าครับว่าผมกำลังพูดถึงรุ่นไหนอยู่ ก็เจ้า 6210 ไง ลองดูที่รูปได้เลยฮะ
ตัวเครื่องโดยรวมผมว่าทำได้ดีมาก เพราะประกอบได้แข็งแรงดี อีกทั้งมีส่วนประกอบที่เป็นโลหะหลายส่วนด้วยกัน ทั้งกรอบด้านหน้าและฝาครอบแบตเตอรี่ด้านหลัง ปุ่มกดทั้งหมดนี่แน่นปึกอย่าให้บอก แต่ไม่ต้องกังวลว่าจะกดได้ยากเลยครับ ปุ่มเดียวที่ผมไม่ชอบคือจอยสติ๊กนี่แหละ แม้ว่าจะปูดโปนออกมาจากตัวเครื่องค่อนข้างมาก แต่เวลาเลื่อนทีมันไม่ค่อยขยับเท่าไหร่ เรียกว่าไม่ได้ฟีลลิ่งในการกดว่างั้นเหอะ
ส่วนประกอบโดยรอบนั้น มีเยอะแยะตามประสาโทรศัพท์ฉลาดๆ อย่างด้านขวาจะเป็นปุ่มดินสอที่ทำงานด้านการแก้ไขข้อความ ปุ่มลัดเพื่ออัดเสียง และลำโพงมัลติมีเดีย ส่วนด้านซ้ายเป็นอินฟราเรดและปุ่มปรับเสียง ด้านล่างไม่มีอะไรนอกจากป็อป พอร์ต และรูเสียบสายชาร์จรูเล็ก ด้านบนนั่นปุ่มเปิดปิดเครื่องแบบมัลติฟังก์ชั่น สุดท้ายด้านหลังคือเลนส์กล้องที่มาโดดๆ ไม่มีกระจกหรือแฟลชใดๆ ทั้งสิ้น
 |
ชำแหละเครื่องใน
จะว่าไปรุ่นนี้ก็เหมือนกับรุ่นพี่ๆ ในซีรี่ยส์เดียวกันนะ พวกโปรแกรมหรือลูกเล่นในเครื่องค่อนข้างเอื้ออำนวยต่อการใช้งานทางด้านธุรกิจ อย่างปุ่มอัดเสียงด้านข้างที่มาช่วยในการบันทึกเสียง อาจจะเป็นการเก็บเบอร์ลูกค้าแบบเร่งด่วน หรือการเตือนความจำเรื่องต่างๆ แทนที่จะเป็นปุ่มเล่นเพลงเหมือนกับพวกมัลติมีเดีย โฟน และพวกแอพพลิเคชั่นทั้งหลายก็เป็นพวก อโดบี้ รีดเดอร์ที่เอาไว้อ่านไฟล์เอกสารอย่างพีดีเอฟ ควิกออฟฟิศที่ใช้อ่านไฟล์เอกสารจากค่ายไมโครซอฟท์ หรือจะเป็นบิซ ซอฟท์แวร์ที่จะให้เราโหลดโปรแกรมทางด้านธุรกิจเพิ่มเติมอย่างพวกพุช อีเมล์ และที่เขาเน้นมาให้เลยคือ ระบบพีบีเอ็กซ์ที่หลายคนเข้าใจผิดว่า E50 สามารถใส่สองซิมได้ จริงๆ แล้วระบบนี้เป็นระบบที่ทำงานระหว่างเครือข่ายมือถือและโทรศัพท์บ้าน (Fixed lines) เมืองไทยใช้ได้หรือเปล่าผมยังไม่รู้เลย แหะๆ
 |
ความเป็นธุรกิจผมก็ได้กล่าวไปแล้ว ทีนี้มาดูเรื่องทั่วไปกันต่อ E50 มีกล้องกลับมาให้ผู้ใช้ถ่ายรูปอีกครั้งหนึ่ง หลังจาก E61 และ E60 ได้ทำหายไป แม้ว่าจะไม่ได้มีลูกเล่นเหมือนกับซีรี่ยส์ N แต่ก็สามารถใช้งานทั่วไปได้ และนอกจากนี้ ไวไฟของรุ่นก็หายไปด้วย คงเป็นเพราะว่ามันมีราคาถูกกว่าชาวบ้านด้วยกระมัง สิ่งที่ยอดเยี่ยมอีกอย่างคือ จอแสดงผลที่มีความละเอียดสูงมาก เรียกว่าเกาะคอ N73 ได้สบาย เพียงแต่ขนาดอาจจะเล็กกว่าเท่านั้นเอง ส่วนเรื่องความละเอียดนี่ไม่แพ้กันแน่นอน
อีกหนึ่งฟังก์ชั่นที่อยากนำเสนอเอาไว้คือ การอ่านข้อความและเมนูออกเป็นเสียงครับ โดยการอ่านทั้งสองประเภทนี้เหมาะสำหรับตอนที่เราไม่ว่างมองหน้าจอมาก อย่างตอนขับรถ หรือไม่ก็อาจจะเหมาะสำหรับคนที่พิการทางสายตา ยิ่งไปกว่านั้น รุ่นนี้มีระบบค้นหาข้อมูลที่อยู่ในเครื่องด้วยนะ ใครที่มีข้อความ อีเมล์ นัดหมาย รายการสิ่งที่ต้องทำมากๆ คงจะเข้าใจได้เป็นอย่างดีว่าระบบการค้นหาถือเป็นสิ่งจำเป็นขนาดไหน ปิดท้ายด้วยเรื่องบันเทิงบ้าง รุ่นนี้ยังคงมีเครื่องเล่นเพลง เรียล เพลเยอร์ และแฟลช เพลเยอร์ตามมาตรฐานของซิมเบียน แหม่ ชีวิตนี้จะให้เครียดแต่เรื่องงานอย่างเดียวได้ไงล่ะครับ
กูรูฟันธง
อันที่จริงไม่ต้องเป็นนักธุรกิจ ไม่ต้องติดต่องานมากมายก็ซื้อรุ่นนี้มาใช้ได้ครับ เพียงแต่กลุ่มเป้าหมายหลักที่โนเกียหมายหัวอยู่คือคนกลุ่มนี้มากกว่า กลุ่มอื่นจะสอยมาใช้บ้างก็ดี ยังไงก็เป็นการเพิ่มยอดขายให้กับโนเกียอยู่แล้ว บางคนชอบบอกว่านักธุรกิจมีเงินเขาไม่ใช้รุ่นเล็กแบบนี้หรอก ผมว่าน่าจะปรับความคิดใหม่ได้แล้วนะ สรุปแล้ว ผมชอบรุ่นนี้ตรงที่มีขนาดเล็ก รองรับงานด้านออฟฟิศได้ดี และมีกล้องติดมาให้ซะทีครับ
ข้อดี
- จอแสดงผลละเอียด สวยงามมาก
- กล้องระดับ 1.22 ล้านพิกเซล
- ระบบค้นหาข้อมูลในตัวเครื่อง
- การเชื่อมต่อมีทั้งบลูทูธ อินฟราเรด และเอดจ์ คลาส 10
- ระบบพีบีเอ็กซ์ในตัว
- ระบบการอ่านเมนูและข้อความเป็นเสียง
- หน่วยความจำขนาดใหญ่ สามารถเพิ่มได้อีกด้วย
ข้อเสีย
- กล้องที่ไม่มีกระจกเงาและแฟลชให้
- ลำโพงไม่ค่อยดังเท่าไหร่
- จอยสติ๊กกดได้ลำบากนิดหน่อย
- ไม่สามารถแสดงผลในแนวนอนได้
|