Nokia 9300
หลายคนคงขยาดกับขนาดที่ใหญ่มหึมาของโนเกีย 9500 จนไม่กล้าซื้อมาใช้งาน แต่นั่นก็เป็นเพียงอดีตไปแล้ว เมื่อน้องใหม่ไฟแรงอย่าง 9300 ที่เพิ่งคลอด คลานตามกันออกมาอย่างไม่ห่าง เป็นการเพิ่มทางเลือกอีกทางหนึ่งให้กับผู้บริโภคที่ต้องการใช้ความสามารถขั้นสูงของโทรศัพท์มือถือ แถมด้วยหน้าตาที่ดูทันสมัยมากยิ่งขึ้น บวกกับขนาดที่ถูกย่อส่วนลง ทำให้เหมาะกับผู้ใช้ที่มีอายุน้อย และจะพกพามันไว้กับตัวไปทุกที่ เพื่อการติดต่อสื่อสารที่ครบครันให้สมกับเป็นคอมมิวนิเคเตอร์อย่างแท้จริง
Physical Appearance
ความยาวที่สั้นลงกว่า 10 เซ็นติเมตรน่าจะบอกถึงขนาดที่เล็กลงได้เป็นอย่างดี นั่นคือสิ่งที่ผู้ใช้หลายคนต้องการให้เป็น เพราะว่า 9500 ไม่เหมาะอย่างยิ่งกับการพกพาใส่กระเป๋ากางเกงเป็นแน่แท้ ทำให้เรียกมันว่าคอมมิวนิเคเตอร์ตัวจิ๋วก็ยังได้ โดยส่วนประกอบโดยรวมของเครื่องทั้งหมด ยังมีให้ใช้งานอย่างไม่ด้อยไปกว่ากัน ไม่ว่าจะเป็นคีย์บอร์ดแบบ QWERTY หน้าจอแบบยาวเพื่อการแสดงผลที่ดี ปุ่มจอยสติ๊กบังคับทิศทาง และซอฟท์คีย์ เป็นต้น
อย่างที่บอกไปแล้วในบททดสอบของ 9500 ที่เราจะต้องใช้งานโทรศัพท์รุ่นนี้เป็นสองส่วน คือที่เป็นมือถือธรรมดา และเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์เมื่อกางออก แต่ข้อจำกัดตรงนี้ก็ได้ถูกแก้และปรับแต่งให้ดีขึ้นจากรุ่นพี่ในเรื่องของขนาด และน้ำหนักนั่นเอง ดังนั้น เรามาพูดถึง ส่วนประกอบด้านนอกกันก่อนดีกว่า เรื่องของปุ่มผมจะเอาไปพูดไปหัวข้อถัดไป ส่วนอื่นจะมีช่องลำโพงที่อยู่ใกล้กับข้อต่อฝาพับ และด้านหลังจะเป็นยางเส้นสองอันแปะติอยู่ที่หัวและปลายเครื่อง ทำหน้าที่ยึดกับพื้นผิวไม่ให้ลื่นเมื่อเรากำลังใช้งานเป็นคอมพิวเตอร์ครับ ส่วนฝาหลังของมันจะมีตัวล็อคที่เกี่ยวขึ้นมา เมื่อจะเปิดออกก็เพียงจิ้มตัวล็อคนี่ลงไป แล้วเลื่อนฝาก็เป็นอันเสร็จพิธี พอเปิดฝามาจะเจอทั้งแบต ช่องเสียบการ์ดหน่วยความจำ และซิมการ์ด โดยการ์ดหน่วยความจำนี้เองสามารถถอดออกได้โดยไม่ต้องปิดเครื่องครับ เพราะมันไม่ได้ไปอยู่ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับแบตเตอรี่
พอเปิดฝามาก็อาจจะงงนิดหน่อยว่าทำไมรุ่นนี้มันไม่มีตัวล็อคเหมือนกับรุ่นพี่ของมัน เท่าที่ดูเป็นเพียงการประกบเอาไว้ แต่คิดว่าไม่น่าจะเปิดได้อย่างง่ายดาย เพราะแข็งอยู่เหมือนกัน นอกจากทำหล่น อันนี้ฝาคงกระจุยแน่ ที่ด้านในจะพบกับลำโพงอีกตัวหนึ่งที่วางอยู่ใก้กับลำโพงด้านนอก น่าจะมากจากตัวเดียวกัน แต่แยกกันใช้งานได้ครับ
เรื่องของความแข็งแรงและการจับถือใช้งานถือว่าทำได้ยอดเยี่ยม เพราะไม่มีอาการหลวมของชิ้นส่วนอุปกรณ์ และตอนถือคุยก็ทำได้สบายมือกว่าตัวเก่าเยอะ จะคุยนานหน่อยก็ไม่เมื่อยมือแล้ว อย่างเดียวที่คิดว่าพอนานเข้าอาจจะไม่แน่นเหมือนเคยก็คือ ฝาพับมันนั่นเอง เนื่องจากตัวล็อคก็ไม่มี ถึงตอนนั้นคงต้องเข้าศูนย์อย่างเดียว ไม่อย่างนั้นคงต้องพึ่งหนังสติ๊กแล้วล่ะ
Five-Way Navigation Key & QWERTY Keyboard
ตรงนี้ถือว่าเทียบเท่ากันได้ทั้งสองรุ่นเลย เพราะการใช้งานถอดแบบกันมาเปี๊ยบ แต่ดูแล้วปุ่มด้านนอกของ 9300 จะกดได้ง่ายกว่า ส่วนประกอบต่างๆ ของปุ่มที่อยู่ด้านนอกจะมีปุ่มบังคับทิศทางที่มีปุ่มกดยืนยันตรงกลาง สามารถใช้งานเป็นคีย์ลัดได้ พร้อมซอฟท์คีย์สองฝั่ง นอกนั้นปุ่มตัวเลขก็ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ ส่วนปุ่มเปิดปิดเครื่องจะวางอยู่ด้านบนใกล้กับจอแสดงผล สรุปให้ว่าทุกปุ่มสามารถใช้งานได้ง่าย และกดได้สบายนิ้วสุดๆ ครับ
ส่วนข้างในผมคงไม่อธิบายถึงปุ่มทุกปุ่ม ไม่อย่างนั้นคงเขียนไม่หมดเป็นแน่ ปุ่มหลักที่ใช้งานบ่อยๆ เลยคื่อ จอยสติ๊ก 5 ทิศทางที่อยู่ตรงมุมขวาล่าง อาจจะใช้งานได้ดีด้วยนิ้วชี้เสียมากกว่า อย่างไรก็ดี เราเพียงแตะมันนิดเดียวเคอร์เซอร์ก็วิ่งแล้ว ถือว่าผ่านตรงจุดนี้ไปได้ ถัดมาเป็นปุ่มซอฟท์คีย์ 4 ปุ่มที่อยู่ทางด้านขวาของจอแสดงผลแบบยาว ให้เราเลือกใช้งานต่างกันไปตามแต่ละเมนู อีกอันเป็นแผงปุ่มลัดเข้าสู่เมนูหลักๆ ทั้งหลาย อย่าง Desk, Telephone, Messaging, Web, Contacts, Documents, Calendar, และ My own โดยปุ่มสุดท้ายนี้ให้เราเลือกตั้งเมนูที่ต้องการไว้เองตามใจชอบ ปิดกันด้วยการใช้งานปุ่มที่เป็นสัญลักษณ์สีฟ้า อย่างเช่น บลูทูธ อินฟราเรด หรือการปรับความสว่างจอ ฯลฯ วิธีใช้ก็เหมือนกับ 9500 ที่ให้เรากดปุ่ม Chr ค้างเอาไว้ก่อนแล้วตามด้วยปุ่มสีฟ้าทั้งหลายนั่นเอง
 |
 |
Symbian 7.0s Operating System on Platform Series 80
ยกกันมาเห็นๆ สำหรับระบบปฏิบัติการของรุ่นนี้ เมื่อเทียบกับของ 9500 ซึ่งแน่นอนว่าหากมีคีย์บอร์ดเป็นตัวป้อนข้อมูลแล้วจะต้องเป็นแพลทฟอร์ม 80 แน่นอน อาจจะเข้าเมนูได้ไม่เร็วเท่าแพลทฟอร์ม 90 เพราะอันหลังนี่ใช้จิ้มเอาที่หน้าจอเลยนี่นา แต่การป้อนข้อมูลไม่ได้ด้อยกว่าเป็นแน่ โดยรุ่นนี้จะใช้ CPU ในการประมวลผลแบบ ARM9 ความเร็ว 150 MHz เท่าที่ลองกดดูยังพบอาการหน่วงในการเข้าโปรแกรมบางอันอยู่ อาจจะเป็นเพราะโปรแกรมมี ขนาดใหญ่ก็เป็นได้ แต่สิ่งสำคัญเลยคือ แอพพลิเคชั่นต่างๆ ที่ออกมายังไม่หลากหลายเท่ากับของแพลทฟอร์ม 60 ทั้งหมดนี้เอง ตัวเครื่องที่ผมทดสอบยังไม่รองรับภาษาไทย สำหรับเครื่องที่จำหน่ายจะรองรับภาษาไทย อ่านและเขียนได้แน่นอนครับ การแสดงผลนั้นจะมีแบ่งไว้เป็นหมวดหมู่อย่างชัดเจน 4 ทางเลือกคือ Personal / Office / Media / Tools ปิดด้วย การเปลี่ยนโครงสร้างสีหลายแบบหลากสไตล์ตามใจชอบ ก็ดูแล้วทำให้เมนูสวยงามขึ้นเยอะ
ในขณะเดียวกัน ที่เมนูด้านนอกจะมีอยู่ไม่กี่รายการ ซึ่งก็คล้ายกับของโนเกียเดิม คือเป็นรายการแนวตั้งแสดงผลด้วยไอคอน ขนาดใหญ่ รวมทั้งเปลี่ยนโครงสร้างสีได้เช่นกัน อีกอย่างคือ เราสามารถสร้างเมนู Go to เพื่อเอาเมนูที่ใช้งานบ่อย มารวมไว้ที่เดียวกัน เพิ่มความรวดเร็วในการทำงานครับ
Dual 65,536 Color TFT Display
จอแสดงผลก็เช่นกันที่ลอกกันมาเลย ทั้งความละเอียดของพิกเซล จำนวนสี และความสวยงาม แทบจะมองไม่เห็นความต่างเลย แม้แต่น้อย หน้าจอด้านนอกมีขนาด 128 x 128 พิกเซล ใช้จอ ชนิด TFT ที่แสดงผลได้ 65,536 สี ส่วนจอหลักจะใช้ TFT 65,536 สี เหมือนกัน และขนาด 4 640 x 200 พิกเซล ก็ไม่ธรรมดาเหมือนกัน ซึ่งเหมาะกับการทำงานกับไฟล์เอกสาร และเปิดเว็บดูเป็นอย่างมาก แต่ที่เหมือนกันอีกอย่างก็คือ หน้าจอด้านในนี้จะติดอยู่ตลอดเป็นการสแตนด์บายแม้ตอนปิดเครื่องแล้ว แต่ไม่ใช่ว่าพองับฝาพับลงไปแล้วมันจะยังสว่างอยู่นะครับ และก็ยังดีที่หากเราเปิดทิ้งเอาไว้นานๆ มันจะดับลงไปเองเพื่อการ ประหยัดพลังงาน ทั้งนี้เอง เราสามารถปรับความสว่างของหน้าจอได้เช่นกัน หากปรับไปที่ระดับสูงสุดพบว่ามีความสว่างมาก จอดูสดใสจริงๆ เรื่องวอลเปเปอร์อันนี้ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะเปลี่ยนได้ทั้งสองจอเลยล่ะ
Polyphonic & True Ringtone
ผมคิดว่าลำโพงของรุ่นนี้ให้เสียงที่ดีกว่า 9500 อีกนะ อันนี้ต้องให้ท่านผู้อ่านลองพิจารณาเทียบกันเอาเองดีกว่า โดยลำโพงที่ว่า นี้เองจะอยู่ตรงหัวเครื่องใกล้ฝาพับ ให้เสียงที่ดังและสดใสราวกับฟังจากวิทยุเลยทีเดียว แถมความดังก็อยู่ในระดับที่สามารถ ได้ยินในที่ที่มีเสียงดัง เข้าเรื่องดีกว่า ริงโทนของรุ่นนี้สามารถใช้ไฟล์ MP3 มาเป็นเสียงเรียกเข้าแบบทรูโทนได้ รวมไปถึงไฟล์ AAC AMR WAV และ MIDI ที่เป็นโพลีโฟนิคแบบเก่า และเช่นเคย มันไม่สามารถสั่นได้ครับพ่อแม่พี่น้อง เซ็งไปตามระเบียบ นอกจากนี้ การใช้งานโพรไฟล์ก็มีมาให้เลือก 6 แบบด้วยกัน เพิ่มโหมดออฟไลน์เข้าไปหากเราต้องการใช้ฟังก์ชั่นอื่นในโทรศัพท์ แต่ว่าอยู่ในที่ที่ใช้สัญญาณไม่ได้
Multimedia Functions
พระเอกของเราในหัวข้อนี้ก็คือ Real Player โปรแกรมเล่นมีเดียทั้งหลายที่เป็นที่นิยมมากที่สุดโปรแกรมหนึ่ง ความจริงแล้วตัวนี้กลับยังเป็นเวอร์ชั่นเก่า ที่เอาไว้เล่นไฟล์วิดีโออย่างเดียว ยังไม่สามารถเล่นไฟล์เสียงในรูปแบบต่างๆ ได้ เท่ากับว่าเราจะใช้โปรแกรมนี้ในการวิดีโอ จะเป็นหนังทั้งเรื่องก็ไม่ผิดนัก ฟอร์แมทที่รองรับจะเป็น 3GP ที่มาจากกล้องติดมือถือ (ของรุ่นอื่น) หรือMPEG4 และ ไฟล์ rm ของ Real Player ที่หาได้ไม่ยากนักตามอินเตอร์เน็ต และอีกอย่าง Real Player ของรุ่นนี้ยังดูทีวีผ่านเครือข่าย EGPRS (EDGE) ได้ ความเร็วต้องยกให้อยู่แล้ว แต่ระบบยังรองรับไม่ได้สมบูรณ์อยู่ดี ต้องรอดูกันต่อไป คุณสมบัติทั่วไปของมันยังมีการดูแบบเต็มจอ การเร่ง FF/RWD และการเล่นแบบ Repeat ครับ
หากเราจะฟังเพลงให้ลองใช้โปรแกรม Music Player ในเครื่องแทนจะดีกว่า โดยมันสามารถเล่นไฟล์เพลงได้หลากหลายอย่างที่ ผมได้บอกไปแล้วในส่วนของเสียงเรียกเข้า ไม่ว่าจะเป็น MP3 WAV AMR AAC MIDI ก็ไม่เป็นปัญหา ลูกเล่นมีอยู่บ้าง ที่สามารถเล่นเป็นรายการเพลง เล่นซ้ำ และเล่นสุ่มได้ รวมไปถึงการเร่ง FF/RWD เช่นเดียวกัน
Other Applications
4 ตัวหลักที่ผมจะพูดในหัวข้อนี้คือ Documents, Sheets, Presentations แล้วก็ File manager โดยการทำงานคร่าวๆ ของ Documents ก็คือ เอาไว้จัดการกับไฟล์งานเอกสารที่มาจาก MS Office ในเครื่องคอมพิวเตอร์ Sheets เช่นกันที่ใช้ร่วมกับไฟล์ตารางที่มาจาก MS Excel ส่วน Presentations ก็ทำงานได้กับ MS PowerPoint ปิดด้วย File manager ก็ตามชื่อเลยที่เอาไว้ใช้งานในการจัดการไฟล์ที่มีอยู่ทั้งในเครื่องและการ์ด
ลงลึกกันหน่อยที่ Documents ที่เราสามารถแนบไฟล์แบบต่างๆ ทั้งรูปภาพ และตารางลงไปในหน้าที่เรากำลังพิมพ์อยู่ได้ อีกทั้งการเปลี่ยนรูปแบบฟ้อนท์ ขนาด ปรับให้เป็นตัวหนา ตัวเอียง ขีดเส้นใต้ ใส่บุลเล็ต ย่อหน้า ฯลฯ เรียกว่า MS Word ทำอะไรได้ ตัวนี้ก็ไม่น้อยหน้า ถัดมาเป็น Sheets ที่สามารถใส่สูตรลงไป เพื่อทำการคำนวณได้เช่นกัน หรือจะเป็นการปรับค่า ทั่วไป ก็เหมือนกับ Excel อีกนั่นล่ะ อัดสุดท้ายนี้คงไม่ต้องบอก Presentations ใช้ในการสร้างงานนำเสนอขึ้นมา โดยการเพิ่มสไลด์เข้าไปทีละหน้า รวมถึงการใส่รูปภาพ และเอฟเฟ็คต่างๆ เพื่อทำให้งานดูน่าสนใจยิ่งขึ้น ปิดด้วยเครื่องคิดเลขทางวิทยาศาสตร์ (Scientific Calculator) ที่สมัยเรียนต้องซื้อมาใช้อันละหลายร้อยก็มีให้โดยไม่ต้อง เสียเงินเพิ่มแต่อย่างใด
80 MB Internal Memory Expanded by MMC
หน่วยความจำแบบไดนามิคในตัวเครื่อง 80 เมกะไบต์ถือว่าใหญ่มาก ราวกับว่า 9300 เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดพกพา เลยทีเดียว แถมเพิ่มได้ด้วย MMC ที่เปลี่ยนแบบ Hot swap อีกต่างหาก ในกล่องแถมมาให้ขนาด 64 เมกะไบต์ ทำให้เราใช้งาน เจ้ายักษ์น้อยได้อย่างเต็มความสามารถ ทั้งนี้เราจะเอาไว้เก็บไฟล์ภาพ เสียง โปรแกรม เบอร์โทรศัพท์ และข้อความ รวมทั้งไฟล์ทั่วไปก็เอามาเก็บไว้ในเครื่องได้เหมือนกัน
Picture Phonebook & Call Log
การแสดงรูปผู้โทรเข้าที่จอด้านนอกนั้นสามารถทำได้ สิ่งที่เห็นตอนมีคนโทรเข้าก็คือชื่อหรือเบอร์ของคนนั้น หากต้องการดูหน้าผู้โทรเข้าจริงๆ ให้ไปดูที่จอด้านในดีกว่า ซึ่งขนาดก็ไม่ได้ใหญ่อะไรเลย ประมาณปลายนิ้วโป้งเท่านั้นเอง แต่นั่นเป็นเพียงส่วนเล็กของความสามารถที่มากมายในฟังก์ชั่นสมุดโทรศัพท์ เพราะมันเก็บเบอร์ได้เยอะมาก อีกทั้งใส่รายละเอียดในรูปแบบต่างไปได้แบบเต็มที่ทั้งเบอร์บ้าน มือถือ ออฟฟิศ แฟ็กซ์ เบอร์อื่นอีกร้อยแปด รวมทั้งที่อยู่ด้วย โดยเครื่องจะทำการแยกเบอร์ที่อยู่ในเครื่องและซิมออกเป็นคนละส่วน และค้นหาได้อย่างเหนือชั้นมาก เพราะเราหาได้จาก ทุกตัวอักษรของชื่อนั้นเลย อันนี้เป็นความสามารถที่เหมือนกับ 9500 ซึ่งผมจะไม่เขียนซ้ำอีกทีดีกว่า เดี๋ยวคุณผู้อ่านเบื่อ นอกจากนี้ การแบ่งกลุ่ม และการส่งเบอร์ด้วยอินฟราเรดและบลูทูธก็ทำได้ไม่ยากเลย ปิดด้วยการซิ้งค์ข้อมูลกับเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อจัดการสมุดโทรศัพท์ให้เรียบร้อยก็อำนวยความสะดวกได้เป็นอย่างมาก
ส่วน Cal l log จะเป็นแบบที่มีในสมาร์ทโฟนทั่วไป ซึ่งมีการบันทึกความเคลื่อนไหวของเครื่องตลิดเวลา ทั้งการโทรออก รับสาย สายไม่ได้รับ จำนวนข้อมูลที่รับส่งผ่านเครือข่าย ข้อความเข้าออก ฯลฯ โดยทั้งหมดจะบอกถึงเวลาและจำนวนหรือระยะเวลา การใช้ของรายการนั้นๆ ด้วย
Organizer
ด้วยความที่มีจอขนาดใหญ่ ทำให้เครื่องสามารถแสดงผลปฏิทินรายปีได้ รวมทั้งการแสดงผลแบบรายเดือนแต่ว่ามีรายละเอียด ของนัดหมายมาให้ข้างๆ เลย ทำให้ไม่ต้องกดเข้าไปมากมาย โดยเราสามารถเลือกดูได้หลายมุมมอง ทั้งวัน สัปดาห์ เดือน ปี ดูเป็น To do list หรือดูเฉพาะ Anniversary ของใครในแต่ละเดือนก็ได้ เท่าที่ลองกดดูในส่วนของปฏิทินนั้น จะให้เรา ใส่รายละเอียด สถานที่ เวลาเริ่มและสิ้นสุด รวมถึงการใส่โน้ต ตั้งเตือน และใส่สีแยกประเภทให้นัดหมายได้ ส่วนการใช้งาน To do list จะเป็นไปในแบบที่ต้องทำงานร่วมกับปฏิทิน ซึ่งก็ไม่ได้ยากกว่าใช้แบบมือถือทั่วไปสักนิด เพราะมีทั้ง Priority และ Due date ให้เลือกเหมือนกัน
ถัดมาเป็นโน้ตที่จะต่างออกไปจากการพิมพ์ใน Documets ตรงที่ จะมีลูกเล่นน้อยกว่า โดยเราสามารถพิมพ์ข้อความที่ต้องใช้งาน บ่อยไว้ที่หน้าจอ Desk ได้เลย ทั้งไฟล์มีขนาดเล็กกว่า จึงสะดวกต่อการส่งให้มือถือเครื่องอื่นครับ หากนึกภาพไม่ออกให้ลองคิดว่า เราใช้ Notepad กับ MS Word มันยากต่างกันอย่างไร อันนี้ก็เหมือนกัน
ส่วนที่เหลือจะเป็นการใช้งานนาฬิกาที่บอกเวลาได้ทั่วโลก ในขณะที่รายละเอียดอย่างรหัสนำหน้าเบอร์โทรศัพท์ เวลาพระอาทิตย์ขึ้นและตกก็มีมาให้ เอาไว้เพื่อการเดินทางไปรอบโลกจริงๆ สุดท้ายคือ การใช้งานเครื่องอัดเสียงที่อัดเป็นไฟล์ AMR จนกว่าหน่วยความจำจะเต็มทีเดียว ซึ่งบันทึกได้ทั้งเสียงธรรมดาและเสียงตอนคุยโทรศัพท์
Messaging System
ด้วยความที่เป็นคอมมิวนิเคเตอร์ ระบบรับส่งข้อความจึงมีโหมดของ Fax เพิ่มมาให้ จากเดิมที่มีในโทรศัพท์ทั่วไปอย่าง SMS MMS และ E-mail ก็รองรับอยู่แล้ว โดยการพิมพ์ไทยนั่นยังเป็นไปไม่ได้ แต่เราสามารถพิมพ์ข้อความได้จากทั้งหน้าจอด้านนอก ด้วยวิธีแบบเดิม หรือพิมพ์จากคีย์บอร์ดด้านในก็ได้ ถัดมาในเรื่องของ MMS จะให้เราแนบภาพไปกับข้อความเหมือนเดิม ส่วน E-mail นั้นรองรับแบบ IMAP4, POP3, APOP, SMTP, MIME, IMAP4-SSL/TLS, POP3-SSL/TLS, SMTP-SSL/TLS, และ OMA สุดท้ายคือ Fax ที่ผมยังงงอยู่เลยว่าตั้งค่าการใช้งานอย่างไร ต้องลองถามจากผู้รู้อีกทีครับ ทั้งหมดนี้สามารถเก็บไว้ในหน่วยความจำเครื่องได้แบบไม่อั้น เรียกว่าใครกิ๊กเยอะ ก็เก็บได้หมดครบทุกตัวอักษร
Java Application MIDP 2.0
อาจจะเป็นเพราะ 9300 ทำออกมาขายคนในวัยทำงาน เลยไม่มีเกมอะไรมาให้ ซึ่งเราอาจจะต้องไปหาโหลดกันเอาเอง ซึ่งก็ทำ ได้ไม่ยาก ผมหมายถึงตอนโหลดน่ะไม่ยาก แต่ตอนหาโปรแกมมาลงอันนี้ต้องคิดหนัก เพราะยังหาโปรแกรมที่เป็นจาวามาลง ได้น้อยอยู่
Connectivity
ความสามารถในการเชื่อมต่อความเร็วสูงแบบไร้สาย หรือ Wi-Fi ได้ถูกตัดออกไป เนื่องจากเป็นเครื่องรุ่นเล็กกว่า และทางโนเกียเองคงอยากจะสร้างความแตกต่างระหว่างรุ่นบ้าง ไม่อย่างนั้นรุ่นใหญ่จะขายได้อย่างไร ส่วนที่มีอย่างบลูทูธ อินฟราเรด และแท่นซิ้งค์ยังถือว่าพอเพียงสำหรับการใช้งานทั่วไป ซึ่งการเชื่อมต่อทั้ง 3 ทางนี้เองยังใช้งานร่วมกับ PC Suite เพื่อทำการซิ้งค์ข้อมูลจำพวกเบอร์โทร นัดหมายในปฏิทิน และโน้ต เพื่อใช้งานได้สองทางครับ
ถัดมาเป็นการเชื่อมต่อไร้สายผ่านเครือข่าย GPRS และ EDGE ที่ให้ความเร็วสูงสุดถึง 53.6 และ 236.8 กิโลบิตต่อ วินาทีตามลำดับ สองตัวนี้เราจะต้องใช้โปรแกรม Opera ที่รองรับ HTML และ xHTML ในเครื่องเพื่อทำการเซิร์ฟเท่านั้นเอง
Final Opinion & Conclusion
ผมจะขอสรุปแบบสั้นๆ แล้วกันสำหรับรุ่นนี้ เพราะความแตกต่างกับ 9500 แทบไม่มี จุดด้อยของมันน่าจะเป็นสิ่งที่ถูกตัดออกไป จากรุ่นก่อนอย่างกล้องดิจิตอล ไวร์เลสแลน และที่เดิมมีอยู่แล้วอย่างการไม่รองรับภาษาไทยเต็มรูปแบบ และระบบสั่นที่ขาดไป ทำให้รวมแล้วมีข้อเสียเยอะอยู่ แต่สิ่งเพิ่มเติมที่ทำให้เครื่องมีความน่าใช้มากขึ้นก็คือ การดีไซน์ที่สวยงามขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และขนาดบวกน้ำหนักที่ย่อมลงแบบสุดๆ นั่นเองที่ผมคิดว่าน่าจะดึงดูดผู้ใช้งานให้หันมาดูตัวนี้กันมากขึ้น แต่ข้อดีจริงๆ ของมันเลยก็มีเหมือนกันอย่าง จอแสดงผลขนาดใหญ่มหึมา การใช้งานกับไฟล์เอกสารในคอมพิวเตอร์ การมีคีย์บอร์ดเพื่อป้อน ข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว หน่วยความจำแบบสะใจ และการเชื่อมต่อที่ครบแล้ว ทำให้ Nokia 9300 เหมาะกับผู้ใช้กลุ่มเดียวกับ 9500 ซึ่งก็คือนักธุรกิจที่ต้องการความรวดเร็วในการติดต่อ และต้องการอะไรที่มากกว่ามือถือธรรมดาจะมีครับ
|
|
หน้าจอขณะสแตนด์บาย |
แก้ไขไฟล์ตาราง |
|
|
ใส่โน๊ตย่อไว้ที่หน้าจอ Desktop |
สร้างไฟล์งานนำเสนอ |
 |
 |
ดูคลิปวิดีโอด้วย Real Player |
เล่นเว็บแบบคอมฯได้ทันที |
Strength
-ระบบปฏิบัติการซิมเบียน 7.0s
-จอแสดงผลขนาดใหญ่
-รองรับมัลติมีเดียทุกรูปแบบ
-รองรับการทำงานกับไฟล์เอกสาร
-เพิ่มหน่วยความจำได้
-การเชื่อมต่อด้วยบลูทูธและอินฟราเรด
-ขนาดที่เล็กลงกว่าเดิม
|
Weakness
-ไม่มีกล้องดิจิตอล
-ไม่มีไวไฟ (Wi-Fi)
-ไม่รองรับภาษาไทยแบบสมบูรณ์
-ไม่มีระบบสั่น |
|