Nokia 8800
เป็นเวลาค่อนข้างนานสำหรับซีรี่ยส์ 8 ของ Nokia ที่ห่างหายจากตลาดโทรศัพท์มือถือในบ้านเรา รุ่นสุดท้ายที่เห็นกันคือ 8910i จอสีรุ่นแรกในซีรี่ยส์ 8 ที่ตัวเครื่องทำด้วยโลหะไทเทเนียมในรุ่น 8910 และ 8910i เป็นโทรศัพท์มือถือแบบสไลด์อัพที่กดปุ่มด้านข้างทั้งสองแล้วจะเด้งขึ้นมาเองโดยอัตโนมัติ สำหรับแต่ละรุ่นในซีรี่ส์ 8 ที่ออกวางจำหน่ายจะมีราคาค่อนข้างสูงมาก รุ่นใหม่ล่าสุดในซีรี่ส์หรูนี้คือ Nokia 8800 ตัวเครื่องทำด้วยสเตนเลสสตีลเงางาม เป็นแบบสไลด์เช่นเดียวกันกับพี่ๆ อย่าง 8850 8910 8910i โดย 8800 นี้จะเป็นสไลด์แบบกึ่งอัตโนมัติ มาดูกันสิครับว่ารุ่นนี้จะโดนใจคุณได้หรือเปล่า
 |
 |
Physical Appearance
ตอนแรกที่ผมเปิดอินเตอร์เน็ตดูก็คิดว่าคงจะไม่สวยหรอก แต่พอเห็นตัวจริงแล้วได้สัมผัสจริงก็เปลี่ยนความคิดเหล่านั้น ไปในทางบวก มาดูรูปลักษณ์ภายนอกกันดีกว่าครับ เริ่มจากด้านหน้าตอนปิดฝาสไลด์ จอแสดงผลเป็นกระจกป้องกันรอยขีดข่วน เช่นเดียวกันกับที่ใช้ในนาฬิกา บริเวณของจอแสดงผลเป็นกรอบสีเทาเข้ม มียี่ห้อ Nokia อยู่ด้านบน ลำโพงสนทนาก็อยู่ด้านบนเช่นกัน ด้านล่างของจอแสดงผลมีปุ่มซอฟท์คีย์ซ้าย และขวา ตรงกลางเป็นแถบรูเล็กๆ ไว้สำหรับดันขึ้น หรือดันฝาสไลด์ลง ตรงนี้ตอนแรกผมก็เข้าใจผิดคิดว่าเป็นปุ่มเช่นกัน ส่วนด้านล่างจะเป็นสเตนเลสผิวด้าน ส่วนขอบด้านข้างของด้านหน้าจะเป็นสเตนเลสเช่นกัน แต่ส่วนนี้เป็นผิวขัดเงา เงางามหรูหรามากทีเดียว ด้านหลังด้านส่วนบนจะเป็นพลาสติกสีดำเรียบๆ ถัดลงมาที่ฝาครอบแบตเตอรี่ก็เป็นสเตนเลส ส่วนบนของฝาครอบจะมีคำว่า Nokia สลักอยู่ ฝาครอบส่วนนี้ยังคงเป็นสเตนเลสผิวด้านเช่นกันครับ
ด้านข้างซ้าย และขวาจะมีเพียงแค่ปุ่มสำหรับถอดฝาครอบแบตเตอรี่ จะต้องกดทั้งสองข้างพร้อมกัน แล้วดันฝาครอบออก ทำได้ไม่ยากครับ ฝาครอบแบตเตอรี่เครื่องที่ได้รับทดสอบเริ่มจะหลวมแล้ว ดันขึ้นดันลงได้นิดหน่อย ด้านบนมีปุ่มเปิดปิดเครื่อง และรูลำโพงเสียงเรียกเข้า ด้านล่างก็จะเหมือนกับ 8850 คือมีหน้าสัมผัสสำหรับแท่นชาร์จแบตเตอรี่ มีรูเสียบสายชาร์จ และชุดหูฟัง
เมื่อสไลด์โทรศัพท์ขึ้นมาก็ก็จะพบกับแผงปุ่มกดทั้งหมด เป็นพลาสติกสีดำ มีไฟส่อง สว่างสีขาว ส่วนด้านหลังเมื่อสไลด์ขึ้นมาก็จะเห็นกล้องดิจิตอลนูนออกมา ด้านล่างของกล้องเป็นโลหะเช่นกัน ในส่วนนี้จะเป็นจะเป็นเหมือนกับกระจกเงา หรือจะใช้แทนกันก็ได้ แต่คงจะไม่เห็นมากนัก เพราะมันเป็นสีชาค่อนข้างเข้ม การสไลด์ฝาขึ้นลงในส่วนตัวผมคิดว่าไม่ดีดแรงจนเกินไป และเมื่อดันเก็บก็ไม่ยากเช่นกัน แต่หากเทียบกับมือถือสีดำของอีกค่ายฝั่งตะวันออก ที่สไลด์ได้นิ่มกว่า ดูแล้วเหมือนจะมียางมารองรับการกระแทกเอาไว้ แต่ 8800 ไม่มี เมื่อสไลด์ขึ้นก็ดังกึ้ก !! พอสไลด์โดยที่ไม่ใช้มือรองเอาไว้ก็จะดังแก๊ก !!! ที่ด้านข้างของตัวเครื่องที่เป็นสเตนเลสจะกระทบกัน แต่ลองสไลด์ลงแรงๆ ก็ไม่เป็นรอยครับ ดังนั้นหายห่วง
 |
 |
Five Way Navigation Key
การบังคับทิศทางของ 8800 เมื่อปิดฝาสไลด์ก็จะไม่สามารถใช้งานใดๆ ได้ครับ แต่ก็ยังมีปุ่มซอฟท์คีย์ซ้าย และขวาแอบโผลขึ้นมาเล็กน้อย ขอบ่นปุ่มสองปุ่มนี้หน่อยเถอะ เพราะการกดปุ่มจะต้องกดลงตรงๆ ใช่ไหมครับ แต่ตัวนี้จะต้องกดแล้วดันลง จะกดตรงๆ ไม่ได้ ทำให้ต้องใช้เวลาในการปรับตัวเล็กน้อย เมื่อมีสายเรียกเข้าก็สามารถสไลด์ขึ้นมารับสายก็ได้ หากไม่อยากสไลด์ขึ้นมาก็ให้กดปุ่มซอฟท์คีย์ซ้ายเป็นการรับสาย
ปุ่มกด 5 ทิศถือว่าเล็กไปนิดสำหรับผู้ชาย อาจจะต้องใช้เล็บในการกด ปุ่มกดตัวเลขก็เล็กไปสำหรับผู้ชายเช่นกัน แต่ละปุ่มจะนูนตรงกลางขึ้นมา ทำให้กดได้สะดวกขึ้น แต่ปุ่มที่อยู่ด้านล่างสุดจะติดกับขอบสเตนเลส ทำให้กดปุ่มดอกจัน ศูนย์ และชาร์ปลำบากหน่อย ผมขอพูดย้อนกลับไปที่ปุ่มซอฟท์คีย์อีกครั้ง การที่ปุ่มซอฟท์คีย์เล็ก ทำให้เมื่อใช้งานครั้งแรกจะสับสนกับปุ่มรับสายวางสายพอสมควร ยังไงก็ต้องทำความคุ้นเคยกับมันก่อนนะครับ เพราะอาจจะหงุดหงิดได้
262k TFT Colour Display
ถือเป็นรุ่นที่ 2 แล้วที่ใช้จอแสดงผลขนาด 208 x 208 พิกเซล ส่วนในรุ่นแรก 6230i ก็เป็นรุ่นที่วางจำหน่ายไปไม่นาน แต่ต่างการที่สีการแสดงผล ที่แสดงผลสีได้ถึง 262,144 สี แต่เท่าที่ดูก็ยังไม่แตกต่างจาก 6230i เท่าใดนัก สีสันของจอรุ่นนี้สวยใช้ได้ทีเดียว และมีความละเอียดดี เพราะหากจอแสดงผลจำนวนพิกเซลมาก แต่จอมีขนาดเล็กก็จะทำให้การแสดงผลภาพต่างๆ ละเอียด
ภาพที่นำมาเป็นภาพพื้นหลังก็ใช้ภาพที่มีความละเอียดตั้งแต่ 208 x 208 พิกเซล หรือมากกว่านี้ก็ได้ แต่จะต้องเป็นภาพที่เป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส มิฉะนั้นภาพจะเหลือขอบ แลดูไม่สวยงาม แต่หากภาพมีขนาดใหญ่ไปเครื่องจะรับไม่ไหว หรือจะนำภาพเคลื่อนไหวมาเป็นภาพพื้นหลังก็ได้ จุดเด่นอีกอย่างของรุ่นนี้ก็คงจะเป็นการรองรับภาพเคลื่อนไหวแบบ 3 มิติ ดังจะเห็นในภาพสกรีนเซฟเวอร์ ซึ่งจะโชว์ความสามารถในการประมวลผลด้าน 3 มิติให้ได้ดูด้วย
สิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับเมนูแบบใหม่ของ Nokia คือธีมที่เปลี่ยนครั้งเดียวก็จะเปลี่ยนทั้งภาพพักหน้าจอ ภาพสกรีนเซฟเวอร์ เสียงเรียกเข้า สีของเมนูทั้งหมด ในเครื่องจะมีธีมให้เลือก 5 แบบ และสามารถดาวน์โหลดเพิ่มเติมได้
สำหรับเมนูก็จะคล้ายกับ Nokia รุ่นก่อนๆ ซึ่งก็ทราบกันดีอยู่แล้วมันใช้ง่าย และคุ้นเคยมากกว่า ไอคอนเมนูสามารถเลือกได้ว่าจะให้แสดงเป็นแบบตาราง 3 x 3 ไอคอน หรือแบบรายการที่จะแสดง 1 เมนูต่อ 1 หน้า ไอคอนหลักแต่ละอันก็จะเป็นภาพเคลื่อนไหวแบบ 3 มิติด้วยเช่นกัน ทำให้เมนูน่าใช้งานมากขึ้น
Luxurious Body Material
สิ่งที่ทำให้ Nokia 8800 มีความหรูหรา ไฮโซ ขนาดนี้ก็คงจะหนีไม่พ้นในเรื่องของวัสดุที่นำมาใช้ทำ เพราะตัวเครื่องภายนอกประมาณ 80% ทำด้วยสเตนเลสสตีล ทำให้เกิดความเงา และในขณะเดียวกันก็ทำให้ดูหรูหรา อย่างที่ Nokia เคยใช้โลหะใน 8850, 8910 และ 8910i มาแล้ว ทำให้เกิดรอยได้ยาก นอกจากทำตกจากที่สูง หรือนำไปกระแทกกับพื้นปูน แต่ใช่ว่าจะมีแต่ข้อดีนะครับ ข้อเสียของมันก็คือทำให้ตัวเครื่องมีน้ำหนักมาก แต่ผมว่าคนที่ซื้อเครื่องนี้ไปคงจะไม่บ่นเรื่องน้ำหนักกันหรอกครับ เพราะความหรูหราสวยงามของมันคงจะกลบเรื่อง ของความหนักจนหมดสิ้น
กระจกบนจอแสดงผลเป็นสิ่งที่ผมประทับใจอีกอย่างหนึ่ง ซึ่ง Nokia ได้โฆษณาว่าป้องกันรอยขีดข่วนได้เป็นอย่างดี ดังนั้นผมก็เลยแอบลองนำมีดปลายแหลมมากรีด ลงบนจอแสดงผลเบาดู ปรากฏว่าไม่เกิดรอยใดๆ ขึ้นเลย จากนั้นก็ลองกรีดอีกครั้ง โดยกดน้ำหนักมากขึ้นเรื่อยๆ ก็ไม่เป็นรอยแต่อย่างใด ดังนั้นจึงไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องรอยขนแมว ไม่ต้องไปขวนขวาย หาซื้อสติ๊กเกอร์ป้องกันหน้าจอมาปกปิดเลยครับ
อีกจุดหนึ่งที่ประทับใจคือตัวเครื่องประกอบได้แน่นสนิทดีมากครับ ไม่มีส่วนใดโยกคลอนเลย นอกจากฝาครอบแบตเตอรี่ ที่ยังเลื่อนขึ้นลงได้อยู่เล็กน้อย แต่เมื่อบีบตัวเครื่องก็ไม่มีอาการกรอบแกรบเลยสักนิดเดียว การสไลด์ก็ทำได้ดี ไม่มีหลวมทั้งสไลด์ขึ้นและลง
MP3 Ringing Tone
ใครเค้าก็ใช้เสียงเรียกเข้าแบบ True tone กันหมดแล้ว แต่ก็ไม่ต้องห่วง เพราะ Nokia 8800 สุดหรูก็ยังสามารถใช้เสียงเรียกเข้าแบบ MP3 กับเค้าได้ด้วย ความดัง และความไพเราะก็ทำได้ดีเช่นกัน หรือจะใช้เสียงเรียกเข้าแบบ Polyphonic ก็รองรับถึง 64 Polyphonic ทีเดียว ทั้งหมดนี้สามารถดาวน์โหลดเก็บมาไว้เพิ่มเติมได้ การเตือนก็สามารถสั่นพร้อมเสียงได้ หรือจะปรับเปลี่ยนตาม Profiles เพื่อให้เหมาะสมกับสถานที่ๆ อยู่
Phonebook
รายชื่อในสมุดโทรศัพท์สามารถเลือกที่จะใช้ในเครื่อง หรือในซิมการ์ดก็ได้ แต่หากเลือกเก็บไว้ในเครื่องก็จะสามารถใส่เบอร์โทร ได้หลายเบอร์ อีเมล์ เว็บไซต์ บันทึกโน้ตของบุคคลคนนั้นได้ หรือจะใส่รูปถ่ายเพื่อนำไปแสดงเป็นภาพผู้โทรได้ แต่ภาพผู้โทรก็ยังคงไม่เต็มจอเหมือนเดิม เพียงแต่จะแสดงเป็นรูปเล็กๆ เท่านั้น
Built in Memory
ตามสเปกในเวบไซต์ของ Nokia ระบุไว้ว่ามีหน่วยความจำภายใน 64 MB แต่พอเช็คในเมนูกลับเจอประมาณ 48 MB หน่วยความจำที่ว่านี้เป็นหน่วยความจำแบบที่ใช้ร่วมกันทั้งหมดทั้งข้อความ MMS, ภาพถ่าย, คลิปวิดีโอ, ไฟล์เพลง, เสียงเรียกเข้า ฯลฯ แต่ถ้าหากว่าเพิ่มหน่วยความจำได้ก็คงจะเป็นโทรศัพท์มือถือสุดหรูที่มีครบทุกอย่างเลยก็ว่าได้
Digital Music Player
Nokia 8800 เป็นเครื่องเล่นเพลงในระบบดิจิตอลขนาดย่อมๆ รองรับไฟล์เพลงแบบ MP3 แต่หากฟังจากช่องเสียบหูฟัง ก็คงจะเป็นแบบ Mono แน่นอน แต่ก็สามารถฟังแบบ Stereo ได้จากชุดหูฟังที่เป็นอุปกรณ์เสริมที่ต้องซื้อเพิ่มเติม โดยจะต่อผ่าน Bluetooth ซึ่งเป็นอุปกรณ์เสริมรุ่นใหม่ล่าสุดจาก Nokia การปรับเสียงก็ปรับผ่านอีควอไลเซอร์ให้เพลงซึ่งจะมีให้เลือกแบบ Normal, Pop, Rock, Jazz หรือจะปรับแต่งได้เอง มีให้ปรับเสียงทุ้มเสียงแหลมให้เลือก 5 แบนด์ วิทยุ FM ก็สามารถฟังได้เช่นกัน ความชัดเจนของภาครับวิทยุก็รับคลื่นได้ชัดเจนดี แต่ก็ยังเป็น Mono เหมือนกัน บันทึกคลื่นความถี่และชื่อสถานีได้ 20 ช่อง
Digital Camcorder
กล้องของรุ่นนี้มีความละเอียดที่แตกต่างจากชาวบ้านเค้า นั่นก็คือขนาด 500,000 พิกเซล หรือขนาด 800 x 600 พิกเซล ในขณะที่ยี่ห้ออื่นๆ จะมีขนาด 300,000 พิกเซล แล้วกระโดดข้ามไปเป็นล้านพิกเซลเลย มีไนท์โหมดให้เลือกใช้เมื่อมีแสงสว่างไม่เพียงพอ แต่จะต้องมือนิ่งมาก ไม่เช่นนั้นภาพจะเบลอได้ ปรับความคมชัดของภาพได้ 3 ระดับ ตั้งเวลาถ่ายภาพได้ 10 วินาที ซูมภาพได้ 2 ระดับ ความคมชัดจากภาพถ่ายเมื่อโอนถ่ายมาดูในคอมพิวเตอร์ ไม่ถึงกับชัดเจนมากนัก แต่หากดูในจอแสดงผลก็จะคมชัดมากทีเดียว
การถ่ายคลิปวิดีโอก็จะถ่ายได้นานจนกว่าหน่วยความจำจะเต็ม จากหน่วยความจำที่เหลือประมาณ 35 MB ก็จะถ่ายได้นานประมาณ 60 นาที ไฟล์คลิปวิดีโอจะเป็นสกุล .3GP หรือหากจะถ่ายแล้วส่งเป็นข้อความ MMS ก็ควรจะถ่ายเพียง 10 วินาที เพราะหากนานกว่านั้นไฟล์วิดีโอจะใหญ่เกินไป ทำให้ส่งไม่ผ่าน
 |
 |
ตัวอย่างรูปถ่าย |
Messaging System
อย่างที่บอกไปว่าเมนูถูกถอดแบบมาจาก 6230i ดังนั้นการพิมพ์ข้อความไทย และเมนูไทยก็ทำได้เหมือนกับ Nokia รุ่นอื่นๆ มีระบบสะกดคำภาษาไทยให้ใช้งาน สิ่งที่โดดเด่นกว่ารุ่นอื่นคือสามารถรองรับข้อความ MMS ได้มากสูงสุดถึง 300 kB ในขณะที่รุ่นอื่นทำได้สูงสุดที่ 100 kB ทำให้แนบภาพได้มากขึ้น หรือไฟล์วิดีโอที่มีความยาวมากขึ้นกว่าเดิม แต่จะต้องตรวจสอบกับเครือข่ายก่อนว่ารองรับข้อความ MMS ขนาด 300 kB หรือยัง และตรวจสอบด้วยว่าเครื่องที่จะรับข้อความรองรับหรือเปล่า ไม่เช่นนั้นจะทำให้เสียเงินในการส่งฟรีๆ ได้
Java Applications
มาตรฐานของ Nokia จอสีอีกอย่างก็คือการรองรับจาวาแอพพลิเคชั่น หรือเกมส์จาวา อย่างที่บอกไปว่าตัวเครื่องรองรับ การแสดงผลแบบ 3 มิติ ทำให้สามารถเล่นเกมส์แบบ 3 มิติ ได้อย่างไม่สะดุด และในเครื่องก็ยังจะมีเกมส์มาให้ 3 เกมส์ ได้แก่ Street race, Chess และ Cirqx ซึ่งเกมส์สุดท้ายจะแสดงผลเป็นแบบ 3 มิติ เป็นการแสดงความสามารถในการ ประมวลผลแบบ 3 มิติไปด้วยในตัว โปรแกรมจาวาที่ Nokia ได้ใส่เข้ามาก็คือ Converter II, Translator และ World Clock
Connectivity
เช่นเดียวกันกับใน Nokia 8910, 8910i ที่จะมีแต่บลูทูธมาให้ใช้งาน ไม่มีพอร์ตอินฟราเรดมาให้ การรับส่งไฟล์ หรือรูปต่างๆ ก็ส่งผ่านได้โดยตรงจากคอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์มือถือรุ่นอื่นๆ ที่มี Bluetooth เช่นกัน สามารถสนทนาผ่านชุดหูฟัง Bluetooth ได้
การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตก็เชื่อมต่อได้ผ่านเครือข่าย GPRS Class 8 และ EDGE Class 8 โดยใช้ xHTML Browser เป็นตัวแสดงผล แต่หากจะนำมาเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์หรือโน้ตบุ้คเพื่อเล่นอินเตอร์เน็ตก็คงจะต่อผ่าน Bluetooth ได้เพียงทางเดียว จะต่อผ่านสายดาต้าลิงค์ไม่ได้ เพราะในรุ่นนี้ไม่มี Pop port เหมือนกับรุ่นอื่นๆ
Organizer
ในเมนูออร์กาไนเซอร์จะมีเมนูปฏิทิน แสดงผลได้ทั้งแบบรายเดือน และรายสัปดาห์ สามารถใส่นัดหมายต่างๆ พร้อมทั้งให้ปลุกเตือนได้ มีเมนูสิ่งที่ต้องทำ , โน้ตย่อ, Wallet, เครื่องคิดเลข นาฬิกาจับเวลา และนาฬิกานับถอยหลัง ส่วนนาฬิกาปลุกสามารถตั้งให้ปลุกได้ และมี Snooze เพื่อหลับงีบต่อจากที่ปลุกได้ เลือกเวลาได้ตั้งแต่ 5 นาทีไปจนถึง 60 นาที หรือกำหนดเองก็ได้ ส่วนการบันทึกเสียงก็สามารถบันทึกได้สูงสุด 60 นาที
Final Opinion & Conclusion
หลังจากที่ผมได้ลองใช้แล้วรู้สึกชอบในวัสดุที่นำมาประกอบเครื่องมากๆ และประกอบเครื่องทำได้แน่นหนาดีเสียด้วยสิ ไม่โยกคลอน หรือกรอบแกรบเลย กระจกหน้าจอที่ไม่เป็นรอยได้ง่ายๆ จอแสดงผลที่สว่าง และสีสันสวยงาม การฟังเพลง MP3 ที่ไม่ค่อยจะสมบูรณ์เท่าไร เพราะหน่วยความจำมีมาให้น้อยเกินไป และเสียงเพลงก็ดังออกมาเป็น Mono จะต้องซื้อหูฟัง Bluetooth แบบ Stereo เพิ่มเติม การใช้งานทั่วไปก็ไม่ต้องปรับตัวมากนัก หากเคยใช้ Nokia มาก่อน เพราะเมนูจะคล้ายๆ กับ Nokia รุ่นก่อนๆ
ระยะเวลาการใช้งานถือว่าน้อยไปนิด เพราะจากการที่ใช้งาน และโทรศัพท์บ้างจะใช้ได้เพียง 1 วันกว่าๆ เท่านั้นเอง แต่หากใช้งานปกติน่าจะใช้ได้ถึง 2 วัน เพราะแบตเตอรี่จะเป็นแบบใหม่ที่มีความจุไฟฟ้าเพียง 600 มิลลิแอมป์เท่านั้น แต่ดูจากเว็บไซต์แล้วจะแถมมาให้ 2 ก้อน ก็น่าจะเป็นการเพียงพอ แต่หากแถมมาก้อนเดียวก็คงจะลำบากไม่น้อยทีเดียว ราคาเปิดตัวของรุ่นนี้อยู่ที่ 34,900 บาท แลกกับความหรูหรา ไฮโซ ก็คงจะต้องคิดกันนานหน่อยล่ะครับ
|
|
|
|
หน้าจอรอรับสาย
เหมือน Nokia ทั่วๆไป
|
ตารางนัดหมาย |
เกมส์ Steet Race |
|
|
|
|
|
ดูที่ไหนมืด ที่ไหนสว่าง
จากที่นี่ |
การเชือมต่อ |
เมนูแกลอรี่ |
แต่งเสียงด้วย
Equalizer |
Strength
- ตัวเครื่องหรูหราทำจากสเตนเลสสตีล
- จอแสดงผลทำด้วยกระจก ไม่เป็นรอยง่าย
- จอสี TFT 262,144 สี
- เล่น MP3 และฟังวิทยุได้
- ตัวเครื่องประกอบแน่นหนาดี
|
Weakness
-น้ำหนักมาก
-ฟัง MP3 แบบ Stereo ต้องใช้อุปกรณ์เสริม
-เพิ่มหน่วยความจำไม่ได้
-แบตเตอรี่หมดเร็ว |
|