Nokia 7900 Prism - โนเกีย
สุดขีดกับแฟชั่นโฟน Prism รุ่นใหม่จาก Nokia
จอแสดงผลแบบ OLED แบบใหม่ที่ Nokia พึ่งจะนำมาใช้ มีความละเอียด 240 x 320 พิกเซล แสดงสีสันได้ถึง 16.7 ล้านสี ให้สีสันสวยงาม แต่ยังไม่สว่างเท่าที่ควร แต่ก็ช่วยประหยัดพลังงานแบตเตอรี่ได้อีกระดับ ปรับเปลี่ยนรูปแบบเมนูได้ด้วย Theme ที่ดาวน์โหลดเพิ่มเติมภายหลังได้ ส่วนเมนูมีให้เลือกทั้งแบบตาราง, ไอคอน และแบบแท็บ
Physical Overview
แผงปุ่มกดใต้จอแสดงผลเป็นรูปสามเหลี่ยมเหมือนกับ Nokia 7500 Prism ที่วางจำหน่ายก่อนหน้านี้ อาจจะดูกดยากแต่ใช้งานจริงกลับทำได้ง่าย แต่จะอาจจะสับสนเล็กน้อย เพราะปุ่มจะวางเรียงสลับฟันปลาไปมา แต่ที่พิเศษไปกว่านั้นคือไฟแบ็คไลท์ใต้ปุ่มกดสามารถเลือกสีได้มากถึง 49 สีเลยทีเดียว
เหนือจอแสดงผลมีช่องลำโพงสนทนา ให้เสียงที่ค่อนข้างดัง จึงไม่ต้องกังวลเมื่อสนทนาในที่สาธารณะ และยังมีเซ็นเซอร์ตรวจจับแสงภายนอกเพื่อปรับแสงสว่างของหน้าจอให้สัมพันธ์กับแสงสว่างภายนอก
ด้านบนตัวเครื่องมีช่องเสียบสายชาร์จแบตเตอรี่รุ่นใหม่ micro USB ซึ่งจะกลายเป็นมาตรฐานในอนาคต นอกจากนี้ยังใช้เสียบสายดาต้าลิงค์ และชุดหูฟังแบบสเตอริโออีกด้วย
เลนส์รับภาพกล้องดิจิตอลอยู่ที่ด้านหลังในกรอบสี่เหลี่ยม ติดกันยังมีไฟช่วยส่องสว่างแบบ LED สีขาว สำหรับส่องถ่ายภาพในที่มืด และถัดไปทางด้านขวาเป็นช่องลำโพงเสียงเรียกเข้าที่ให้เสียงค่อนข้างทุ้ม จึงให้เสียงไม่แสบแก้วหูเหมือนลำโพงรุ่นอื่นๆ
ฝาครอบแบตเตอรี่ด้านหลังเป็นโลหะ ทำด้วยอลูมิเนียมทั้งแผ่น และยังสลักลวดลายสามเหลี่ยมไว้ทั่วทั้งแผ่นอีกด้วย
Colorful Changeable Keypad
แผงปุ่มกดยังคงคอนเซ็ปท์ปริซึมอย่างเหนียวแน่นด้วยการออกแบบแต่ละปุ่มกดเป็นแบบ 3 เหลี่ยมวางซ้อนทับกันไปมา แต่ที่เด็ดกว่านั้นคือแผงปุ่มกด หรือแบ็คไลท์ที่สามารถปรับเปลี่ยนโทนสีได้ตามต้องการอย่างหลากหลาย โดยเข้าไปเปลี่ยนในเมนูการตั้งค่า มีโทนสีให้เลือกที่แทบจะเรียกว่าไล่เฉดสีกันเลยทีเดียว เท่าที่นับได้ก็เกือบ 50 สี และยังมีฟังก์ชั่น Light effect ที่จะเปิดไฟกระพริบบนแผงปุ่มกดในระหว่างที่เปิดเครื่อง หรือมีสายเรียกเข้า แต่หากเป็น Nokia 7500 Prism ที่วางจำหน่ายก่อนหน้านี้จะเลือกเปลี่ยนสีสันตัวเครื่องโดยการเปลี่ยนแถบสีด้านข้างตัวเครื่อง มีให้เลือกเปลี่ยนเพียง 3 สีเท่านั้น
2 Mega Pixels Digital Camera
กล้องดิจิตอลที่มีความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมไฟช่วยส่องสว่างแบบ LED สีขาวที่ให้กำลังส่องสว่างประมาณ 1 เมตร เลือกเปิดแบบอัตโนมัติเมื่อแสงสว่างไม่เพียงพอได้ ภาพถ่ายที่ออกมาสีสันสวยงาม ค่อนข้างคมชัด แต่หากถ่ายในระยะใกล้มากๆ ก็จะทำให้ภาพเบลอ เพราะไม่มีระบบออโต้โฟกัส จึงเหมาะสำหรับการใช้งานบนหน้าจอมือถือ หรือจะนำภาพไปอัดกับร้านถ่ายภาพระบบดิจิตอล หรือจะสั่งพิมพ์ภาพด้วยตัวเองเก็บไว้ดูเล่นๆ ก็ได้เช่นกัน ฟังก์ชั่นการปรับแต่งกล้องดิจิตอลก็มีให้เลือกรถ่ายภาพต่อเนื่อง เลือกเปิด Night mode สำหรับถ่ายภาพตอนกลางคืน หรือในที่แสงไม่พอ กล้องจะช่วยเพิ่มความสว่างให้กับภาพในระดับที่เหมาะสมโดยอัตโนมัติ มีระบบ Auto White Balance ที่ช่วยปรับแสงขณะถ่ายภาพให้เหมาะกับสภาพแสงต่างๆ มีเอฟเฟ็คท์สีให้เลือก 5 แบบ ปรับขนาดของภาพได้สูงสุด 1600 x 1200 พิกเซล หรือ 2 ล้านพิกเซล หรือจะเลือกต่ำสุดที่ 160 x 120 พิกเซล
 |
 |
ภาพตัวอย่างจากกล้อง |
สำหรับการถ่ายคลิปวิดีโอก็สามารถถ่ายได้นานจนกว่าหน่วยความจำจะเต็ม แต่กล้องวิดีโอเลือกถ่ายที่ความละเอียดสูงสุดเพียง 176 x 144 พิกเซล ส่วนฟังก์ชั่นการปรับแต่งอื่นๆ ก็มีให้เลือกปรับ White balance เอฟเฟ็คท์สีเหมือนกับการถ่ายภาพนิ่ง คลิปวิดีโอที่ถ่ายเก็บไว้ หรือที่ดาวน์โหลดมาสามารถนำไปใช้เป็นคลิปวิดีโอแสดงแทนภาพผู้โทรได้
MP3 Music Player
เครื่องเล่นเพลงของรุ่นนี้มีการแบ่งหมวดหมู่เพลงใน Music Library เลือกดูรายการเพลงตามรายชื่อศิลปิน, อัลบั้ม, ประเภท และชื่อผู้แต่งเพลง และยังให้เครื่องเล่นเพลงแสดงรายชื่อเพลงทั้งหมดที่มีอยู่หน่วยความจำเครื่องได้ มีระบบ Stereo Widening ช่วยเพิ่มมิติของเสียงให้มีมากขึ้น สำหรับการปรับแต่งโทนเสียงเครื่องเล่นเพลงก็สามารถเลือกปรับได้จากอีควอไลเซอร์ 5 แบนด์พร้อมทั้งบันทึกเป็นแบบเสียงได้ 2 โปรไฟล์ หรืออาจจะเลือกโทนเสียงที่มีมาให้อยู่แล้วแบบ Pop, Rock, Jazz หรือ Classical ซึ่งจะมีโทนเสียงที่แตกต่างกันออกไป รูปแบบการเล่นเพลงมีให้เลือกแบบเล่นวนซ้ำ (Repeat) และเล่นสุ่ม (Shuffle) นอกจากนี้ยังรองรับชุดหูฟังบลูทูธไร้สายแบบสเตอริโอ ซึ่งจะช่วยให้การฟังเพลงมีอิสระ และยังฟังเพลงได้ขณะที่ชาร์จแบตเตอรี่ เพราะช่องเสียบชุดหูฟังของรุ่นนี้รวมอยู่ในช่องเดียวกันทั้งหมด
3 G Ready Network Support
นับเป็นอีกรุ่นที่รองรับ 2 เครือข่าย หรือ Dual mode ทั้งในระบบ WCDMA และ GSM สำหรับในระบบ WCDMA หรือ UMTS นั้นจะรองรับการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตความเร็วสูง แต่ไม่สามารถใช้งาน Video call ได้ เพราะไม่มีกล้องดิจิตอลตัวที่สองอยู่ด้านหน้า แต่หากใช้งานในบ้านเราจะใช้ได้เฉพาะเครือข่าย GSM รองรับการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่าน GPRS และ EDGE ดังนั้น Nokia 7900 Prism ถือว่านำไปใช้งานได้เกือบทั่วโลก ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเครื่อง
การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ แบบไร้สายก็มีมาให้เฉพาะบลูทูธ ใช้รับส่งข้อมูลกับเครื่องอื่นๆ ใช้ฟังเพลงไร้สาย หรือจะใช้เป็นโมเด็มไร้สายเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์เพื่อใช้งานอินเตอร์เน็ต สำหรับพอร์ต micro USB ที่ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือหลายค่ายต่างยอมรับในพอร์ตมาตรฐานใหม่นี้ ดังนั้นเราจะเห็นมือถือรุ่นใหม่ที่จะทยอยออกมาเริ่มใช้พอร์ตแบบนี้กัน จึงทำให้ผู้ใช้นำสายชาร์จ หรือสายดาต้าลิงค์ไปใช้ร่วมกันได้อย่างไม่มีปัญหา
Final Opinion & Conclusion
บอกตามตรงแรกเห็นไม่ค่อยถูกใจเท่าไหร่ อาจจะเพราะรูปทรงแปลกๆ แต่หลังจากใช้ไปสักพักกลับให้ความรู้สึกดีกว่า Nokia 7500 Prism รุ่นแรก เพราะวัสดุที่ใช้ดูดีกว่า งานประกอบเน่นสนิทกว่า แต่ราคาของทั้งสองรุ่นก็ถือว่าห่างกันพอสมควร สำหรับในเวลานี้แฟชั่นโฟนไม่ค่อยมีอะไรแปลกใหม่สักเท่าไร ถ้าเบื่อมือถือรูปทรงทื่อๆ เก่าๆ ถอย Nokia 7900 Prism ซักเครื่องแก้ขัดไปก่อนก็แล้วกัน
|
|
|
 |
หน้าจอแบบ
OLED 16 ล้านสี |
มีเมนูหลัก
แบบแท็บให้เลือก |
สีของปุ่มกดเลือกได้
มากถึง 49 สี |
อัพเกรด Firmware ได้เอง
ผ่านอินเตอร์เน็ต |
|
|
|
 |
รองรับการใช้งานแบบ
Dual Mode |
บันทึกเสียง
ได้ครั้งละ 1 ชั่วโมง |
เครื่องเล่นเพลง
แสดงภาพศิลปินได้ |
แบ่งเพลงเป็นหมวดหมู่
อย่างเป็นระเบียบ |
 |
 |
 |
 |
เลือกโทนเสียงได้
หลากหลายรูปแบบ |
โปรแกรม Yahoo! Go |
เครื่องคิดเลข
วิทยาศาสตร์ |
โปรแกรม
ที่มีมาให้ในเครื่อง |
On Focus
หากใช้งานในประเทศไทยควรเลือกโหมดเครือข่ายเฉพาะ GSM ซึ่งจะประหยัดพลังงานกว่า และควรเปิด Dual mode เมื่อนำเครื่องไปใช้งานต่างประเทศ
Strength
- วัสดุ การประกอบตัวเครื่องทำได้น่าประทับใจ
- รองรับ Dual mode ทั้ง WCDMA และ GSM
- ใช้คลิปวิดีโอแทนภาพผู้โทรได้
- หน่วยความจำภายใน 1 GB
- รองรับการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่าน GPRS และ EDGE
- รองรับชุดหูฟังบลูทูธไร้สายแบบสเตอริโอ
|
Weakness
- ไม่มีวิทยุ FM
- กล้องวิดีโอความละเอียดน้อยไปนิด
- ช่องเสียบสายต่างๆ รวมอยู่ในช่องเดียวกันหมด
|