Nokia 7390
กรอบของจอแสดงผลด้านหน้าเป็นโลหะสีชมพู พร้อมกับมีลวดลายสลักลงไปบนเนื้อโลหะเลยทีเดียว จอแสดงผลด้านหน้าเป็นแบบ STN ความละเอียด 160 x 128 พิกเซล แสดงผลได้ 262,144 สี โดยปกติเมื่อไม่ได้ใช้งานจะแสดงผลเป็นนาฬิกา พร้อมวัน เดือน ปี แต่หากกดปุ่มใดปุ่มหนึ่งจอแสดงผลจะเปิดไฟขึ้นมา โดยสามารถใช้ภาพพื้นหลัง และภาพพักหน้าจอได้ ส่วนปุ่ม 3 ปุ่มใต้จอแสดงผลก็สามารถใช้เข้าสู่เมนูลัดต่างๆ ได้ หรือใช้ควบคุมเครื่องเล่นเพลงได้
Physical Overview
จอแสดงผลหลักด้านใน ถูกควบคุมความสว่างด้วยเซ็นเซอร์รับแสงที่อยู่เหนือจอภาพ เมื่อแสดงสว่างเพียงพอ จอแสดงผลก็จะถูกลดความสว่างอัตโนมัติ ในทางกลับกันถ้าแสงสว่างน้อย จอแสดงผลก็จะเพิ่มความสว่างให้ ภาพพื้นหลังสามารถปรับเปลี่ยนได้ตาม Theme ซึ่งจะเปลี่ยนภาพที่จอด้านหน้าด้วย แต่หากเปิด Active Standby ไว้ ภาพพื้นหลังก็จะถูกบดบังไป รูปแบบเมนูมีให้เลือกทั้งแบบรายการ หรือตาราง และสามารถปรับเปลี่ยนไอคอนได้ตามใจชอบ
แผงปุ่มกดเป็นสีชมพูอ่อนๆ เช่นเดียวกับตัวเครื่อง มีไฟส่องสว่างเป็นสีขาว การควบคุมทิศทางเป็นปุ่มแบบ 5 ทิศ ปุ่มกดแต่ละปุ่มมีขนาดค่อนข้างใหญ่ กดได้สะดวกมาก ส่วนช่องลำโพง 1 ใน 2 ตัวอยู่ใต้แผงปุ่มกดนี้ ซึ่งหากเปิดฝาพับแล้วเปิดเพลงฟังก็จะให้เสียงที่มีมิติ แยกซ้ายขวาเหมือนกับเครื่องเสียงดีๆ นี่เอง
 |
ช่องเสียบสายชาร์จแบบใหม่ซึ่งมีขนาดเล็กกว่ารุ่นเก่า อยู่ที่ด้านข้างซ้าย และยังมีปุ่มเปิด/ปิดเครื่องปุ่มเล็กๆ อยู่ถัดลงมา ซึ่งจะทำหน้าที่ปรับเปลี่ยนโปรไฟล์ หรือเลือกปิดสัญญาณโทรศัพท์ ( Flight Mode) ไปด้วยในตัว
ที่ด้านข้างซ้ายถัดลงมาอีกก็มีพอร์ตอินฟราเรด สำหรับรับส่งข้อมูลแบบไร้สาย ซึ่งจะต้องวางให้เป็นแนวเดียวกันกับเครื่องที่ต้องการรับส่งข้อมูล ส่วนบนของฝาพับใกล้ๆ กับพอร์ตอินฟราเรดมีแถบผ้าเล็กๆ เหมือนกับเสื้อผ้า โดยมีสัญลักษณ์ลาร์มูปักไว้อยู่
 |
 |
ด้านข้างขวามีปุ่มปรับระดับเสียงสนทนา ซึ่งสามารถใช้ปรับระดับเสียงเครื่องเล่นเพลงทั้งขณะเปิด หรือปิดฝาพับ ถัดลงมาเป็นปุ่มกล้องดิจิตอลแบบ 2 จังหวะ และใช้เป็นปุ่มลัดเข้าสู่การถ่ายภาพโดยการกดค้างลงไปประมาณ 1-2 วินาที ซึ่งสามารถถ่ายได้ทั้งขณะเปิด หรือปิดฝาพับ
เลนส์รับภาพกล้องดิจิตอลแบบ Auto Focus อยู่ที่ด้านหลัง พร้อมไฟแฟลชแบบ LED สีขาวอยู่ในกรอบโครเมียม พร้อมกับตัวเลขระบุ 3 megapixel ส่วนฝาหลังนั้นมีแถบหนังสีชมพูมีลวดลายต่างๆ ซึ่งจะนูนขึ้นมาเล็กน้อย เมื่อวางแนบกับพื้นโต๊ะจึงทำให้เครื่องถูกยกขึ้นมาเล็กน้อย ทำให้เลนส์กล้องดิจิตอลไม่โดนพื้นโต๊ะ จึงทำให้ไม่เป็นรอยได้ง่าย
ด้านบนตัวเครื่องซึ่งเป็นส่วนของข้อต่อฝาพับจะมีช่องเสียบสายดาต้าลิงค์แบบ mini USB อยู่ ตรงกลางมีสลักสำหรับเปิดฝาครอบแบตเตอรี่ และใกล้ๆ กันก็มีช่องเสียบชุดหูฟังแบบสเตอริโอขนาด 2.5 มม.
3D Speaker Music Player
เครื่องเล่นเพลงของ Nokia 7390 รองรับไฟล์เสียงเพลงแบบ MP3 , AAC , M4A, eAAC+ และ AAC+ มีช่องเสียบชุดหูฟังขนาด 2.5 มม. ซึ่งเล็กกว่าชุดหูฟังมาตรฐานที่มีขนาด 3.5 มม. หากต้องการเปลี่ยนชุดหูฟังก็คงจะต้องหาอแดปเตอร์แปลงจาก 2.5 มม. เป็น 3.5 มม. เหมือนกับ Nokia 5300 แต่หากต้องการฟังเพลงแบบไร้สายก็รองรับชุดหูฟังบลูทูธแบบสเตอริโอ หรือ A2DP ด้วย นอกจากนี้แล้ว ตัวเครื่องยังมีลำโพงแบบสเตอริโอแยกซ้ายขวา โดยจะมีลำโพงตัวแรกอยู่บริเวณชุดหูฟังสนทนา ส่วนอีกตัวอยู่ที่ใต้แผงปุ่มกดตัวเลข เมื่อต้องการฟังเพลงเพื่อให้ได้เสียงที่มีมิติ ควรจะเปิดฝาพับเอาไว้ขณะฟังเพลง มีโหมดการเล่นเพลงให้เลือกแบบเล่นตามลำดับ, เล่นซ้ำทั้งหมดเมื่อหมดรายการเพลง, เล่นซ้ำเพลงเดียว และเล่นเพลงแบบสุ่มลำดับเพลง ส่วนโทนเสียงก็มีให้เลือกแบบ Pop, Rock และ Jazz สามารถปรับแต่งโทนเสียงด้วยอีควอไลเซอร์ 5 แบนด์ และบันทึกโทนเสียงตามที่ได้ปรับแต่งไว้ได้ 2 แบบ
FM Stereo Receiver
นอกจากลำโพงแบบ 3D สเตอริโอที่ไว้ใช้ฟังเพลง MP3 แล้ว วิทยุ FM แบบสเตอริโอก็สามรถใช้ลำโพงแบบสเตอริโอนี้ได้อีกด้วย แต่ก็ยังคงต้องใช้ชุดหูฟังแบบสเตอริโอเป็นสายอากาศรับสัญญาณเหมือนเดิม ฟังก์ชั่นวิทยุ FM สามารถค้นหาคลื่นอัตโนมัติพร้อมทั้งบันทึกคลื่นที่รับได้ชัดเจนที่สุด 20 สถานี ซึ่งก็หมายความว่าตัวเครื่องสามารถบันทึกคลื่นวิทยุ พร้อมทั้งชื่อสถานีได้ถึง 20 สถานี นอกจากนี้แล้วยังรองรับเทคโนโลยี Visual Radio ไว้รองรับในอนาคตอีกด้วย ซึ่งในปัจจุบันยังไม่มีสถานีวิทยุในใดบ้านเราคลื่นเปิดให้บริการ
3 Mega Pixels Auto Focus Digital Camera
 |
นอกจากความโดดเด่นในด้านการออกแบบ ความสวยงามของเครื่องแล้ว กล้องดิจิตอลของ Nokia 7390 ยังมีกล้องความละเอียดถึง 3 ล้านพิกเซล พร้อมระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติ หรือ Auto Focus ซึ่งเป็นกลไกที่ช่วยให้กล้องหาจุดที่คมชัดที่สุดให้กับภาพ ถึงแม้ว่าตัวกล้องจะอยู่ใกล้ หรือไกลจากวัตถุที่จะถ่ายก็ตาม สำหรับการถ่ายภาพของรุ่นนี้ก็เลือกถ่ายได้ทั้งขณะเปิด หรือปิดฝาพับ ให้ความสะดวกรวดเร็วในการถ่ายมากทีเดียว เริ่มจากกดปุ่มกล้องดิจิตอลที่อยู่ด้านข้างขวาค้างเอาไว้ หน้าจอด้านหน้าก็จะเป็นช่องมองภาพทันที โดยจะต้องวางกล้องในแนวนอน ส่วนปุ่มที่อยู่ใต้จอแสดงผลด้านหน้า เมื่ออยู่แนวนอนก็สามารถใช้เข้าเมนูการตั้งค่ากล้องได้อย่างสะดวกเช่นกัน ซูมภาพโดยการกดปุ่มปรับระดับเสียง เมื่อต้องการถ่ายภาพก็ใช้ปุ่มกล้องกดลงไปในจังหวะที่ 1 เพื่อหาโฟกัสภาพที่ชัดที่สุด สังเกตได้จากกรอบบนหน้าจอ ถ้าเป็นกรอบสีเขียวก็สามารถกดลงไปในจังหวะที่ 2 เพื่อถ่ายภาพ แต่หากเป็นกรอบสีแดงหมายความว่ากล้องไม่สามารถโฟกัสได้ ซึ่งจะเกิดในกรณีที่แสงน้อยเกินไป หรือถ่ายใกล้เกินไป
ส่วนการถ่ายภาพโดยการเปิดฝาพับก็จะต้องถ่ายแบบแนวตั้ง สามารถกดปุ่มกล้องที่อยู่ด้านข้างค้างเอาไว้เพื่อเข้าสู่การถ่ายภาพได้เช่นกัน หรือหากเปิดกล้องไว้ที่จอแสดงผลด้านหน้าอยู่แล้ว เมื่อเปิดฝาพับก็สามารถถ่ายต่อได้ทันที แต่การถ่ายภาพอาจจะไม่สะดวกเท่าใช้จอด้านหน้า เพราะปุ่มชัตเตอร์จะอยู่ที่ด้านข้าง ทำให้กดไม่สะดวก แต่หากกดปุ่มควบคุมทิศทางตรงกลาง จะทำให้กล้องถ่ายภาพทันทีโดยที่ไม่มีการโฟกัสภาพก่อน ภาพที่ออกมาจึงเบลอ แต่หากกดที่ด้านข้างแบบ 2 จังหวะก็จะเหมือนกับการถ่ายภาพโดยใช้จอด้านหน้า สำหรับระยะโฟกัสของภาพใกล้สุดจะอยู่ที่ประมาณ 8-10 เซ็นติเมตร หากต้องการถ่ายภาพมาโครก็สามารถถ่ายได้เลยไม่จำเป็นต้องปรับค่าใดๆ ส่วนกล้องดิจิตอลรองที่อยู่ภายในฝาพับนั้นไม่สามารถใช้ถ่ายภาพใดๆ ได้เลย ดังนั้นหากต้องการใช้งานก็จะต้องรอให้ระบบโทรศัพท์ในบ้านเรารองรับการใช้งานสนทนาแบบเห็นภาพ หรือเครือข่าย 3G ก่อนจึงจะใช้งานได้
 |
 |
ภาพตัวอย่างจากกล้อง
|
วามคมชัดของภาพที่ได้ก็ไม่ได้ทำให้ผิดหวัง มีความคมชัดมากทีเดียว แต่ถ้าหากจะให้เทียบกับกล้องดิจิตอลจริงๆ คงจะเป็นรองอยู่พอสมควร สามารถนำภาพไปอัดลงกระดาษขนาด 6 x 4 นิ้วได้อย่างสบาย ส่วนการตั้งค่าการถ่ายภาพก็มีให้เลือกความละเอียดสูงสุดตั้งแต่ 2048 x 1536 พิกเซล ไปจนถึง 120 x 160 พิกเซล ซูมภาพแบบดิจิตอลได้สูงสุด 8 เท่า ไฟแฟลชแบบ LED ซึ่งมีระยะส่องสว่างประมาณ 1-1.5 เมตร สามารถเลือกเปิดแฟลชอัตโนมัติเมื่อแสงไม่พอ หรือเปิดทุกครั้งที่ถ่ายภาพได้ มีระบบปรับสมดุลย์แสงสีขาวอัตโนมัติ หรือเลือกได้เองตามสภาพแสงแบบ Daylight, Tungsten, Fluorescent หรือ Horizon มีเอฟเฟ็คท์สีแบบ Greyscale, Sepia และ Negative เลือกถ่ายภาพต่อเนื่อง และตั้งเวลาถ่ายภาพได้
Video Phonebook
การบันทึกหมายเลขโทรศัพท์พร้อมชื่อของ Nokia 7390 ก็ยังคงเป็นเหมือนกับ Nokia รุ่นอื่นๆ คือสามารถเลือกบันทึกได้ทั้งในซิมการ์ด โดยปกติแล้วจะสามารถบันทึกได้ตั้งแต่ 200-300 รายชื่อตามแต่รุ่นของซิมการ์ดนั้นๆ มีข้อดีคือสามารถเปลี่ยนไปใช้มือถือเครื่องอื่นๆ ได้โดยที่ยังมีรายชื่อในสมุดโทรศัพท์ตามไปด้วย แต่หากบันทึกไว้ในหน่วยความจำเครื่องใน Nokia 7390 ก็สามารถบันทึกรายละเอียดต่างๆ ได้หลายอย่าง เช่นเบอร์โทรศัพท์ต่างๆ ที่อยู่ อีเมล์ วันเกิด บันทึกโน้ตย่อ เสียงเรียกเข้าเฉพาะรายชื่อ ภาพผู้โทร หรือคลิปวิดีโอแสดงแทนผู้โทร เมื่อเบอร์เหล่านั้นที่บันทึกเอาไว้ในเครื่องพร้อมกับเลือกคลิปวิดีโอเอาไว้ ก็จะแสดงได้ครึ่งจอทั้งหน้าจอด้านนอก และหน้าจอด้านใน โดยใช้เสียงจากคลิปวิดีโอ ทางที่ดีควรจะเตรียมคำพูดเอาไว้ให้ดีก่อนที่จะบันทึกคลิปวิดีโอที่จะนำมาแสดง เพื่อให้ออกมาดูดีทั้งภาพ และเสียง
Hi-Quality Video Recorder
ความละเอียดของกล้องรุ่นนี้เทียบเท่ากับ Nokia N93 ที่มีความละเอียดสูงถึง 640 x 480 พิกเซลเลยทีเดียว แต่เฟรมเรท (Frame rate) ของ Nokia 7390 ยังอยู่เพียง 15 เฟรมต่อวินาทีเหมือนกับ Nokia 6233 จึงยังทำให้ภาพดูกระตุกบ้าง สำหรับขนาดของไฟล์วิดีโอที่ความละเอียดสูงสุดจะใช้พื้นที่ค่อนข้างสูงนาทีละประมาณ 15 MB แต่หากเลือกความละเอียดไว้ที่ 352 x 288, 176 x 144 หรือ 128 x 96 พิกเซล ก็จะใช้พื้นที่หน่วยความจำน้อยลงตามลำดับ ดังนั้นหากต้องการบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงเป็นระยะเวลานาน ควรจะเลือกบันทึกเก็บไว้ในหน่วยความจำภายนอกจะดีกว่า ซึ่งสามารถเลือกถ่ายได้นานจนกว่าหน่วยความจำจะเต็ม และสามารถเลือกเอฟเฟ็คท์สี สมดุลย์แสงสีขาวได้เหมือนกับการถ่ายภาพนิ่ง
Java Application & Games
โปรแกรม หรือเกมส์จะอยู่ในเมนู Applications ซึ่งสามารถดาวน์โหลดเพิ่มเติมได้ภายหลังตามหน่วยความจำที่เหลือ สำหรับเกมส์ที่มีมาให้จะเหมือนกับ Nokia 5300 คือเกมส์ Music Guess โดยตัวโปรแกรมจะสุ่มเล่นเพลงที่อยู่ในเครื่อง แล้วให้ผู้เล่นเลือกรายชื่อเพลงให้ถูกต้อง, เกมส์ Rally 3D เป็นเกมส์รถแข่งแบบ 3 มิติ ให้ภาพที่ค่อนข้างสวยงาม และถือเป็นการทดสอบการประมวลผลทางด้าน 3 มิติของเครื่องได้เป็นอย่างดี ส่วนเกมส์อื่นๆ ก็มี Snake III และเกมส์ Sudoku
โปรแกรมจาวาที่มีมาให้ในเครื่องก็มี Size Converter ตัวโปรแกรมสามารถแปลงค่ารองเท้า เสื้อ กางเกง เมื่อใส่ตัวเลข หรือ Size เสื้อผ้าลงไปแล้วก็จะแปลงเป็นค่าต่างๆ ที่นิยมใช้กันให้ดูอย่างครบถ้วน ส่วนโปรแกรมต่างๆ ก็มี World clock , Calculator (อยู่ในเมนู Organizer) และ E-mail (อยู่ในเมนู Messaging)
 |
Connectivity
Nokia 7390 มีระบบการเชื่อมต่อ และการส่งถ่ายข้อมูลที่ค่อนข้างครบครัน ทั้งในด้านการเชื่อมต่อไร้สายในระยะใกล้ มีทั้งพอร์ตอินฟราเรด และบลูทูธ สามารถรับส่งข้อมูลได้โดยตรงจากมือถือเครื่องอื่นๆ ที่รองรับ หรือใช้ร่วมกับโปรแกรม PC Suite แบบไร้สายก็ได้เช่นกัน ส่วนบลูทูธนอกจากจะใช้รับส่งข้อมูลแล้ว ยังใช้ร่วมกับชุดหูฟังบลูทูธไร้สายแบบสเตอริโอ ซึ่งกำลังเป็นที่ได้ความนิยมอยู่ในขณะนี้ เพราะให้ความสะดวกสบายในการฟังเพลงโดยไม่มีสายเกะกะในระยะรัศมีประมาณ 10 เมตร แต่หากต้องการความเร็วในการส่งผ่านข้อมูลสูงอย่างเช่นการโหลดไฟล์เพลงควรจะใข้สายดาต้าลิงค์แบบ USB จะสะดวกกว่า ซึ่ง Nokia 7390 เปลี่ยนจาก Pop Port มาใช้หัวต่อแบบ mini USB จึงหาซื้อได้ง่ายตามร้านขายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ทั่วไป อีกทั้งยังมีราคาถูกมากอีกด้วย แต่การเชื่อมต่อผ่าน mini USB นี้ จะไม่มีการชาร์จแบตเตอรี่ไปด้วยในตัวเหมือนยี่ห้ออื่นๆ ต้องชาร์จแบตเตอรี่ผ่านสายชาร์จเท่านั้น
การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตก็รองรับทั้งเครือข่าย GPRS และ EDGE หรือหากอยู่ในต่างประเทศที่รองรับระบบ 3G ก็สามาระเปลี่ยนไปใช้เครือข่าย UMTS ซึ่งจะมีความเร็วในการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตที่รวดเร็วกว่า อีกทั้งยังรองรับการสนทนาแบบเห็นภาพ โดยใช้กล้องดิจิตอลด้านในที่อยู่เหนือจอแสดงผลได้อีกด้วย ส่วน WAP Browser ก็รองรับทั้ง WAP 2.0 และ XHTML
Organizer
เมนู Organizer จะมีฟังก์ชั่นต่างๆ เริ่มจากนาฬิกาปลุก ไม่สามารถเลือกวันได้ เสียงปลุกเลือกแบบเสียงธรรมดา หรือเป็นวิทยุก็ได้ แต่จะต้องเสียบชุดหูฟังค้างเอาไว้, ปฏิทินแบบรายเดือน รายสัปดาห์ เพิ่มนัดหมายต่างๆ ลงไปได้ ซึ่งหากตั้ง Active Standby เอาไว้ก็จะไปแสดงผลบนหน้าจอเพื่อเตือนทุกครั้งที่เปิดเครื่องใช้, เครื่องคิดเลขวิทยาศาสตร์ซึ่งเป็นโปรแกรมจาวา สามารถคำนวนค่าทางวิทยาศาสตร์ต่างๆ ได้ มีฟังก์ชั่นการคำนวนใกล้เคียงกับเครื่องคิดเลขที่มีราคาแพง นอกจากนี้ยังมีบันทึกสิ่งที่ต้องทำ, บันทึกโน้ตย่อ, โปรแกรมเทียบเวลาทั่วโลก, นาฬิกาจับเวลา, นาฬิกาตั้งเวลา และบันทึกเสียงเสียงได้ครั้งละ 1 ชั่วโมง
Final Opinion & Conclusion
ที่เลือกเอา Nokia 7390 จากลามูร์คอลเล็คชั่นใหม่ มารีวิวเพียงรุ่นเดียวก็เพราะเป็นรุ่นที่น่าสนใจที่สุด ด้วยรูปทรงแบบฝาพับต่างลามูร์คอลเล็คชั่นรุ่นก่อน ถ้าหากใครจะว่าแฟชั่นโฟนสวยแต่รูป จูบไม่หอมเหมือนรุ่นก่อนๆ คงไม่ได้แล้วนะ เพราะรุ่นนี้มีทั้งกล้องระบบออโต้โฟกัสความละเอียดสูงถึง 3 ล้านพิกเซล พร้อมกับกล้องถ่ายวิดีโอความละเอียดสูง มีกล้องตัวที่สอง รองรับเครือข่าย 3G รวมไปถึงความสามารถในเชิงธุรกิจก็แทบไม่ต่างจากตระกูล 6 ของ Nokia เลย สำหรับรุ่นนี้ Nokia เค้ายังทำออกมาเป็นสีชมพูสำหรับคุณผู้หญิง และยังมีสีน้ำตาลสำหรับคุณผู้ชายที่อยากได้มือถือสวยๆ งามๆ เอาไว้ให้ได้ถือกันอีกด้วย สนนราคาเลยหมื่นกลางๆ ไปเล็กน้อย แต่เมื่อเทียบกับความสวยงาม และฟังก์ชั่นความสามารถที่ได้ถือว่าน่าสนใจเลยทีเดียว
|
|
|
|
จอแสดงผลแบบมี
Active Standby |
|
สมุดโทรศัพท์บันทึก
รายละเอียดต่างๆ ได้
|
|
|
|
|
|
เครื่องเล่นเพลง MP3 |
ปรับแต่ง
อีควอไลเซอร์ได้ |
|
บันทึกเสียงได้
ครั้งละ 1 ชั่วโมง
|
On Focus
ถึงแม้ว่าการถอดเปลี่ยนหน่วยความจำแบบ microSD จะไม่ต้องปิดเครื่องก่อน แต่หากนำการ์ดมาใส่ระหว่างเปิดเครื่องอยู่ก็จะมองไม่เห็น จะต้องทำการปิด แล้วเปิดเครื่องใหม่ก่อนจึงจะสามารถใช้งานได้
เซ็นเซอร์รับแสงช่วยปรับจอแสดงผลให้สว่างขึ้น หรือมืดลง ซึ่งจะช่วยทำให้ประหยัดแบตเตอรี่ไปได้อีกเล็กน้อย
Strength
- แฟชั่นโฟนแบบฝาพับพร้อมลวดลายน่าหลงไหล
- กล้องดิจิตอล 3 ล้านพิกเซล ระบบออโต้โฟกัสพร้อมแฟลช
- มีกล้องตัวที่ 2 รองรับระบบ 3G เต็มรูปแบบ
- กล้องถ่ายวิดีโอความละเอียดสูง
- มีพอร์ตอินฟราเรด และรองรับบลูทูธแบบสเตอริโอ
( A2DP)
- ใช้คลิปวิดีโอแสดงแทนผู้โทรได้
|
Weakness
- หน้าจอหลักมีความสว่างน้อยไปหน่อย
- หน่วยความจำภายนอกไม่ได้เป็นแบบ Hot Swap
- ใช้กล้องด้านในถ่ายภาพไม่ได้
|
|