Nokia 7270
มือถือสามตัวที่ออกมาพร้อมกันด้วยคอนเซ็ปท์และธีมเดียวกันคือ การเป็นมือถือแฟชั่นที่ไม่ได้เน้นในเรื่องของลูกเล่นมากนัก และการใช้โทนสีดำแดงเป็นส่วนของตัวเครื่องทำให้โนเกีย 7270 เป็นที่ต้องตาของเหล่าอินเทรนด์ทั้งหลายเป็นที่สุด ดูแล้วเป็นการผสมผสานกันระหว่างมือถือและแฟชั่นอย่างลงตัว และรุ่นนี้เองมีจุดเด่นที่การเปลี่ยนหน้ากากผ้า ซึ่งตรงนี้เอง เคยสร้างชื่อให้รุ่นพี่ของมันอย่างโนเกีย 7200 มาแล้ว หากใครใช้ตัวเดิมอยู่คงเริ่มจะสนใจแล้วสิครับว่ารุ่นนี้จะมีคุณสมบัติ เป็นอย่างไร
Physical Appearance
เรียกได้ว่าลอกแบบมาจากโครงสร้างของเครื่องยี่ห้อเดียวกันเองอย่างโนเกีย 6170 เพราะน้ำหนักและสัดส่วนโดยรอบ มีขนาดเท่ากันหมด ต่างกันเพียงหน้าตาที่รุ่นนี้จะออกไปทางแฟชั่นจ๋า ส่วนตัวนั้นจะเป็นแนวเรียบหรูแบบนักธุรกิจ สิ่งที่รู้สึกได้ในครั้งแรกที่ได้จับคือ น้ำหนักตัวอยู่ในขั้นอวบอ้วนไปเหมือนกัน เพราะ 121 กรัมนี่คงไม่ได้หลอกใคร ดูแล้วหนักเกือบเท่าสมาร์ทโฟนตัวใหญ่ ก็ให้คิดว่าหนักแบบแน่นไปด้วยคุณภาพแล้วกัน
ความน่าสนใจในการออกแบบนั้นอยู่ตรงการใช้หน้ากากผ้ามาติดทับตัวเครื่องไปนั่นเอง ซึ่งถ้าเราลองดูด้านหน้า เราจะเห็นรู 4 รู ที่ตามมุมเครื่องเพื่อเอาไว้ล็อคหน้ากากผ้านั่นเอง และสำหรับวัสดุกับส่วนประกอบอื่นมีอยู่ว่า รุ่นนี้จะใช้พลาสติกสีดำชนิดเงา แบบที่ใช้ในโนเกีย 7610 เป็นส่วนใหญ่แล้วแปะทับด้วยแผ่นโลหะทั้งสองฝั่ง ส่วนแกนกลางจะเป็นพลาสติกแบบด้าน ข้ามมาที่ส่วนประกอบกันบ้าง อย่างแรกที่ต้องบอกคือ ลักษณะโดยรวมของรุ่นนี้นั้นก็เหมือนกับโนเกีย 6170 นั่นเองที่มีเลนส์กล้อง อยู่มุมล่างสุด หากกางออกเพื่อถ่ายรูปจะทำให้มันไปอยู่บนปลายสุด ทำให้ไม่โดนมือบังง่ายๆ แล้วยังมีลำโพงภายนอกที่ใช้เป็น สปีกเกอร์โฟนได้ หน้าจอขนาดเล็กที่เอาไว้แสดงสถานะเครื่อง
ปิดหัวข้อกันด้วยความถนัดมือกันหน่อย จากการใช้โทรคุยเป็นเวลาค่อนข้างนานพบว่าถือได้ถนัดมือดี เพราะฝามันกางออกได้เกือบ 180 องศา แต่ตรงลำโพงหูฟังยังเป็นเหลี่ยมสันอยู่ หากท่านเป็นคนที่คุยโทรศัพท์แล้วชอบกดลงไปกับหูเรา รับรองว่าหูเจ็บแน่ ส่วนการถือแบบธรรมดาพบว่ายังทำได้ไม่สะดวกเหมือนกัน เพราะตัวเครื่องมีลักษณะเป็นเหลี่ยม ทำให้ไม่ค่อยรับกับมือใหญ่ๆ ของผมสักเท่าไหร่
Four-Way Navigation Key
ปุ่มสี่ทิศทางของ 7270 กดได้ยากกว่า 6170 เล็กน้อย เพราะว่าอยู่ชิดติดกันกับซอฟท์คีย์และปุ่ม Send / End แต่ไม่ใช่ว่ากดผิดโดยตลอด ยังถือว่าทำหน้าที่ได้ดีเหมือนเดิม นอกนั้นปุ่มอื่นถึงจะเรียบแบนเป็นแผงเดียวกัน แต่ก็มีขนาดใหญ่ จนกดได้สบายนิ้วมาก ส่วนการทำงานของปุ่มสี่ทิศทางนั้นจะเป็นเมนูลัดได้เช่นเคย เริ่มตั้งแต่กดขึ้นเป็นโหมดกล้อง ลงคือ สมุดโทรศัพท์ ซ้ายเป็นการพิมพ์ข้อความ และขวาเป็นการเลือก Push-to-talk Group และที่เห็นว่าด้านข้างยังมีปุ่มอีกก็คือ ปุ่มปรับเสียงด้านซ้าย ส่วนปุ่มใช้งาน Push to talk และปุ่มเปิดปิดจะอยู่ด้านขวา โดยมีอินฟราเรดพอร์ทแอบแซมอยู่ตรงกลาง
Menu Navigation
สิ่งที่ผมชอบในส่วนเมนูของโนเกียก็คือ การใช้ Go to มาเป็นตัวลัดในการเข้าเมนูที่ใช้บ่อย ทำให้เราไม่ต้องเสียเวลากดเข้าไปลึก ซึ่งจริงแล้วเมนูของมันก็มีการตอบสนองที่เร็วเหมือนเดิม น่าประทับใจเสียจริง ส่วนโครงสร้างของเมนูยังคงเป็น Grid 3 x 3 หรือหากไม่ชอบก็ลองเปลี่ยนมาเป็นแบบ 4 รายการต่อหนึ่งหน้าดู ส่วนเมนูเดิมที่เป็นแบบเต็มหน้าไม่มีให้เห็นแล้ว ในขณะที่การเปลี่ยนธีมไม่ได้ทำให้เมนูสวยขึ้นมาแต่อย่างใด เพราะเราสามารถตั้งค่าหน้าจอหลัก หน้าจอด้านนอก และเสียงเรียกเข้าให้เป็นธีมเดียวกันเท่านั้น หากต้องการเล่นสีให้กับเมนูคงต้องใช้การเปลี่ยนโครงสร้างสีเหมือนเดิม นอกจากนี้ ในเรื่องการการแสดงผลในเมนูถือว่ามีการพัฒนาขึ้น เพราะไมว่าเราจะเปิดเมนูเข้าไปลึกเพียงใด เราจะยังเห็นระดับสัญญาณ แบตเตอรี่และเวลาอยู่ตลอดครับ
Push to talk Function
จากที่ผมได้อธิบายไปเล็กน้อยแล้วเกี่ยวกับประโยชน์และการทำงานของ Push to talk ในโนเกีย 6170 เท่ากับว่างานนี้ ผมไม่ได้ทดสอบจริงๆ จังๆ เหมือนเคย เพราะไม่มีเครื่องมาให้มากกว่าหนึ่ง ซึ่งการใช้งานมันก็เหมือนกับเราเอามือถือมาใช้แทน Walkie-Talkie นั่นล่ะครับ ใครอยากอ่านลองย้อนไปดูที่รีวิของโนเกีย 6170 แล้วกัน
Dual Color Displays
จอสีคู่ทั้งด้านในและด้านนอกให้การแสดงผลที่ต่างกันค่อนข้างมาก เพราะจอด้านในเป็นชนิด TFT 65,536 สี แต่ด้านนอกเป็นเพียง CSTN 4,096 สี แสดงผลได้ขนาด 128 x 160 และ 96 x 65 พิกเซลตามลำดับ อย่างนั้นเรามาดูจอหลักที่มีความสวยงามกันก่อน เท่าที่ลองสังเกตดูและใช้ความรู้สึกเอา ผมว่าจอของ 6170 และ 7270 ไม่มีความแตกต่าง คือสวยแบบพอประมาณ ความสว่างกำลังดี คงได้คะแนนไปประมาณ 8 เต็ม 10 ไม่เกินนี้ และจอด้านนอกจะมีความสดของสีแบบธรรมดา แต่อย่างว่ามันเป็น CSTN จึงคาดหวังอะไรไม่ได้มาก
การตั้งภาพให้เป็นวอลเปเปอร์ของรุ่นนี้ถือว่าทำได้สมบูรณ์แบบ เพราะใช้ได้ทั้ง JPEG และ Animated GIF หมายความว่า เราจะให้ภาพพิ้นหลังของเราเป็นภาพนิ่งหรือภาพขยับก็ไม่เป็นปัญหา ส่วนขนาดที่เหมาสมคงไม่พ้น 128 x 160 พิกเซล
MP3 & 40 Chord Polyphonic Ringtone
น่าดีใจเหมือนกันที่เสียงเรียกเข้าของรุ่นนี้ใช้ MP3 ได้ เท่ากับว่าจะใช้เสียงทรูโทนแบบแปลกๆ หรือจะเป็นเพลงธรรมดาก็ไม่พลาด โดยคุณภาพเสียงยังธรรมดามาก เพราะไม่ได้ใสแจ๋วและดังหูแตก ซึ่งฟังดูแล้วพอกับ 6170 อีกเหมือนกัน ไม่เพียงเท่านี้ ตัวเครื่องยังสามารถเล่นไฟล์ AAC / MIDI / SP-MIDI / AMR เพื่อเป็นทางเลือกได้ทั้งหมด ส่วนเสียงโพลีและ ทรูโทนนั้นมีเตรียมมาไว้ในเครื่องอยู่ 24 เสียงด้วยกันครับ นอกจากนี้แล้ว การใช้งานโพรไฟล์ 6 แบบก็มีมาให้พร้อม โดยจะมี 4 ตัวที่เป็นค่ามาตรฐานอยู่ ส่วนอีก 2 ตัวที่เหลือเป็นโพรไฟล์ที่ให้เราเลือกตั้งเอง จริงแล้วมันก็เปลี่ยนได้ทั้งหมดอยู่ดี
VGA Digital Camera
หากพูดถึงความสามารถของกล้องดิจิตอลของโนเกีย คงจะไม่มีลูกเล่นอะไรมากมาย ซึ่งก็เป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว อย่างนั้นเรามาพูดถึงสิ่งที่มีกันดีกว่า ขนาดของภาพถ่ายจะอยู่ที่ 640 x 480 พิกเซล พร้อมฟังก์ชั่นการซูม 2 ระดับ หรือหากต้องการถ่ายตัวเองก็เพียงใช้คำสั่ง Use mini display หน้าจอด้านนอกก็พร้อมใช้งานเป็นช่องมองภาพแล้ว แต่ข้อเสียของมันคือ เราไม่สามารถปิดฝาแล้วถ่ายได้ ถึงแม้ว่าจะถ่ายด้วยจอเล็กก็ตาม นอกจากนั้น เรายังมีการถ่ายแบบ Portrait ที่ใช้เพื่อเก็บลงในสมุดโทรศัพท์ การ่ถ่ายแบบไนท์โหมด ปิดกันด้วยที่การปรับตั้งคุณภาพของรูป 3 ระดับ การเปลี่ยนชื่อรูป และการปิดเสียงชัตเตอร์ครับ
การบันทึกภาพเคลื่อนไหวทำได้เพียง 4 นาที ขนาด 128 x 96 พิกเซล ซึ่งอย่างไรก็นานกว่าของ 6170 ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่า หน่วยความจำมีมากกว่าด้วยกระมัง แต่ว่าไม่มีลูกเล่นอะไรให้เห็น จะซูมก็ไม่ได้ ได้เพียงการปิดเสียงเท่านั้นเอง
คุณภาพของกล้องถือว่าทำได้ดีปานกลาง เพราะภาพที่ระยะใกล้มีความคมชัดค่อนข้างดี แต่หากไกลออกไปหน่อยเป็นเบลอหมด อีกอย่างที่ผมไม่เข้าใจคือ ภาพที่ถ่ายออกมาได้จะเบลอตามขอบ และจะชัดเพียงตรงกลางเป็นวงกลม ส่วนวิดีโอจะถ่ายออกมาเป็น ไฟล์ 3GP เรื่องความคมชัดยังทำได้ไม่ดี ยังไม่เนียนเท่าที่ควร
 |
 |
ตัวอย่างรูปถ่าย |
15 MB Internal Memory
แน่นอนว่าแพงกว่าก็ต้องมีอะไรดีกว่าสิครับ เพราะหน่วยความจำของ 7270 จะมีอยู่ 15 เมกะไบต์โดยประมาณ ทำให้เราเลือกเก็บเสียงเรียกเข้าแบบ MP3 และรูปถ่ายได้พอตัวเหมือนกัน โดยในแกลเลอรี่เองจะแบ่งออกเป็นภาพถ่าย คลิปวิดีโอ ธีม ภาพวอลเปเปอร์ เสียงเรียกเข้า และเสียงอัด แต่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเท่านี้ เพราะข้อมูลจำพวกสมุดโทรศัพท์ SMS MMS เกม และแอพพลิเคชั่นที่เป็นจาวาก็ถูกรวมอยู่ใน 15 เม็กนี่เหมือนกัน ซึ่งผมคิดว่าเพียงพอแล้ว แต่ยิ่งมีเยอะก็ดีกว่าไม่ใช่หรือ
FM Stereo Tuner
นี่ก็เป็นอีกสิ่งที่มีเพิ่มมาจาก 6170 โดยเราจะสามารถฟังวิทยุเอฟเอ็มที่ให้เสียงสเตอริโอได้ ส่วนลูกเล่นของมันก็มีอยู่เช่น การค้นหาสัญญาณอัตโนมัติ ซึ่งเครื่องจะทำการหาคลื่นให้เราเอง หากมีคลื่นไหนที่สัญญาณไม่ดีจะถูกข้ามไป ดังนั้นจะจูนแบบ ธรรมดาก็ไม่ห้าม ถัดมาเป็นการตั้งช่องสัญญาณ 20 ช่อง พร้อมการใส่ชื่อให้ช่องนั้นๆ ปิดกันด้วยการป้อนช่องสัญญาณเข้าไปตรงๆ เลย หากเราอยากฟัง 105.5 ก็กดเอาจากแป้นพิมพ์นั่นล่ะครับ หรือถ้าเราตั้งช่องเอาไว้แล้วปิดฝาพับอยู่ เราเพียงกดปุ่มรับสายที่ สมอลทอล์ค มันก็จะเปลี่ยนช่องทันที
Picture Phonebook
การแสดงรูปผู้โทรเข้าของรุ่นนี้มีขนาดเล็กมาก เทียบแล้วไม่ถึงหนึ่งในสี่ของหน้าจอด้านนอกด้วยซ้ำ ทำให้เราแทบมองไม่เห็น หน้าผู้โทรเข้า เท่าที่ดูก็มีข้อเสียแค่ตรงนี้เอง เพราะโดยปกติแล้วสมุดโทรศัพท์ของโนเกียถือว่าสุดยอด เพราะสามารถหารายชื่อ รวมถึงใช้งานได้อย่างงายดาย ตัวนี้เช่นกันที่มีการใส่รายละเอียดเบอร์ให้แต่ละชื่อแบบมัลติฟีลด์ ได้แก่ General / Mobile / Home / Fax / Office / E-mail / Web address / Postal address / User ID / Note แถมใส่เบอร์ได้สูงสุดถึง 255 รายการ ส่วนเรื่องกลุ่มผู้โทรก็มีอยู่ 5 กลุ่ม พร้อมการเปลี่ยนชื่อ โลโก้ และเสียงเรียกเข้าให้แต่ละกลุ่มได้ ทั้งนี้เองเราสามารถเลือกเปลี่ยนการแสดงผลให้ดูในซิมและในเครื่องได้ไม่ยากครับ
Organizer & Tools
ในส่วนนี้ถือว่าเหมือนกับโนเกีย 6170 ทั้งหมด โดยเริ่มที่ปฏิทินสามมุมมอง ใส่นัดหมายและตั้งเตือนได้ บวกกับรายการสิ่งที่ ต้องทำที่มีทั้งการกำหนดความสำคัญและวันสิ้นสุด และสุดท้ายที่การใส้บันทึกย่อ 3,000 ตัวอักษรต่อหนึ่งรายการ เท่าที่ลองดู แล้วก็อ่านไฟล์ txt จากคอมพิวเตอร์ได้เช่นเดียวกัน
ข้ามมาที่เครื่องมือเล็กน้อยกันบ้าง อันแรกเป็นนาฬิกาปลุกแบบเวลาเดียว ตั้งซ้ำวันและเปลี่ยนเสียงเตือนได้ ถัดมาเป็นนาฬิกาจับเวลา และนาฬิกานับถอยหลัง ส่วนฟังก์ชั่นทางด้านเสียงแบบเดิมก็มีการสั่งงานด้วยเสียงที่รายการคำสั่งไม่เยอะ บางอันไม่รู้ว่าให้มาทำไม อย่างเช่น การสั่งงานให้เครื่องบอกระดับแบตเตอรี่และสัญญาณด้วยเสียงบี๊บ ซึ่งผมว่ามองดูเอาที่หน้าจอน่าจะง่ายกว่า นอกนั้นคือ การโทรออกด้วยเสียงและการอัดเสียงนาน 3 นาทีครับ
นอกจากนั้นแล้ว เรายังพอจะใช้งาน Media Player ในเครื่องในการฟังเพลง MP3 ได้ แต่ด้วยหน่วยความจำภายในไม่สามารถ เพิ่มได้ ทำให้เก็บเพลงได้ไม่เยอะเท่าไรนัก หรือเราจะลองประยุกต์ใช้โปรแกรมนี้ด้วยการเอาไฟล์ 3GP ที่เป็นคลิปวิดีโอ มาลงเพื่อดูก็เป็นได้ครับ
Messaging System
เป็นที่น่าดีใจอีกรุ่นหนึ่งของโนเกียเพราะมีระบบสะกดคำภาษาไทยมาให้ ทำให้การพิมพ์ไทยเป็นไปด้วยความสะดวกมากยิ่งขึ้น นับว่าเป็นนิมิตหมายอันดีว่าอีกหน่อยมือถือยี่ห้อโนเกียจะมีระบบสะกดคำไทยกับเขาแล้ว นอกเรื่องไปเสียมาก มาต่อกันที่ระบบ ข้อความที่มีทั้ง SMS MMS และ E-mail แบบ SMTP POP3 และ IMAP4 โดย 7270 นี้สามารถเก็บข้อความสั้นไว้ใน ตัวเครื่องได้ไม่น้อยทีเดียว ทั้งเหล้าเก่าในขวดใหม่อย่าง Instant Message ก็มีอย่างครบครัน รวมถึง MMS ก็สามารถ แนบไฟล์ไปด้วยถึง 100 กิโลไบต์ จะแนบอะไรก็แนบไป ยกเว้น MP3 คงจะแนบไปไม่ได้ครับ
Java Games & Applications
ในเครื่อง 7270 จะมีเกมและโปรแกรมติดมาให้อย่างละ 2 ตัว เรามาเริ่มที่เกมกันก่อนดีกว่า เกมแรกมีชื่อว่า Disco ซึ่งคงเป็นที่ชื่นชอบสำหรับขาแด๊นซ์ทั้งหลาย อีกอันเกม Chic Pinball ก็คงไม่ต้องบอกว่าเป็นเกมอะไร ส่วนแอพพลิเคชั่น สองตัวมี Translator เป็นดิคชันนารีอังกฤษ จีน และ Size Converter เป็นเครื่องแปลงหน่วยเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายต่างๆ ครับ
Connectivity
นับว่าขาดบลูทูธไปทำให้ยังไม่ค่อยสมบูรณ์แบบในส่วนนี้ ซึ่งผมเองคิดว่าน่าจะมีมาให้ เนื่องจากราคาเครื่องก็ไม่ใช่ถูก แต่ก็ยังดีที่ไม่ลืมอินฟราเรดเพื่อใช้ในการรับส่งข้อมูลอย่างภาพ รูปถ่าย เสียงเรียกเข้า นัดหมายปฏิทิน ฯลฯ แต่หากใครไม่สะดวกให้ลองใช้ WAP 2.0 ผ่าน EDGE หรือ GPRS ที่แปลงภาษา xHTML ได้แทน เรื่องความเร็วไม่ต้องเป็นห่วง เพราะตามสเป๊กแล้ว EDGE สามารถรับส่งข้อมูลได้ถึง 236.8 kbit/s
Final Opinion & Conclusion
จากการใช้งานมาเกือบหนึ่งอาทิตย์ 7270สร้างความประทับใจให้ผมค่อนข้างมาก ในแง่ของการใช้งานทั่วไป และความสวยงามของตัวเครื่อง เพราะข้อดีของมันก็อยู่ตรงนั้นล่ะ ที่มีหน้ากากผ้าเปลี่ยนลายได้ อย่างไรก็ดี ไม่ใช่ว่าลูกเล่น ของมันไม่มีอะไรเลย เพราะเท่าที่เล่นมาจนเกลี้ยงก็พบว่า หน้าจอมีความสวยงาม เสียงเรียกเข้าทรูโทนแบบ MP3 กล้องดิจิตอลความละเอียดสามแสนพิกเซล และวิทยุก็สร้างความน่าสนใจให้กับรุ่นนี้ได้พอสมควร ทั้งยังมีหน่วยความจำแบบ พอใช้การเชื่อมต่อแบบอินฟราเรด และลูกเล่นใหม่ที่ยังไม่แพร่หลายอย่าง Push to talk ก็ทำให้รุ่นนี้ยิ่งน่าใช้เข้าไปอีก แต่อย่าลืมว่ามันถูกวางตัวให้ความสำคัญไปทางแฟชั่นโฟนเสียมาก ในทางกลับกัน ข้อเสียของมันไม่ได้โดดเด่นจนลบภาพดีๆ ของมันออกไป และข้อเสียที่ผมพบได้ เช่น ตัวเครื่องมีขนาดใหญ่และน้ำหนักมาก การเพิ่มหน่วยความจำไม่ได้ และการไม่มีบลูทูธ ถือว่ายังไม่น่าเกลียด หากใครเป็นคนที่ชอบตามแฟชั่นหน่อย ผมว่า Nokia 7270 เหมาะกับคุณมาก เพราะเปลี่ยนชุดไหน ก็เปลี่ยนหน้ากากผ้าให้แมทช์กับชุดได้เลยทันที
|
|
|
|
หน้าจอหลักขนาดใหญ่ |
เมนูแบบรายการ
เลือกเปลี่ยนได้ |
ปกเลอรี่ภาพถ่าย
ฝีมือเรา |
|
|
|
|
|
ตั้ง Priority ให้กับ
To do list ได้ |
อ่านไฟล์ .txt ที่มาจาก
Notepad ได้
|
เกมส์ pinball |
ตัวแปลงหน่วยที่เเป็น
จาวา
|
Strength
- เปลี่ยนหน้ากากผ้า ( Textile wrap ) ได้
- หน้าจอหลักแสดงผลสวยงาม
- เสียงเรียกเข้าเป็น MP3
- รองรับการใช้ Push to talk
- วิทยุเอฟเอ็มในตัว
|
Weakness
- ไม่มีบลูทูธ
- เพิ่มหน่วยความจำไม่ได้ |
|