Nokia 6680
เป็นอันว่าโนเกีย 6680 ออกมาก่อน 6681 ที่หน้าตาเหมือนกันอย่างกับแพะ เอ้ย แกะ ความแตกต่างคงไม่ต้องบอกกันแล้ว เพราะเห็นๆ อยู่ว่าตัวนี้จะมีกล้องอยู่ด้านหน้าเพิ่มความสามารถในการถ่ายรูปและทำ VDO Call ขึ้นมา นอกนั้นน่าจะเป็นซิมเบียนเวอร์ชั่น 8.0a รองรับ 3G ที่ใช้ได้ทั้งระบบ GSM และ WCDMA ใหม่เอี่ยมอ่องกว่าของ 6630 อีก ดังนั้นเป็นที่แน่นอนว่า หากใครรออยู่ก็รีบไปอ่านเถอะ อย่าเปลืองหน้ากระดาษอีกเลย
Physical Appearance
ลักษณะทางกายภาพที่แตกต่างออกไปจากโนเกีย 6681 ก็คือกล้องด้านหน้าเพียงอย่างเดียว นอกนั้น ไม่ว่าจะเป็นน้ำหนัก ขนาดตัวถือว่าเทียบเคียงได้แบบเกือบเท่ากันเป๊ะ ต่างกันอีกนิดตรงที่รุ่นนี้จะผอมกว่านิดหน่อยเท่านั้นเอง ผมก็ไม่ได้เอามาเทียบกันเสียด้วย อาศัยดูตามสเป็กเอา อย่างไรก็ตาม ขนาดของมันถือว่ากำลังเหมาะมือ ใช้งานได้โดยสะดวก อีกทั้งตัวเครื่องโดยรวมทำได้แข็งแรงดี ยกเว้นฝาหลังที่ออกจะหลวมไปหน่อย นอกจากจะเปิดปิดในแนวดิ่งขึ้นลงได้แล้ว ยังเลื่อนซ้ายขวาได้อีกด้วย :P ใครไม่ชอบตรงนี้ขอให้ทำใจก่อนซื้อได้เลยครับว่า ต้องเจอแน่
วัสดุที่รวมร่างกันเป็นตัวเครื่องยังมีส่วนของโครเมี่ยมที่ดูแล้วผมว่าไม่เข้ากันสักเท่าไหร่ เพราะทั้งดีไซน์ของปุ่มกดที่เป็นพลาสติกมันตัดกับโครเมี่ยมยังไงไม่รู้ อีกอย่างหนึ่งคือ ที่รอบๆ ตัวเครื่องจะเป็นโครเมี่ยมล้อมเอาไว้อีกชั้น รับรองว่าใช้นานไปก็จะต้องเจอปัญหาของการลอกเห็นเนื้อพลาสติกแน่ เนื่องจากตรงนี้เองเป็นส่วนที่สัมผัสกับมือมากที่สุดขณะถือคุย หากต้องการเปลี่ยนกรอบก็ต้องพึ่งศูนย์เพียงอย่างเดียว เพราะรุ่นนี้จะมาเปลี่ยนหน้ากากเองไม่ได้
ตัวเครื่องโดยรวมจะเป็นทรงค่อนข้างเหลี่ยม ด้านหน้าจะเห็นเลนส์กล้องโดดเด่นอยู่ด้านบน ล้อมรอบด้วยพลาสติกชุบโครเมี่ยมอีกเช่นเคย ตรงนี้เองค่อนข้างเป็นอันตราย หากหล่นหน้าฟาดพื้นแล้วล่ะก็... นอกจากนี้แล้ว เลื่อนมาทางด้านซ้ายเราจะเห็นเซ็นเซอร์รับแสง เพื่อเปิดปิดไฟแบ็คไลท์ของปุ่มกดให้โดยอัตโนมัติ ต่ำลงมาเป็นพื้นที่ของปุ่มกด จะเอาไว้พูดในหัวข้อถัดไป พลิกกลับมาด้านหลังกันหน่อย ฝาหลังของ 6680 จะเป็นแผ่นใหญ่ โดยมีฝาเลื่อนเอาไว้ปิดเลนส์กล้องอีกชั้นเพื่อกันรอยที่จะเกิดขึ้นกับเลนส์ ข้อเสียอีกอย่างคือ ฝาอันนี้จะขูดโดนกับพื้นผิวเครื่องที่อยู่รอบเลนส์ได้ง่าย จะเปิดปิดก็ต้องระวังกันหน่อย เดี๋ยวจะเสียโฉมเอา ส่วนช่องใส่การ์ดแบบ Hot-Swap จะวางตัวอยู่ด้านขวาเหมือนกับ 6630 นั่นเอง นอกจากนี้ยังมีส่วนของลำโพงที่อยู่ด้านบน และป๊อปพอร์ทด้านล่างบวกรูเสียบสายชาร์จจะอยู่ติดกันหมดเหมือนโนเกียรุ่นอื่นครับ
 |
 |
Five-Way Navigation Key
ถือว่ากดได้ง่ายมากสำหรับปุ่มห้าทิศทางของรุ่นนี้ เพราะนูนออกมาได้ระดับกำลังพอดี ยิ่งซอฟท์คีย์สองฝั่งยิ่งแล้วใหญ่ ขนาดของมันเท่ากับปุ่มตัวเลขสองปุ่มเลย โดยสามารถเลือกการทำงานให้มันได้ทั้งคู่ตามใจชอบ แต่สุดท้ายเป็นอันว่า 6680 ได้ตัดการทำงานของคีย์ลัดในปุ่มห้าทิศทางอันนี้ออกไปแล้ว เนื่องจากมีทางลัดแบบใหม่ใช้บนจอแสดงผลเอาเลย เป็นยังไงรอดูกันต่อไป อื่นๆ ยังมีปุ่มรับคำสั่งเสียงด้านซ้าย กดค้างเอาไว้ก็พูดเสียงลงไปได้เลย ด้านขวาจะเห็นปุ่มเปิดปิด ใช้เปลี่ยนโพรไฟล์ได้เหมือนกับมือถือของโนเกียทั่วไป
Symbian 8.0a Operating System
ระบบปฏิบัติการยอดฮิตในโนเกียสมาร์ทโฟนอย่าง Symbian ก็ถูกบรรจุลงมาเช่นเคย โดยเวอร์ชั่นที่ใช้อยู่นี้จะเป็นตัวเดียวกับ 6630 แต่ว่าจะมีความสดกว่านิดหน่อยตรงที่ User Interface ที่หน้าจอสแตนด์บายได้มีการเพิ่มลักษณะของ Today Screen ในพ็อกเก็ตพีซีมา นั่นก็คือเมนูลัด 5 รายการที่เปลี่ยนฟังก์ชั่นได้ รวมถึงนัดหมายที่กำลังจะมาถึงเป็นลิสท์เรียงลงมาอยู่ด้านล่าง และในเรื่องของความเร็วในการทำงานถือว่ายอดเยี่ยม เพราะไม่ว่าจะเปิดโปรแกรมอะไรในเครื่องก็ไวทันใจ แต่ก็ไม่ควรเปิดทิ้งเอาไว้เช่นเคย เพราะเครื่องอาจจะอืดเป็นเต่า อันนั้นก็ว่ากันไม่ได้ นอกจากนี้แล้ว ระบบภาษาไทยในซิมเบียน 8.0a ตัวนี้ก็มีให้เหมือนเดิม อย่างไรก็ดี สิ่งที่ผมยังสังเกตได้คือสัญญาณที่ค่อนข้างสวิงเหมือนกับ 6630 ถามผู้รู้มาหลายท่าน เกจิเขาบอกว่าเป็นเพราะ Dual Mode ที่อยู่ในเครื่องนั่นเอง ปิดท้ายกันด้วยโครงสร้างเมนูแบบเดิมที่เป็น Grid 3 x 3 เปลี่ยนเป็นแบบรายการ และก็เรียงใหม่ได้ตามต้องการ และแน่นอนว่าจะโหลดธีมใหม่ๆ มาเพิ่มความสวยงามให้กับเมนูได้แน่นอน
Front Digital Camera
กว่าจะเขียนหัวข้อนี้ได้นึกตั้งนานว่าจะขึ้นว่าอะไรดี สุดท้ายก็ไม่ได้เรื่องเหมือนเดิม - - โดยรุ่นนี้จะมีกล้องมาให้สองตัวคือด้านหน้า และด้านหลังที่ตำแหน่งปกติพร้อมแฟลชอยู่ข้างๆ ด้านหน้าเอาไว้ถ่ายรูปได้ที่ขนาดใหญ่สุดเพียง 3 แสนพิกเซล จุดประสงค์หลักของมันคงเอาไว้ใช้กับระบบ 3G ในการโทรศัพท์แบบเห็นหน้าฝั่งตรงข้าม หรือเรียกให้หรูว่า VDO Call นั่นล่ะ ข้อเสียของกล้องด้านหน้ายังมี Noise บนรูปถ่ายที่ได้ หากแสงน้อยยิ่งมีเยอะมาก ลองถ่ายหน้าตัวเองดูอย่างกับถ่ายพื้นปูนซีเมนต์ ผมเองไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเป็นที่เฟิร์มแวร์หรือเป็นที่กล้องเอง ยังไม่หมดเท่านี้ เรื่อง VDO Call ถือว่าเป็นฟังก์ชั่นที่เอามาใส่ไว้ให้ขำๆ เท่านั้น เพราะเครือข่ายในเมืองไทยยังไม่รองรับ ถึงตอนนั้นค่อยว่ากันอีกที อาจจะมีเครื่องรุ่นใหม่ สดกว่าเดิมมาให้ใช้ก็เป็นได้
 |
 |
ข้ามมาที่กล้องด้านหลังกันดีกว่า การใช้งานก็เพียงเลื่อนฝาด้านหลังลง เครื่องก็ตัดเข้าสู่โหมดการถ่ายรูปทันที คุณภาพของรูปนั้นไม่ต้องพูดถึง เอาว่าเคยเห็นรูปของ 6630 มายังไง ตัวนี้ก็ชัดได้สูสีเป็นที่สุด อาจจะต่างในเรื่องของโทนสีมากกว่า ใครชอบแบบไหนลองเลือกดูเอาเอง ส่วนวิดีโอที่ถ่ายมาได้ พอเอามาลงคอมดูก็พบว่าเนียนมากอีกเหมือนกัน
ตามสเป๊กของ 6680 นั้น สามารถถ่ายภาพนิ่งได้สองระดับความละเอียดคือ 1280 x 960 และ 640 x 480 พิกเซล โดยเลือกเปลี่ยนได้ตามขนาดที่ต้องการเลย ไม่ต้องมาตั้งค่าจากคุณภาพของรูปถ่าย ตามมาด้วยลูกเล่นอีกพอประมาณ ซึ่งก็ไม่เยอะเท่าไหร่ เพราะกะว่าจะให้ไปหาโปรแกรมลงเพิ่มกันเอาเอง อย่างเช่น การซูม 6 ระดับ การถ่ายต่อเนื่องด้วย Sequence Mode การใช้ไนท์โหมด การตั้งเวลาถ่าย และการปรับคอนทราสท์และความสว่าง สุดท้ายอย่าลืมว่ารุ่นนี้มีให้ใช้แฟลชแล้วนะ แถมเป็นแบบอัตโนมัติทำงานร่วมกับเซ็นเซอร์รับแสงด้านหน้าด้วย ดูแล้วให้ความสว่างค่อนข้างดี เพราะรูปที่ได้จากการถ่ายในที่มืดแล้วเปิดแฟลชก็ถือว่าพอรับได้ในระดับหนึ่ง ถัดมาเป็นกล้องวิดีโอที่มีลูกเล่นคือๆ กันกับกล้องดิจิตอลธรรมดา ซึ่งถ่ายได้ที่ความละเอียด 176 x 144 และ 128 x 96 พิกเซล ระยะเวลาตามหน่วยความจำที่เหลือในเครื่องหรือการ์ดครับ
 |
 |
ตัวอย่างรูปถ่าย |
ในฟังก์ชั่นที่เกี่ยวกับกล้องถ่ายวิดีโอยังมีการตัดต่อวิดีโอได้ด้วย ผมเองลองเล่นดูแล้วก็ไม่ได้ยากเย็นอะไร เหมือนกับการเอาตัดวิดีโอตรงนั้นมาแปะตรงนี้ พร้อมใส่เสียงอัดเพิ่มลงไปได้ อันนี้แล้วแต่จินตนาการของแต่ละคนแล้วล่ะ อีกโปรแกรมจะเป็นการสั่งพิมพ์ภาพ แถมจัดวาง Layout ได้ก่อนพิมพ์ด้วย แต่ผมดูแล้วเอามาแต่งในคอมก่อนน่าจะง่ายกว่านะ
262,144 Color TFT Display
ไม่ใช่ว่าจะออกรุ่นใหม่เพียงการเปลี่ยนกรอบนอกแล้วเปลี่ยนชื่อรุ่นก็จะเอามาขายได้เหมือนกับบางยี่ห้อ จอแสดงผลของ 6680 เป็นจอ TFT ที่รองรับจำนวนสีถึง 262,144 สี ดูแล้วสว่างและสดกว่า 6630 นิดหน่อย (ตามความรู้สึก ไม่ได้เทียบกันเครื่องต่อเครื่อง) แน่นอนว่าต้องกินแบตมากขึ้นอีก อย่างไรก็ตาม ขนาดจอยังคงย่ำอยู่ที่เดิมที่ 176 x 220 พิกเซล แต่เท่านี้ก็ถือว่าพอรับได้ในสมาร์ทโฟนระดับนี้แล้ว
วอลเปเปอร์ก็ให้ใช่ขนาดเดิมอย่างที่เคยใช้ใน 6630 7610 6600 หรืออะไรก็แล้วแต่ที่เป็นขนาด 176 x 144 พิกเซล ส่วนสกรีนเซฟเวอร์ยังไม่เป็นความสามารถของเครื่องโดยตรง ต้องลงโปรแกรมเพิ่มกันก่อนถึงจะใช้งานได้ แต่แบตหมดลดฮวบอันนี้ก็เป็นเรื่องปกติ
MP3 Ring Tone
คงไม่มีอะไรให้พูดถึงมากมายกระมัง เอาเรื่องคุณภาพของเสียงผ่านลำโพงภายนอกแล้วกัน ผมได้ลองส่งไฟล์ MP3 และเปิดฟังในเครื่อง ชี้ชัดๆ ไปเลยว่าเสียงดีกว่า 7610 แบบคนละคลาส และยังสูสีกับ 6630 โดยของ 6680 จะดังกว่า ได้ยินชัดเจนกว่า ไม่ออกไปทางบี้ๆ เหมือนกับเจ้าอ้วนบึกบึนตัวนั้น หากให้คะแนนตัวนี้ก็เอาไปสัก 8.5 เบียดกับ 8 เรียกว่าเฉือนกันนิดหน่อยพอ ยิ่งตอนนี้ 6630 ราคากำลังวิ่งแบบวันเวย์ เดี๋ยวผมจะโดนดักตีหัวเอา ไฟล์ที่ใช้ได้นอกจาก MP3 แล้วจะเป็น WAV AAC รวมไปถึง AMR ด้วย อีกเรื่องคือโพรไฟล์ก็มีให้ตามปกติ จะเปลี่ยนจะเพิ่มก็ลองเล่นดูเอาเองครับ
Multimedia Function
หากถามว่าต้องการความบันเทิงเรื่องอะไรจาก 6680 บ้าง ดูแล้วมันก็เหมือนๆ กับตัวเก่านั่นล่ะ ที่ฟังเพลงโดยเครื่องเล่นในเครื่อง รองรับไฟล์เดียวกับที่เล่นเป็นเสียงเรียกเข้า จริงแล้วทางโนเกียก็ไม่ได้ส่งหูฟังมาให้ผมทดสอบ เลยต้องอาศัยเอาหูฟังของ 6230 มาต่อก็ฟังได้อย่างใสแจ๋วด้วยเสียงสเตอริโอ หรือจะเป็น Real Player ที่ใช้ดูทีวีแบบสตรีมมิ่ง หรือดูวิดีโอเป็นเรื่องก็ยังไหว รองรับไฟล์ทั้ง 3gp ที่ถ่ายมาจากกล้องวิดีโอในตัว ไฟล์ MPEG4 ที่หาโหลดกันได้ไม่ยาก ไม่ต้องห่วงว่าภาพจะกระตุกหรือไม่ลื่น เพราะเท่าที่ดูถือว่าโอเค ทั้งนี้มาจากหน่วยประมวลผลที่เร็วกว่าซิมเบียน เวอร์ชั่น 7 ทั้งหลาย อีกทั้งการเชื่อมต่อด้วย EDGE ทำให้ความเร็วในการรับข้อมูลภาพและเสียงทำได้เร็วขึ้นอีกเช่นกัน
รูปที่ถ่ายออกมาแล้วเราก็ดูผ่านทาง Gallery ได้เช่นกัน ทั้งนี้เองหากดูแล้วไม่เต็มตาก็ซูมเอาหรือจะปรับให้ดูเต็มจอก็ไม่มีปัญหา หรือจะเอาแบบไฮโซหน่อยก็ต้องไปเปิดในโปรแกรมดูภาพสามมิติ แสดงเป็นวงกลมเรียงกันไป และเลื่อนดูโดยเลื่อนไปทางซ้ายและขวาอย่างสะดวก
Dual Voltage RS-MMC
เราสามารถใส่และถอดการ์ดได้จากช่องด้านข้างที่มีฝาปิดอยู่โดยไม่ต้องปิดเครื่อง แต่เมื่อเปิดฝาออก เครื่องก็จะทำการปิดโปรแกรมที่รันอยู่ในการ์ดก่อน เพื่อป้องกันข้อมูลสูญหาย ตามปกติแล้วเครื่องไฮเอนด์ขนาดนี้ต้องมีการ์ดแถมมาให้อยู่แล้ว ซึ่งเป็นการ์ดแบบ DV RS-MMC 64 เมกกะไบต์ ราคาอาจจะสูงกว่าแบบธรรมดานิดหน่อย แต่ก็หาซื้อกันได้แล้วตามตลาดไอทีทั้งหลาย อย่างไรก็ดี หน่วยความจำในเครื่องมีมาให้อยู่แล้ว 10 เมกกะไบต์ แชร์กันเก็บภาพ เสียง วิดีโอ ธีม โปรแกรม จาวา ฯลฯ ได้ทั้งหมด
Picture Phonebook
แน่นอนว่าสมุดโทรศัพท์ของซิมเบียนจะต้องแสดงรูปผู้โทรเข้าได้แน่นอน เพราะทำได้ตั้งแต่ 7650 ออกมาซึ่งก็หลายปีแล้ว แต่ว่าภาพยังขนาดเท่าเดิมประมาณหัวนิ้วก้อย อันนี้ต้องไปลงโปรแกรมเพื่อเพิ่มขนาดภาพกันเอาเอง แม้กระนั้นเอง เรายังมีสมุดโทรศัพท์ที่เก็บรายละเอียดได้แบบมัลติฟีลด์จะเก็บเบอร์น้องกิ๊ก น้องจอย เอ้ย เบอร์บ้าน มือถือ ออฟฟิศ แฟ็กซ์ ฯลฯ เพิ่มได้ตามที่เราต้องการเลย อีกทั้งเอาไปซิ้งค์กับ MS Outlook เพื่อแบ็คอัพเอาไว้หรือแก้ไขแล้วค่อยซิ้งค์กลับมา
ก็ทำได้สะดวกจริงๆ นอกจากนั้น กลุ่มผู้โทรก็มีมาให้สร้างเอาเองแบบไม่จำกัดเพื่อง่ายต่อการค้นหารายชื่อและแยกเสียงเรียกเข้า จริงแล้วก็แยกให้แต่ละรายชื่อได้อยู่แล้วล่ะ
ในเมื่อพูดถึงสมุดโทรศัพท์แล้วก็ตามด้วย Call Log เลยแล้วกัน จริงแล้วมันไม่ได้เป็นคุณสมบัติของรุ่นนี้เพียงรุ่นเดียว แต่มันมีมาตั้งนานแล้วล่ะ ที่เราจะสามารถดูรายการโทรเข้าออก ข้อความเข้าออก รับส่งดาต้าผ่าน (EDGE) GPRS ได้ในเมนูเดียว พร้อมระยะเวลาและปริมาณข้อมูล ตรงนี้เองแม้แต่ Symbian UIQ ยังเรียงให้ไม่ได้เยอะขนาดนี้เลย
Organizer & Tools
ปฏิทินของรุ่นนี้ไม่มีอะไรแปลกใหม่ให้พูดถึง เพราะหน้าตามันก็เหมือนกับตัวก่อนๆ ที่เป็นมุมมองรายเดือน สัปดาห์ และวัน ใส่นัดหมายและตั้งเตือนตามเคย ตามมาด้วยรายการสิ่งที่ต้องทำที่ใส่ลำดับความสำคัญ และวันสิ้นสุดได้ อีกอันเป็นโน้ตที่พิมพ์ภาษาไทย หรือยิงไฟล์ txt จากคอมมาอ่านได้ นอกจากนี้แล้ว ยังมีเครื่องแปลงหน่วย เครื่องคิดเลข กระเป๋าเงินอิเล็คทรอนิกส์ (Wallet) เหมือนเดิม พูดไปก็น่าเบื่อ งั้นไปดูหัวข้อต่อไปดีกว่า
Voice Functions
จะเอามือถือมากดๆ เข้าเมนูตอนกำลังขับรถก็ดูจะไปสะดวกนัก โนเกียเลยใส่ฟังก์ชั่นทางด้านเสียงมาให้นิดหน่อย พอให้ใช้แล้วรู้สึกว่ามือถือเรามีค่าเหมือนกันนะ อย่างแรกเป็นคำสั่งเสียงที่มีอยู่ไม่กี่รายการ อย่างที่สองเป็นการโทรออกด้วยเสียง อันนี้ต้องไปแก้ไขในสมุดโทรศัพท์เอง ถัดมาคือการอัดเสียงยังเป็น 1 นาทีเหมือนเดิมด้วยไฟล์ AMR อีกอย่างคือ การใช้สปีกเกอร์โฟนตอนที่เราไม่มีหูฟัง ทำให้ไม่ต้องถือคุย ทั้งหมดนี้พอจะอำนวยความสะดวกให้เราได้ไม่น้อยเลย
Other Applications
จริงแล้วในเครื่องจะมีแถมแอพพลิเคชั่นอื่นๆ มาให้ในตัวด้วย แต่เครื่องที่ผมเอามาทดสอบโดนฮาร์ดรีเซ็ทไปเรียบร้อย ไม่มีอะไรเหลืออยู่ในเครื่องเลย แต่ในเว็บของโนเกียแจ้งเอาไว้ว่าจะมี Adobe Reader ใช้อ่านไฟล์ pdf / Quick Office ที่ประกอบไปด้วย Quickword Quickpoint และ Quicksheet / Kodak Mobile น่าจะเป็นโปรแกรมที่เกี่ยวกับการพิมพ์ภาพ และอื่นๆ หยุมหยิมที่ผมก็ไม่รู้ว่าเป็นอะไรเหมือนกัน ก็ในเครื่องมันไม่มีมาให้นี่
Push-To-Talk Enabled
Push To Talk ฟังก์ชั่นของโนเกียยังไม่สามารถใช้การได้ เนื่องจากระบบยังไม่พร้อม อีกทั้งไม่ได้เป็นคุณสมบัติที่เป็นสากล แบรนด์อื่นยังไม่เห็นตัวไหนมีเหมือนกับของโนเกีย ส่วนคนที่ยังไม่ทราบว่ามันเป็นอะไรก็จะบอกให้ฟังคร่าวๆ ว่ามันก็เหมือนกับการใช้มือถือเราเป็นวิทยุสื่อสาร Walkie-Talkie ทางเดียวผ่านเครือข่าย GPRS เท่ากับว่าต้องเสียค่า GPRS กันอ่วมก็เท่านั้นเองในสภาวะที่แต่ละค่ายกำลังฟาดฟันกันเรื่องค่าโทรอย่างเมามันครับ ลองคิดดูแล้วกัน แหะๆ
Messaging System
จากที่ดูมาในเว็บของโนเกียก็เห็นอะไรแปลกใหม่นิดหน่อยใน 6680 เพราะสามารถสร้างสไลด์ขึ้นมาแบบ Presentation ได้เลย ซึ่งจะต่างกับสไลด์แบบธรรมดานิดหน่อยตรงที่เราจัดวาง Layout ของหน้า MMS ได้ โดยข้อแม้ใหม่ว่าไม่เกิน 300 กิโลไบต์ งานนี้คาดว่าโดนจำกัดขนาดของ MMS ไว้ที่ 100 กิโลไบต์ตามเคย นอกนั้นในส่วนของ SMS ก็พิมพ์ไทยได้ด้วยระบบสะกดคำ และ E-mail แบบ POP3 IMAP4 และ SMTP ไม่พลาดทั้งหมด อีกนิดคือ E-mail ของรุ่นนี้จะแนบไฟล์ที่อ่านในเครื่องอย่าง mp3 pdf doc xls และ ppt ไปกับข้อความได้ด้วย
Java Capability
ในเครื่องไม่เห็นจะมีจาวาแอพพลิเคชั่นหรือเกมลงไว้ให้อยู่เลย แต่อย่างไรก็ยังรองรับให้ใช้งานกันได้ ไม่ว่าจะเป็นเกมที่มีให้โหลดกันเกลื่อนเมือง หรือจะเป็นโปรแกรมดิคชั่นนารีของคนไทยอย่าง LekLekDic ก็มีให้โหลดใช้งานกันได้ฟรีแน่นอนครับ ตามสเป๊กแล้วก็รองรับ MIDP 2.0 มาตรฐานที่ใครก็ใช้กัน จะโหลดผ่านทาง OTA หรือ ผ่านคอมพิวเตอร์ก็คือกัน
Connectivity
อินฟราเรดที่หายไปก็ยังไม่กลับมา คงจะไม่มีให้เห็นแล้วล่ะมั้งในรุ่นแพงๆ เพราะขนาด 3230 ยังมีมาให้เลย อย่างไรก็ตาม ชิปบลูทธที่ฝังอยู่ในเครื่องทำให้เรารับส่งข้อมูลทั้งที่เป็นไฟล์ และดาต้าจากอินเตอร์เน็ตส่งต่อไปยังโน้ตบุคได้ บอกอย่างนี้แล้วก็แสดงว่าเราสามารถใช้ 6680 ของเราเป็นโมเด็มเพื่อเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์เพื่อเล่นเน็ตผ่าน GPRS หรือ EDGE อีกทั้งรุ่นนี้มีเบราเซอร์ที่ใช้งาน xHTML และ HTML ได้ เท่ากับว่าเปิดเว็บเล่นได้แบบไม่ต้องลง Opera อีกแล้ว โดยหากในอนาคตระบบรองรับ WCDMA แล้ว ความเร็วจะยิ่งสูงกว่านี้สุดกู่ นอกจากนี้ อย่าลืมโปรแกรม PC Sync ที่มากับ PC Suite ที่เอาไว้ซิ้งค์ข้อมูลไปมาระหว่างอุปกรณ์อีกด้วย
Final Opinion & Conclusion
วันนี้ขอสรุปน้อยหน่อยแล้วกัน เพราะจะหมดเนื้อที่กระดาษแล้ว อย่างเดียวที่ผมยังไม่ประทับใจก็คือ ฝาหลังที่ประกอบเข้ามาได้ไม่แข็งแรงนัก ราคาเครื่องก็ไม่ใช่น้อยๆ ใช้แล้วก๊อกแก๊กคงจะกวนใจไม่เบา นอกนั้นถือว่าเป็นของใหม่เอี่ยมจริงๆ ตั้งแต่การรองรับ VDO Call ที่ถึงแม้จะยังใช้ไม่ได้จริง แต่ก็เป็นการส่งสัญญาณเตือนว่าระบบจะต้องทำการปรับปรุงเข้าสู่ยุค 3G ได้แล้ว กล้องดิจิตอลก็ไม่เลวเลยทีเดียว จอแสดงผลก็พัฒนาขึ้นมาแล้ว เสียงเรียกเข้าแบบดังใช้ได้ เอาเป็นว่าใครรอ Nokia 6680 อยู่ก็สอยมาเล่นสักตัว
รับรองไม่ผิดหวัง
|
|
|
|
หน้าจอหลักรูปแบบใหม่ |
โหมดการถ่ายรูป
ด้วยกล้องด้านหลัง |
ดุรูปที่ถ่ายมา
แบบวงแหวนสามมิติ |
ค้นหารูป
ด้วยชื่อภาพได้ด้วย
|
|
|
|
|
สร้าง MMS
แบบ Presentation
|
ตัดต่อวิดีโอที่ถ่ายมา
อย่างง่ายดาย
|
เปิด www ได้ด้วย
เบราเซอร์ในเครื่อง |
|
Strength
-จอแสดงผลระดับสองแสนสี
-รองรับทั้ง GSM และ WCDMA
-กล้องดิจิตอลขนาด 1.3 ล้านพิกเซลที่คมชัด
-ซิมเบียน 8.0 ที่รองรับภาษาไทยแบบสมบูรณ์
-เมนูที่เข้าถึงได้รวดเร็วกว่าโนเกียซิมเบียนตัวก่อนๆ
-เพิ่มหน่วยความจำด้วย DV RS-MMC
-VDO Call คุยกับคู่สนทนาพร้อมเห็นหน้า
-เล่นเน็ตแบบ www ได้ทันท
|
Weakness
-พลาสติกชุบโครเมี่ยมรอบตัวเครื่องที่น่าจะลอกในไม่ช้า
-ฝาด้านหลังไม่ค่อยแข็งแรง
-กล้องด้านหน้าถ่ายได้เพียงความละเอียด 3 แสนพิกเซล
-VDO Call ที่ยังใช้งานไม่ได้จริง
-ไม่มีอินฟราเรด |
|