Nokia 6230i
ท่าทางโนเกียจะอดใจไม่ไหว โทษฐานที่ 6230 ขายดีเกินเหตุ เลยต้องส่งรุ่นอัพเกรดโดยการเพิ่มความสามารถเจ๋งลงไปในมือถือตัวเดิม อย่างเช่น จอแสดงผลที่สวยงามขึ้น หน่วยความจำในตัวที่มากขึ้น กล้องดิจิตอลที่ละเอียดขึ้น ฯลฯ แค่ 3 อย่างนี้ก็ทำผมแทบทนไม่ได้เกือบต้องไปซื้อมาใช้สักตัว ภายนอกก็มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เล็กน้อยให้รู้ว่าเป็นตัวใหม่นะ ไม่ใช่แกะเปลือกเดียวกันมาใส่ได้เลย อย่างไรก็แล้วแต่ ลองไปอ่านบทวิจารณ์กันดีกว่าครับ ดูว่าเงินของคุณจะหลุดออกจากกระเป๋าได้อีกครั้งหรือเปล่า
 |
 |
Physical Appearance
คงไม่ต้องสาธยายให้เปลืองเนื้อที่กระดาษกระมัง เพราะหน้าตามันเหมือนกับ 6230 แบบแทบจะถอดกันมา แต่ยังมีจุดแตกต่างให้พอมองเห็นได้นิดหน่อย ที่ด้านหน้าจะเป็นเรื่องของปุ่มกดยืนยันตรงกลาง บางคนบอกว่าแบบเดิมกดง่ายกว่า บางคนบอกเปลี่ยนมาเป็นแบบนี้ก็ดี ส่วนตัวผมเองชอบของเก่าเช่นกัน เพราะมีพื้นที่ในการกดได้สะดวก ปุ่มตรงนี้เองจะเป็นโครเมี่ยมแบบเงา เช่นเดียวกับปุ่มเปิดปิดที่อยู่ตรงหัวเครื่อง นอกจากนี้ หากเราไม่สังเกตดีๆ จะมองไม่รู้เลยว่า พื้นที่ของพลาสติกใสที่เป็นจอนั้นมีขนาดใหญ่ขึ้นด้วย หากเอาหน้ากากของ 6230 มาใส่ จะรู้ทันทีว่า มองเห็นจอแสดงผลไม่ได้ทั้งหมดครับ
นอกนั้นไม่ว่าจะเป็นช่องลำโพง ช่องเสียบการ์ดหน่วยความจำ ตำแหน่งของเลนส์กล้องก็อยู่ที่เดียวกันทั้งหมด แต่เรื่องสีของตัวเครื่องยังมีให้แปลกแยกกว่าเดิมเล็กน้อย โดยแกนกลางที่เป็นพลาสติกของ 6230i จะเป็นสีดำสนิท ไม่เหมือนตัวเก่า ทั้งสีของหน้ากากตัวที่ผมเอามาทดสอบจะเป็นสีขาวสนิท หรือหากเป็นสีดำก็จะดำสนิทอีกเหมือนกัน เอ้อ อีกอย่างนึงคือ วัสดุตัวเครื่องนั้นจะเป็นแบบเงา ที่เป็นรอยมือได้มากกว่า ตอนจับถือดูแล้วลื่นอยู่ไม่น้อยเลย
เป็นอีกครั้งที่เราต้องทำใจกับการประกอบตัวเครื่องในแบบที่เปลี่ยนหน้ากากได้ เพราะคงไม่มีรุ่นไหนทำออกมาได้แน่นสนิท ความแข็งแรงจึงน่าจะเท่ากับตัวเดิม ตรงนี้เองใช่ว่าจะไม่มีข้อดี หากเราทำเครื่องหล่นแล้วได้แผลมา ก็เพียงเปลี่ยนหน้ากาก เราก็เหมือนกับได้เครื่องใหม่แล้ว แต่มาถึงตอนนี้ผมยังไม่เห็นโนเกียนำกรอบของรุ่นนี้ออกมาขายเลย
Five-Way Navigation Key
ผมได้เล่าไปแล้วถึงลักษณะทางกายภาพของปุ่มกดห้าทิศทางที่เปลี่ยนไป ซึ่งการทำงานของมันนั้นก็ดูดีขึ้นเช่นกัน เพราะสามารถเปลี่ยนให้เข้ากับการใช้งานของเราได้ทั้ง 4 ทิศ รวมถึงปุ่มซอฟท์คีย์ด้านขวาด้วย นอกนั้นการทำงานแบบเดิมยังคงมีอยู่ อย่างการใช้ปุ่มตัวเลขในการลัดเข้าเมนู ส่วนความสะดวกในการกดต้องยกให้เลย เพราะกดได้แม่นยำและง่ายดายมาก นี่ล่ะคือประโยชน์ของปุ่มแบบสี่เหลี่ยมทื่อๆ ครับ
Menu Navigation
เห็นทางโนเกียเขาย้ำบ่อยๆ ว่าเมนูของรุ่นใหม่นี้เป็นแบบสามมิติ ดูแล้วสวยงามขึ้น ซึ่งผมว่าก็เป็นอย่างนั้นจริง เนื่องด้วยมันได้รับอานิสงส์มาจากจอแสดงผลที่สุดยอดด้วยล่ะ เมนูของรุ่นนี้จะปรับมุมมองได้สองแบบเช่นเคยคือแบบรายการแนวตั้งเต็มหน้า และ Grid 3 x 3 ที่แสดงไม่หมดในหน้าเดียวเนื่องจากเมนูหลักมี 10 รายการนั่นเอง ข้อดีที่ไม่หายไปก็คือ การใช้ Go to เป็นเมนูลัดที่ซอฟท์คีย์ฝั่งซ้ายเลย เราจึงใช้งานได้อย่างสะดวกมาก บวกกับการจัดวางเมนูที่ทำให้ผู้ใช้ไม่ปวดหัว ยิ่งรวมกับเมนูไทยที่ใช้ฟ้อนท์แบบใหม่ สวยงามขึ้นเยอะ แถมพิมพ์ไทยได้ด้วยระบบสะกดคำ เลยได้คะแนนไปค่อนข้างดี สุดท้ายดันทำผมเสียอารมณ์ตรงที่เมนูมันหนืดกว่าเดิมแบบสังเกตได้ เสียดายตรงจุดนี้จัง หากเอาไปอัพเกรดเฟิร์มแวร์ตัวใหม่แล้วหาย ผมให้คะแนนเต็มไปเลยครับ
ปิดท้ายที่เรื่องสวยงามกันหน่อย เราสามารถเปลี่ยนธีมให้กับเมนูได้ตามใจชอบ ซึ่งจะโหลดเข้ามาเพิ่มก็ไม่ว่ากัน หรือไม่ต้องการเปลี่ยนธีม ก็ใช้การเปลี่ยนโครงสร้างสีแทนได้
Improved Camera Quality
ไม่เพียงแต่ขนาดภาพที่ใหญ่ขึ้นเท่านั้น แต่ยังเพิ่มความคมชัดเข้าไปอีกด้วย ตรงนี้เองถือว่าเกาได้ถูกที่คันเหลือเกิน ถึงลูกเล่นมันจะยังไม่ได้มีเพิ่มขึ้นก็เถอะ ขนาดภาพที่ถ่ายออกมาได้คือ 1280 x 1024 พิกเซล ซึ่งเป็น 1.3 ล้านพิกเซลจริง ตามด้วย 640 x 480 320 x 240 และ 160 x 120 พิกเซล แถมยังปรับคุณภาพให้เหมาะกับการส่ง MMS ได้สามรูปแบบด้วย นอกนั้นมีเพียงการซูม ไนท์โหมด และการตั้งเวลาถ่ายที่เป็นของเล่นให้เราใช้งาน โดยภาพทั้งหมดสามารถเลือกเก็บไว้ใน MMC ที่เพิ่มความจุได้อยู่แล้ว
โหมดการถ่ายภาพยังแบ่งออกเป็น Portrait และ VDO โดยอันแรกเป็นการถ่ายรูปเพื่อทำ Photo Caller ID และอันที่สองเป็นการถ่ายวิดีโอ (จะบอกทำไมเนี่ย อ่านเอาก็รู้เรื่องแล้ว) โดยสามารถกำหนดได้ว่าจะถ่ายเพื่อส่ง MMS เครื่องก็จะตัดระยะเวลาในการบันทึกให้สั้นลงหน่อยเท่านั้นเอง
 |
 |
ตัวอย่างรูปถ่าย |
คุณภาพบอกแล้วว่าหายห่วงเลย เพราะคมชัดในระดับแนวหน้า สีอาจจะจืดไปนิด แต่ของแบบนี้เอามาแต่งใน Photoshop ได้อยู่แล้ว ไม่ต้องกังวล ที่น่าเป็นห่วงน่าจะเป็นภาพเคลื่อนไหวมากกว่า เพราะดูแล้วยังสู้ภาพนิ่งไม่ได้ครับ
Improved TFT Color Display
จอแสดงผลไม่ได้ละเอียดขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่ขนาดใหญ่ขึ้นอีกนิดนึงด้วย ของแบบนี้ต้องลองเอามาเทียบ ไม่อย่างนั้นมองไม่เห็นหรอกครับ ความละเอียดที่ได้รับคือ 208 x 208 พิกเซล หรือเท่ากับของ P910i ส่วนบน (ตอนปิดฝาฟลิป) เลยนะ คิดดูว่าขนาดมันห่างกันแค่ไหน เรื่องความคมชัดก็เลยสุดยอดตาม ทั้งความสว่างของจอและสีสัน 65,536 สีของมัน ทำได้ดีกว่าน้องพีเยอะมาก ทำเอาผมอยากจะขว้างเจ้ายักษ์ทิ้งเหมือนกัน :P
6230i สามารถใช้วอลเปเปอร์ที่เป็นภาพเคลื่อนไหวได้ บวกกับสกรีนเซฟเวอร์ที่มีอยู่แล้ว จึงดูมีชีวิตชีวาไปเสียหมด ขนาดภาพก็แน่นอนว่าต้องเท่าหน้าจอ 208 x 208 พิกเซล จึงจะได้แบบเต็มจอพอดี เพิ่มอีกนิดหน่อยตรงที่ สีฟ้อนท์ของหน้าจอสแตนด์บายก็เปลี่ยนได้เป็นหลายสิบสี คงเอาไว้เพื่อให้เข้ากับวอลเปเปอร์หรือไม่ก็ธีมแบบต่างๆ นั่นเอง
Improved True Tone
ตรงนี้อาจจะไม่เห็นความแตกต่างซักเท่าไหร่ เพราะว่าดีกว่าเดิมเพียงนิดหน่อยเท่านั้น และที่ว่าดีกว่านั้น เห็นจะเป็นเรื่องความเนียนที่ฟังแล้วละมุนหูขึ้น ส่วนความดังผมว่าสูสีคู่คี่ รูปแบบของเสียงเรียกเข้าที่ใช้ได้ก็คงเป็น MP3 midi หรือ AMR ที่อัดมาจากเครื่องบันทึกเสียงในเครื่องก็ใช้ได้ เอาไว้สำหรับคนไม่อยากโหลด ใช้เสียงตัวเองร้องเอาเองเลย -_- (แหม...ทำไปได้)
โพรไฟล์ในเครื่องมีเพียง 5 แบบ และไม่สามารถเพิ่มได้ ที่ทำได้คือการเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนรูปแบบการเตือน เปลี่ยนเสียงเรียกเข้า ปรับความดัง เปลี่ยนเสียงข้อความเข้า แล้วก็พวกเสียงปุ่มกด นอกจากนี้ ในโพรไฟล์ยังให้เราเซ็ทค่าของ Push to Talk ที่ยังใช้ไม่ได้สักที
Entertainment Minded Phone
เรื่องของความบันเทิงก็มิให้ขาดไปแม้แต่น้อย อย่างแรกที่จะต้องพูดต่อจากหัวข้อของเสียงเรียกเข้าก็น่าจะเป็น MP3 Player ในเครื่อง ซึ่งมีความสามารถพิเศษที่เจ๋งพอตัวเลยคือ การเล่นผ่านหูฟังบลูทธ การปรับตั้งอีควอไลเซอร์ การส่งเพลงผ่านเมนูเครื่องเล่นได้ทันที การสร้างรายการเพลง และที่ขาดไม่ได้คือการเล่นสุ่มและซ้ำตามแบบฉบับของเครื่องเล่นเพลงแบบดิจิตอล บวกกับการ fwd และ rwd ก็ถือว่าไม่ขาดอะไรไปแล้วนะ อ้อ ไฟล์ที่เล่นได้ก็เป็นพวก MP3 กับ AAC นั่นล่ะ
ยังไม่พอเท่านี้ วิทยุที่ตั้งสถานีได้ 20 ช่องก็มีให้เลือกใช้งานในกรณีที่เบื่อเพลงในเครื่องแล้ว เสียงจะเป็นแบบสเตอริโอเช่นเดียวกับเครื่องเล่นเพลง พร้อมกับฟังก์ชั่นมากมายอย่างเช่น Visual Radio ฟังวิทยุพร้อมรายละเอียดต่างๆ อย่างชื่อเพลง ชื่อสถานี หรือแม้แต่ภาพคลิปเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งเมืองไทยยังไม่มีให้บริการในตอนนี้ การฟังผ่านลำโพงในตัวเครื่อง การเลือกสถานีแบบใส่ตัวเลขเอาเลย ฯลฯ
ถัดมาเป็น Media Player ที่เอาไว้เล่นพวกวิดีโอหรือดูทีวีผ่านเครือข่าย โดยไฟล์ที่รองรับก็คือพวก 3GP (จากวิดีโอที่ถ่ายในเครื่อง) และ MPEG4 ที่หาได้ไม่ยากนัก หากต้องการดูทีวีผ่านเครือข่ายก็อาจจะต้องตั้งค่ากันนิดหน่อย หรือถ้าขี้เกียจก็เข้าไปในแว็ปไซต์ของผู้ให้บริการระบบเลย ก็มีเมนูให้เลือกดูเหมือนกัน
Simple MMC is The Best
การเพิ่มหน่วยความจำที่ใช้ MMC ทำให้เราไม่ต้องเสียเงินซื้อการ์ดแพงๆ เพราะการ์ดชนิดนี้เป็นชนิดที่ถูกที่สุดเลยก็ว่าได้มั้ง แถมตัวเครื่องยังรองรับได้ถึง 512 เมกะไบต์อีกด้วย ผมเองต้องขออภัยที่ไม่สามารถหาการ์ดความจุเท่านั้นมาทดสอบได้ แต่ได้ทดลองกับการ์ด 256 เมกะไบต์ก็ไม่มีปัญหาอะไร ตัวเครื่องเองยังมีหน่วยความจำที่เพิ่มมากกว่าแต่ก่อนที่ 32 เมกะไบต์ ความจริงแล้วเมมโมรี่ที่เหลือในเครื่อมีไม่ถึงหรอก แต่ว่าเขาเคลมมาแบบนั้น คงต้องยอมรับไป ส่วนไฟล์ที่จะนำมาเก็บในนี้ก็แล้วแต่ชอบเลย นึกเสียว่ามันเป็นฮาร์ดดิสก์ขนาดจิ๋วตัวนึงแล้วกัน
Picture Phonebook
เมื่อไหร่จะยอมทำภาพแสดงผู้โทรเข้ามีขนาดใหญ่เต็มจอก็ไม่รู้ เท่าที่ดูอาจจะใหญ่ขึ้นมาหน่อย นั่นเป็นเพราะจอที่ดีขึ้นมากกว่า ซึ่งก็ยังมองไม่เห็นหน้าอันอวบอูมของกระผมสักเท่าไหร่ นอกนั้นถือว่าทำได้ดีหมดแล้ว เพราะใส่รายละเอียดแบบ Multi-field ได้เยอะมาก แยกรายการเอาไว้ด้วยไอคอนที่เข้าใจได้ตรงตัว ทั้งเลือกเบอร์ที่เป็นค่าดีฟอลต์ของรายชื่อนั้นได้ เพื่อการโทรออกอย่างสะดวก สิ่งที่น่าแปลกในสมุดโทรศัพท์ของ 6230i นี้คือ รายการของกลุ่มผู้โทรจะเข้ามาปะปนกับรายชื่อเต็มไปหมด จริงแล้วน่าจะแยกเอาไว้ เผื่อจะได้หารายชื่อได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ การโทรออกด้วยเสียงก็มีให้เหมือนเดิมครับ เรื่องความจุผมยังไม่แน่ใจซะทีเดียว เพราะเห็นบอกกันหลายคนว่าเก็บได้เป็นพันเบอร์ ผมก็ไม่เคยลองเยอะขนาดนั้นเสียด้วยสิ ข้อดีอีกอย่างของสมุดโทรศัพท์ในรุ่นนี้คือ สามารถแยกการแสดงเบอร์ที่อยู่ในเครื่องกับซิมออกจากกัน ดูแล้วเป็นระเบียบกว่าการแสดงรวมกันสะเปะสะปะเยอะ
Organizer & Tools
ตรงนี้เองโนเกียหยุดการพัฒนาไปตั้งนานแล้ว เพราะดูเหมือนว่าออแกไนเซอร์ที่มีอยู่ก็ไม่ได้ขาดตกอะไรไป จะเรียกว่าสมบูรณ์แบบในรูปของโทรศัพท์ที่ไม่ได้เป็นสมาร์ทโฟนก็ไม่เกินไปนัก ปฏิทินแบบสามมุมมองก็ใช้งานได้ง่ายชะมัด แยกประเภทได้ 5 แบบ รวมทั้งตั้งเตือนและใส่สถานที่นัดหมายได้ด้วย ถัดมาเป็นรายการสิ่งที่ต้องทำก็เหมือนเดิมที่จะใส่วันที่สิ้นสุด ความสำคัญ และทำเครื่องหมายเสร็จให้เรียบร้อย ยังไม่หมด โน้ตย่อ 3,000 ตัวอักษรต่อรายการก็ดูเยอะดีเหมือนกัน ถ้าขี้เกียจ (อีกครั้ง) ก็พิมพ์ใส่ Notepad ในคอม แล้วยิงเข้ามาอ่านในเครื่องเอาก็โอเค
เครื่องมือและของเล่นอีกมากมายที่ยังหลงเหลืออยู่ก็มี Push to talk ที่ใช้งานไม่ได้สักที เครื่องอัดเสียงความยาว 60 นาที อัดจนหลับกันไปข้าง การสั่งงานด้วยเสียงแบบเบสิค การใช้สปีกเกอร์โฟนคุยแทนการถือหู โปรแกรม Wallet เอาไว้เก็บพาสเวิร์ดและความลับสำหรับคนลับๆ อย่างกระผม เครื่องคิดเลข นาฬิกาจับเวลา นาฬิกานับถอยหลัง นาฬิกาปลุกอะไรเอยสารพัดจะมีทั้งนั้น
Messaging System
ระบบข้อความเห็นมีอะไรเพิ่มมาใหม่นิดหน่อย อย่างการใส่ Smiley ที่เป็นไอคอนให้กับข้อความ หรือการแนบไฟล์ไปกับอีเมล์ จริงแล้วผมก็ไม่เคยใช้มันจริงๆ จังๆ สักที เพราะไม่ได้ต้องรีบเช็คเมลตอนอยู่นอกบ้านเลย ตามปกติแล้ว SMS MMS และ E-mail (POP3 SMTP และ IMAP4) ก็มีมาให้ทั้งหมด โดย MMS สามารถแนบไฟล์เข้าไปด้วยได้ถึง 300 KB ซึ่งไม่ต้องสงสัยเลยว่าส่งไม่ผ่าน เพราะโดนระบบจำกัดขนาดเอาไว้ สุดท้ายปิดเอาไว้ด้วยระบบสะกดคำใช้งานได้สะดวก แต่เห็นมีบั๊กตรงที่ตอนไม่ใช่ระบบสะกดคำแล้วจะพิมพ์พวกสระ เราจะเห็นเป็นสัญลักษณ์อะไรแปลกๆ ตรงนี้ต้องอัพเกรดกันภายหลังอย่างเดียว
Java Games & Applications
เกมในเครื่องรองรับการเล่นในรูปแบบสามมิติเหมือนกันนะ คาดว่าคงเอามาโชว์จอแสดงผลนั่นล่ะ โดยในเครื่องมีอยู่ทั้งหมด 3 เกมด้วยกัน Street Race เป็นเกมแข่งรถ Space Mahjong เป็นเกมไพ่นกกระจอก และ Golf Tour สำหรับคนที่ชอบสวิงกิ้ง เอ้ย คนที่ชอบดวลวงสวิงครับ ส่วนโปรแกรมต่างๆ ก็มีให้เท่ากับเกมคือ 3 ตัวด้วยกัน Converter II เป็นเครื่องแปลงหน่วยแบบง่ายๆ Translator เป็นดิกชันนารีภาษาจีน- อังกฤษ สุดท้ายคือ World Clock II ที่เอาไว้ดูเวลารอบโลกนั่นเอง และเท่าที่ผมลองส่งโปรแกรมจาวาเข้าไปในเครื่อง มันจะไม่สามารถติดตั้งเองได้ ต้องใช้ PC Suite ช่วยเหมือนเดิม
Connectivity
น่าประทับใจไม่แพ้ 6230 แม้แต่นิดเดียว เพราะยังคงมีทั้งบลูทูธ อินฟราเรด และสายดาต้าให้เลือกใช้งานตามสะดวก แต่ว่าสายไม่ได้แถมมาให้นะครับ คงต้องหาซื้อกันเอาเอง DKU-2 นั้นหาซื้อได้ง่ายที่มาบุญครอง ส่วนอีกเหตุผลนึงที่ผู้ใช้หลายคนเลือก 6230i และไม่เลือก K750i ก็คือ การรองรับ EDGE Class 10 นี่ล่ะ ที่มีความเร็วถึง 236.8 kbps หรือเครือข่ายในยังใช้งานไม่ได้ดี ก็ยังมี GPRS Class 10 เหมือนเดิม ส่วน HCSD ที่ช้าเป็นหอยทากคงไม่มีใครใช้แล้วกระมัง ลืมบอกไปเลยว่า การเล่นอินเตอร์เน็ตของรุ่นนี้จะแสดงผลด้วย WAP 2.0 ที่รองรับ xHTML / HTML ทำให้หน้าแว็ปและเว็บดูสวยงามขึ้นครับ
Final Opinion & Conclusion
ข่าวคราวของการเรียกเก็บเครื่องคืนจากดีลเลอร์นั้น ผมว่าไม่เห็นจะมีปัญหาอะไรตรงไหน เพราะเครื่องที่ผมเอามาทดสอบนั้นก็ดูสมบูรณ์ดี ทั้งหูฟังก็ปกติ ระบบภาษาไทยก็มีเพียงสัญลักษณ์ประหลาดที่โผล่เข้ามาเท่านั้น นอกนั้นอาการแฮ้งก์ยังไม่เคยปรากฏ (เครื่องซื้อมาตั้งแต่ตอนออกใหม่) ปัญหาที่หลายคนบ่นจึงมาอยู่ที่หน้าจอขนาดเล็กมากกว่า สำหรับผมแล้วยังถือว่ามองเห็นในระดับที่พอรับได้ ส่วนข้อดีผมไม่อยากจะพล่ามให้มากแล้วล่ะ ลองไปอ่านกันใน Strength ของรุ่นได้เลย สรุปแล้ว หากใครรอแล้วรอเล่าให้ราคาของ 6230 ลงมาเรื่อยๆ คงจะสมใจอยาก ส่วนใครอยากได้อะไรใหม่ๆ รับรองว่า Nokia 6230i ผ่านการรับรองว่าจากผมว่าคุ้มค่าสุดยอดจริงๆ ครับ
|
|
|
|
หน้าจอ
Home Screen |
ไอคอนเมนู |
วาดรูปด้วยมือคุณเอง |
|
|
|
|
|
Real Player รองรับ
ความบันเทิงทุกรูปแบบ |
ถ่ายรูปขนาด VGA |
เทียบเวลาทั่วโลก |
ดูรูปในคลังภาพ |
Strength
-จอแสดงผลที่สวยงามคมชัดมาก
-หน่วยความจำในเครื่องที่มากขึ้น
-กล้องดิจิตอลความละเอียด 1.3 ล้านพิกเซล
-การเชื่อมต่อมีทั้งบลูทูธ และอินฟราเรด
-ปุ่มกดตรงกลางที่ปรับปรุงให้ใช้งานง่ายกว่าแต่ก่อน
-รองรับการเปิดหน้าเว็บด้วย HTML
-รองรับ Push to Talk และ Visual Radio
- รองรับ EDGE Class 10
|
Weakness
-ตัวเครื่องที่กรอบแกรบตามสไตล์มือถือเปลี่ยนหน้ากาก
-การเข้าเมนูไม่เร็วเหมือน 6230
-รูปแสดงผู้โทรเข้ายังเล็กเหมือนเดิม
-บั๊กเรื่องสระที่เป็นตัวประหลาด (รออัพเฟิร์มแวร์ใหม่) |
|