Nokia 6080
ไม่รู้ว่าผมจะเว่อร์ไปหรือเปล่านะ ถ้าจะบอกว่าความรู้สึกเมื่อได้เห็น 6080 ปรากฏกายบนหน้าเว็บไซต์ของโนเกีย มันให้อารมณ์เดียวกับเห็นเวอร์ทูโทรศัพท์สุดหรูตัวเป็นแสนเลย แม้ว่าพอเห็นตัวจริงแล้วมันจะเทียบกันไม่ได้ก็เหอะ สาเหตุที่ผมบอกว่าสองตัวนี้มีความคล้ายคลึงกันก็อาจเป็นเพราะว่าแผงปุ่มกดที่เป็นสีเงินขีดยาวๆ เหมือนกันนั่นล่ะมั้ง
สัดส่วนภายนอก
ตัวเครื่องโดยรวมเป็นพลาสติกล้วน ไม่ได้เป็นแพลตินั่มหรือว่าทองคำขาวอะไร ก็ราคาค่างวดของมันมีอยู่เท่านี้นี่นา แต่อย่างไรก็ดี ผมว่ามันดูแข็งแรงดี อาจเพราะ 6080 เปลี่ยนหน้ากากไม่ได้ด้วย ผลก็เลยออกมาอย่างที่เห็น สิ่งที่อยากจะเตือนไว้สองอย่างคือ หนึ่ง พื้นที่ด้านหน้าทั้งหมดจะเป็นพลาสติกใสแผ่นเดียวกัน ไล่มาตั้งแต่จอลงไปถึงปุ่มกด จุดนี้จะเป็นรอยขนแมวได้ง่ายมาก และสอง ปุ่มกดที่ชุบโครเมี่ยมอยู่นี้อาจลอกได้ง่ายเมื่อใช้งานไปนานๆ แต่นี่เป็นเพียงการคาดการณ์เท่านั้น ประมาณว่าเคยประสบพบเจอปุ่มแบบนี้ของรุ่นอื่นที่ลอกเป็นแผ่นเมื่อเวลาผ่านไป
พอร์ตการเชื่อมต่อของโทรศัพท์โนเกียตัวนี้เป็นแบบป๊อป พอร์ตเหมือน 6070 และช่องเสียบสายชาร์จก็เป็นแบบใหม่ที่หัวเล็กจิ๊ดเดียว ส่วนด้านหลังเป็นฝาครอบแบตแผ่นเดียวกันทั้งหมด
ชำแหละเครื่องใน
รุ่นนี้มีฟังก์ชั่นพิเศษคือ มีกลิ่นหอม เอ้ย ผมล้อเล่นน่ะ ไม่รู้ใครเอาน้ำหอมไปฉีดให้มันเลยมีกลิ่นมาแบบนี้ 6080 ยังคงเอาลูกเล่นเดิมๆ ของ 6070 มาใช้ครับ เพิ่มเติมและปรับปรุงบางเรื่องให้ดีขึ้นเท่านั้น อย่างจอแสดงผลก็ปรับมาเป็นแบบทีเอฟที ซึ่งผมว่าไม่ค่อยสดเท่าไหร่ หรือเป็นเพราะดูจอสวยๆ มาเยอะก็ไม่รู้
หน่วยความจำก็รู้สึกจะเพิ่มมานิดหน่อย โดยฮัลโหลจากฟินแลนด์ที่เห็นอยู่นี้มีเมมโมรี่ 4 เมกะไบต์เศษ ไม่เพียงพอต่อการนำมาฟังเพลงอยู่ดี แต่ก็เอาไว้เก็บภาพถ่าย รวมไปถึงริงโทนที่ตัดมาเป็นเสียงจริงพอได้ นอกจากนี้ ยังต้องปันส่วนเอาไว้ให้วิดีโอ คลิป จาวา แอพพลิเคชั่น ไฟล์เสียงอัด ฯลฯ
ในเมื่อฟังเพลงเอ็มพี 3 ไม่ได้แล้ว โนเกียยังไม่ใจร้ายจนเกินไป และใส่วิทยุเอฟเอ็มมาให้ ซึ่งก็มาพร้อมกับลูกเล่นเบสิกอย่างการบันทึกสถานี 20 รายการ ฟังผ่านลำโพง ประมาณนี้เท่านั้นเอง
คงจะเซ็งไม่น้อยหาก 6080 ไม่มีการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอก แต่นั่นเป็นเพียงเรื่องสมมุติเท่านั้นเอง ความเป็นจริงมันยังมีอินฟราเรด และเอดจ์ที่ทำงานร่วมกันเพื่อเป็นโมเด็มสำหรับเชื่อมต่อสู่โลกอินเตอร์เน็ตได้อย่างรวดเร็ว เพียงแต่เวลาใช้อาจจะต้องเล็งหน่อยเท่านั้นเอง
นอกจากจะใช้เชื่อมต่อเป็นโมเด็มแล้ว 6080 ก็ยังใช้อินฟราเรดในการรับส่งข้อมูลอีกด้วย ไอ้พวกไฟล์ภาพถ่าย ไฟล์วิดีโอทั้งหลายที่เก็บมา ถ้าไม่โอนออกบ้างคงจะทำให้เมมโมรี่แน่นเอี้ยด
รุ่นกึ่งกลางกึ่งล่างของโนเกียยังเปี่ยมประสิทธิภาพในด้านการสั่งงานด้วยเสียง และมีออแกไนเซอร์ที่ใช้งานได้ดีในระดับเทียบเท่ารุ่นสูงๆ และสามารถซิงค์กับเอาท์ลุคผ่านพีซี สวีทได้ด้วยนะ
กูรูฟันธง
หรูได้แบบสบายกระเป๋า น่าจะเป็นสโลแกนที่เหมาะสมกับรุ่นนี้ดี คำว่าหรูนี่ไม่ได้หมายความถึงโทรศัพท์แพงๆ เพียงอย่างเดียวนะ ความหรูอาจเกิดจากดีไซน์ก็เป็นได้เหมือนกัน อย่างที่โนเกียได้สร้างรุ่นนี้ขึ้นมานั่นแหละ 6080 น่าจะเหมาะกับคนที่ไม่ต้องการจ่ายเงินซื้อมือถือตัวนึงแพงๆ แต่ก็อยากได้ดีไซน์อันยอดเยี่ยมเพื่อเป็นอาหารตาของตัวเองครับ ด้านฟังก์ชั่นนั้นถือว่าอยู่ในระดับกลาง เรียกว่าใช้ได้โดยไม่หงุดหงิดประมาณนั้น
ข้อดี
- ดีไซน์หรูหราดีในสายตาของผู้เขียน
- จอแสดงผลพัฒนาให้เป็นแบบทีเอฟที
- มีการเชื่อมต่อไร้สายด้วยอินฟราเรด
- รองรับเครือข่ายเอดจ์ความเร็วสูง
- ฟังเพลงผ่านวิทยุเอฟเอ็มได้
- กล้องดิจิตอล 3 แสนพิกเซล
- รองรับการติดตั้งจาวา โปรแกรม
ข้อเสีย
- ตัวเครื่องด้านหน้าเป็นรอยได้ง่าย
- จอยังไม่ค่อยสว่างเท่าที่ควร
- เมนูอืดไปนิดนึง
- หน่วยความจำในตัวมีน้อย และเพิ่มไม่ได้
- ถ่ายวิดีโอได้นานเพียง 2 นาทีต่อคลิปเท่านั้น
|