Nokia 5300 XpressMusic - โนเกีย
นับว่าเป็นมือถือจากโนเกียที่ฮอตที่สุดรุ่นหนึ่ง ณ ตอนนี้ เนื่องจากว่ามีราคาไม่แพงเกินเอื้อม แถมอุปกรณ์ในกล่องก็มาแบบครบๆ ถึงหน้าตาจะเหมือนกับของเล่นเด็กเกินไปหน่อย ก็ไม่ใช่ปัญหา จนทุกวันนี้ยังขายดีเป็นเทน้ำเทท่าเลยแหละ ไม่เชื่อลองไปถามร้านขายมือถือดู
สัดส่วนภายนอก
อย่างที่บอกไปแล้วว่าตัวเครื่องดูคล้ายกับของเล่นมาก ไม่ใช่การออกแบบเพียงอย่างเดียว แต่กับเรื่องสีสันที่เอาสีแดงมาตัดบนสีขาวของตัวเครื่อง หากใครอยากลดวัยตัวเองก็ลองดู หรือถ้าคิดว่าการกระชากวัยคงจะไม่เหมาะแล้ว น่าจะลองสีเทาดีกว่า เดี๋ยวเจอเด็กหน้าปากซอยล้อล่ะแย่เลย ฮ่าๆ
ดูจากภาพเหมือนกับว่าตัวเครื่องมีขนาดเล็ก เอาเข้าจริงๆ มันไม่ได้เล็กเลยนะเนี่ย สัดส่วนที่ 92.4 x 48.2 x 20.7 มิลลิเมตร ถือว่าอ้วนเอาการ ดีนะที่ไม่มีเสาเข้ามาด้วย ไม่งั้นคงไปกันใหญ่
อย่างไรก็ดี การประกอบผมว่ายังทำได้ไม่ดีนัก แต่อย่าเพิ่งเชื่อผมเสียสนิทใจ ของแบบนี้มาตรฐานมันต่างกันครับ ผมอาจจะเป็นพวกช่างติที่ด่าไปเสียทุกรุ่น เลยอยากให้ไปลองสัมผัสตัวจริงก่อน แล้วค่อยตัดสินใจก็ยังไม่สายนี่ ใช่ไหมครับ
จุดเด่นของลักษณะภายนอกคือเรื่องปุ่มควบคุมเครื่องเล่นเพลงนี่แหละครับ ดูเหมือนว่ามันจะทำได้ดีทีเดียว และยังสามารถลัดเข้าโหมดเพลงได้ด้วยไม่ว่าคุณจะใช้ลูกเล่นอะไรอยู่ก็ตาม
ชำแหละเครื่องใน
เครื่องเล่นเพลงของรุ่นนี้มีหน้าตาที่แปลกออกไปจาก เอส 40 เอดิชั่น 3 ตัวก่อนๆ แม้แต่ 6233 ที่คนแถวนี้มีในครอบครองก็ดูไม่ทันสมัยเท่า อย่างไรก็ตาม ลูกเล่นของมันไม่ได้แตกต่างออกไป 5300 ยังคงปรับอีควอไลเซอร์แบบคัสตอม เล่นเป็นแบ็คกราวนด์ รวมถึงการเล่นตามเพลย์ลิสต์ได้ด้วย
วิทยุในตัวก็อีกเช่นกันที่ไม่ได้มีความแตกต่าง มันสามารถบันทึกช่องสถานี 20 รายการเก็บไว้ จะดีก็อาจเป็นเรื่องรูเสียบหูฟังที่สามารถแปลงให้เป็นขนาด 3.5 ม.ม. ได้มากกว่า ทำให้เราเอาหูฟังอันโปรดมาใส่แทนของเดิมที่โนเกียให้มาได้ แต่ก็แปลกอยู่อย่างที่รุ่นนี้ใช้รูเสียบที่ตัวเครื่องแบบ 2.5 ม.ม. ทำไมไม่เปลี่ยนไปเลยเนี่ย ไม่เข้าใจเหมือนกัน
การโอนเพลงทำได้ดีกว่ารุ่นอื่น เนื่องจากมีช่องเสียบมินิยูเอสบี แบบเดียวกับ N91 ทำให้หาสายมาถ่ายข้อมูลได้ง่าย แถมได้ความเร็วที่ดีอีกด้วย และยังสามารถใช้หน่วยความจำเป็นแฟลช ไดรฟ์ได้อีกต่างหาก
พูดถึงเรื่องหน่วยความจำ รุ่นนี้ทำได้เกือบดี ที่บอกแบบนี้เพราะว่ามันเปลี่ยนการ์ดได้แบบฮอทสแว็ป แต่ดันไปแอบอยู่ด้านในฝาครอบแบต เวลาจะเปลี่ยนเลยต้องแกะฝาออก แกะบ่อยๆ ก็หลวมเป็นธรรมดา
กล้องของรุ่นนี้ทำหน้าที่ได้ปานกลาง คือมีลูกเล่นให้พอใช้งาน บวกกับคุณภาพไม่ได้เรียกว่าอยู่ในระดับเทพ สิ่งที่ผมชอบคือ การใส่เอฟเฟ็คแบบฟอลส์ (False) ที่ให้ภาพเป็นสีเพี้ยนไป ดูแล้วตลกดี อันที่จริงมันก็มีมาหลายรุ่นแล้วแหละ แค่อยากจะบอกให้ฟังเฉยๆ คร้าบบ
การเชื่อมต่อนอกจากจะใช้สายดาต้าผ่านมินิยูเอสบี พอร์ตแล้ว 5300 ยังมีบลูทูธที่รองรับโพรไฟล์สำหรับหูฟังแบบสเตอริโอด้วย หรือที่เรารู้จักกันในชื่อที่ว่า เอทูดีพี นี่แหละ และยังมีอินฟราเรดติดเครื่องมาให้ เผื่อได้ใช้กับมือถือรุ่นล่างๆ อีกด้วย ซึ่งดูแล้วก็จัดได้ว่าเป็นมือถือที่เชื่อมต่อได้ครบอีกรุ่นหนึ่งเลยล่ะ
กูรูฟันธง
คงเป็นไปไม่ได้หรอกนะถ้าจะบอกว่า 5300 เหมาะกับคนที่ชอบถ่ายรูป ชื่อรุ่นเขาก็บอกอยู่แล้วว่าต้องเอามาฟังเพลงแน่นอน แต่อย่างไรก็ดี มันยังมีกล้องระดับ 1.3 ล้านพิกเซลมาให้ เรียกว่าไม่ได้ขี้เหร่แน่นอนสำหรับการถ่ายภาพได้ที่ความละเอียดระดับนี้ และผมคงไม่ต้องสาธยายเรื่องความนิยมของรุ่นนี้ให้ฟังอีกต่อไป ลองเสริ์ชคำว่า 5300 ในห้องมาบุญครองดิครับ สิ่งนั้นเป็นเครื่องพิสูจน์ได้เอง
ข้อดี
- มีปุ่มควบคุมเพลงจากภายนอก
- กล้องดิจิตอล 1.3 เมกะพิกเซล
- เพิ่มหน่วยความจำได้สูงสุด 2 กิกะไบต์
- เชื่อมต่อด้วยพอร์ต มินิยูเอสบี
- มีบลูทูธที่รองรับโพรไฟล์แบบสเตอริโอ และอินฟราเรด
- วิทยุเอฟเอ็มไม่ขาดหาย
- จอแสดงผลคิววีจีเอแจ่มมากๆ
ข้อเสีย
- ตัวเครื่องดูไม่ค่อยแข็งแรง
- ช่องเสียบการ์ดที่ดันไปอยู่ใต้ฝาครอบแบตเตอรี่
- ทำไมไม่ทำรูเสียบหูฟังให้เป็นขนาด 3.5 ม.ม. เลย
|