Nokia 3250 XpressMusic
จอแสดงผลของ Nokia 3250 XpressMusic ยังคงมีความละเอียดเท่าเดิมคือ 176 x 208 พิกเซล แสดงผลได้ 262,144 สี มีการแสดงผล Active Standby ซึ่งจะมีไอคอนโปรแกรมต่างๆ และนัดหมายๆ ต่างที่กำลังจะมาถึง ภาพพื้นหลังจะใช้ได้เฉพาะภาพนิ่งเท่านั้น หรือจะปรับเปลี่ยนตาม Theme ในเครื่อง รวมไปถึงไอคอนเมนูก็สามารถปรับเปลี่ยนได้เช่นกัน
Physical Overview
ใต้จอแสดงผลก็จะเป็นส่วนของปุ่มกด โดยจะแบ่งออกเป็นสองส่วนคือส่วนบนจะมีปุ่มเมนู, ปุ่มซอฟท์คีย์ซายขวา, จอยสติ๊กบังคับทิศทาง, ปุ่ม C และปุ่ม Edit ส่วนแผงปุ่มกดตัวเลขด้านล่างจะเป็นส่วนที่หมุนได้ แต่ละปุ่มมีขนาดค่อนข้างใหญ่ มีไฟส่องสว่างเป็นสีขาว การบังคับทิศทางโดยจอยสติ๊กของปุ่มนี้ก็สามารถใช้งานได้สะดวกและไม่แข็งจนเกินไป
ด้านข้างซ้ายในส่วนล่าง ซึ่งเป็นส่วนที่หมุนได้มีเลนส์รับภาพกล้องดิจิตอลความละเอียด 2 ล้านพิกเซล เมื่อเลนส์กล้องอยู่ที่ด้านข้างเช่นนี้จะทำให้ถ่ายภาพไม่สะดวกเลย แต่ Nokia 3250 XpressMusic ถูกออกแบบให้หมุนส่วนล่างไปทางด้านขวาที่ 90 องศา จึงจะถ่ายภาพได้อย่างสะดวก และสามารถหมุนได้ทั้งหมด 270 องศา
ช่องเสียบสายดาต้าลิงค์แบบ Pop Port จะอยู่ที่ด้านข้างขวา ซึ่งใช้เป็นช่องเสียบชุดหูฟังพร้อมรีโมทในตัว มีแถบยางสีแดงซึ่งเป็นสีเดียวกันกับด้านข้างของเครื่องปิดอยู่ เมื่อถอดออกมาแถบยางนี้จะไม่มีส่วนใดส่วนหนึ่งติดอยู่กับตัวเครื่อง เมื่อต้องการใช้งานจะต้องดึงแถบยางนี้ออกแล้วเก็บไว้ให้ดี เพราะอาจจะหายได้ ใกล้ๆ กันมีช่องเสียบสายชาร์จแบตเตอรี่แบบใหม่ มีรูที่ค่อนข้างเล็ก
ด้านบนสุดมีเพียงปุ่มสำหรับเปิด ปิดเครื่อง โดยการกดปุ่มค้างเอาไว้ประมาณ 1-2 วินาที และยังใช้เป็นปุ่มปรับเปลี่ยนโปรไฟล์ต่างๆ อย่างรวดเร็วโดยการกดลงไปเพียง 1 ครั้ง
ด้านหลังในส่วนล่างมีปุ่มสำหรับควบคุมเครื่องเล่นเพลง 4 ปุ่ม หากต้องการใช้งานเครื่องเล่นเพลงจะต้องหมุนให้กลับด้านให้ไปอยู่ที่ด้านหน้า ที่ปุ่ม Play ยังถูกเปลี่ยนให้เป็นสีเงิน ต่างจากทั้งสามปุ่มที่เป็นสีขาว โดยจะมีสัญลักษณ์รูปกล้องดิจิตอลกำกับอยู่ด้วย ซึ่งจะใช้เป็นปุ่มชัตเตอร์สำหรับถ่ายภาพ
ด้านล่างมีช่องลำโพงเสียงเรียกเข้า และเป็นลำโพงสปีกเกอร์โฟนไปด้วยในตัว ให้เสียงที่ดังมาก มีความใสของเสียงที่ดีมากเช่นกัน เมื่อเปิดเพลงโดยใช้ลำโพงนี้จะสังเกตความแตกต่างจากเสียงเมื่อเทียบกับมือถือเครื่องอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด เพราะมีเสียงทุ้มออกมาด้วยเล็กน้อย
ช่องเสียบการ์ดหน่วยความจำ microSD ด้านในจุดหมุน โดยจะต้องหมุนให้แผงปุ่มกดออกมาที่ 90 องศา จะอยู่ที่ด้านซ้าย สังเกตได้จากสัญลักษณ์รูปการ์ดหน่วยความจำบนฝาปิด ซึ่งสามารถถอดเปลี่ยนได้โดยไม่จำเป็นต้องปิดเครื่องก่อน
Nokia 3250 XpressMusic
เครื่องเล่นเพลงใน Nokia 3250 XpressMusic ก็ยังคงถูกออกแบบมาให้เหมือนกับ 3250 รุ่นก่อนที่สามารถเข้าสู่เครื่องเล่นเพลงได้อย่างรวดเร็วโดยการบิดแผงปุ่มกดด้านล่างไปที่ 180 องศา หรือพูดง่ายๆ คือบิดเอาด้านหลังที่เป็นปุ่มควบคุมเครื่องเล่นเพลงมาไว้ที่ด้านหน้า หน้าจอแสดงผลก็จะปรับเปลี่ยนเป็นเครื่องเล่นเพลงอัตโนมัติ พร้อมกับเสียงเตือน สามารถควบคุมการเล่นเพลงทั้งหมดด้วย 4 ปุ่มนี้ หรือจะใช้รีโมทคอนโทรลที่ชุดหูฟังควบคุมก็ได้เช่นกัน คุณภาพของเสียงเพลงที่ได้จากชุดหูฟังแบบสเตอริโอนั้นถือว่าทำได้ค่อนข้างดี แต่หากเปลี่ยนชุดหูฟังอื่นที่มีแจ็คขนาด 3.5 มม. ก็จะให้เสียงที่ดีกว่าตามคุณสมบัติของชุดหูฟังนั้น โดยเสียบไปที่ชุดหูฟังรีโมท ซึ่งสามารถเปลี่ยนชุดหูฟังอื่นๆ ได้ เครื่องเล่นเพลงยังสามารถเล่นเพลงต่อเนื่องได้สูงสุดถึง 10 ชั่วโมง ตามสเป็คของเครื่องที่ได้ระบุไว้ หน่วยความจำ microSD ที่มีมาให้ถึง 1 GB ก็สามารถบรรจุเพลงได้สูงสุดประมาณ 750 เพลงเลยทีเดียว
 |
ที่หน้าจอเครื่องเล่นเพลงจะแสดงรายชื่อเพลงที่กำลังเล่นอยู่ และแสดงรายชื่อเพลงถัดไปที่กำลังจะเล่นเป็นเพลงถัดไป เมื่อกดปุ่ม Options ก็จะสามารถเข้าสู่ Music Library เพื่อเข้าไปดูรายชื่อเพลงทั้งหมดที่มีอยู่ในหน่วยความจำ microSD หรือหน่วยความจำเครื่อง ซึ่งจะแบ่งแยกรายชื่อเพลงตามรายชื่อศิลปิน, อัลบั้ม, ประเภท และชื่อของผู้แต่ง หรือจะให้แสดงรายชื่อเพลงรวมทั้งหมดก็ได้ ลูกเล่นของเครื่องเล่นเพลงก็มีให้เลือกแบบ Random Play หรือเล่นแบบสุ่ม, Loop Play เล่นซ้ำเฉพาะเพลง หรือเล่นซ้ำรายการเพลงทั้งหมด ในเมนู Audio Settings มีโทนเสียงให้เลือกแบบ Classical, Jazz, Pop และ Rock หรือจะเพิ่ม Profiles ของอีควอไลเซอร์ได้อีก 5 แบนด์ ปรับความสมดุลย์ความดังของเสียงได้ทั้งซ้าย และขวา มีการปรับเอฟเฟ็คท์เสียงสะท้อนหรือ Reverb ให้เลือกแบบ Alley, Small room, Medium room, Large room, Large hall ซึ่งจะมีเสียงสะท้อนแตกต่างกันออกไป นอกจากนี้แล้วยังมีฟังก์ชั่น Stereo Widening เพื่อเพิ่มมิติของเสียงให้แยกซ้ายขวาได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น และ Bass Boost เพื่อเพิ่มความหนักแน่นให้กับเสียงเพลงอีกด้วย
FM Stereo Radio & Visual Radio
ถึงแม้ว่ารุ่นใหม่ๆ ของ Nokia จะมีวิทยุ FM ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี Visual Radio แต่ในบ้านเราสถานีวิทยุต่างๆ ก็ยังไม่ได้พัฒนาให้รองรับทันกับมือถือ ดังนั้นฟังก์ชั่นเสริมในส่วนนี้จึงต้องเก็บเอาไว้ก่อน มาถึงเรื่องของวิทยุ FM แบบสเตอริโอกันบ้าง เป็นสูตรสำเร็จของมือถือที่ฟังวิทยุ FM ได้จะต้องใช้ชุดหูฟังเป็นเสาอากาศรับสัญญาณ Nokia 3250 XpressMusic ก็เช่นกัน โดยจะต้องเสียบที่ด้านข้าง จะฟังผ่านชุดหูฟัง หรือฟังผ่านลำโพงของเครื่องก็เลือกได้จากในเมนู สามารถค้นหาคลื่นได้โดยอัตโนมัติหรือใส่เลขคลื่นลงไปได้โดยตรง บันทึกชื่อสถานีพร้อมคลื่นวิทยุได้มากถึง 20 สถานี และยังฟังวิทยุ FM ขณะใช้งานโปรแกรม หรือเมนูอื่นๆ ได้
Twist and Shoot Digital Camera
เลนส์กล้องดิจิตอลความละเอียด 2 ล้านพิกเซลที่อยู่ด้านข้างซ้าย ถ้าจะถ่ายรูปจากด้านนี้คงไม่ถนัดแน่ แต่รุ่นนี้ถูกออกแบบให้บิดเลนส์แผงปุ่มกดไปทางด้านขวาไปที่ 90 องศา สามารถปรับเปลี่ยนมุมกล้องได้โดยการบิดที่เลนส์รับภาพ ถ่ายภาพตัวเองได้โดยหมุนเลนส์รับภาพเข้าหาตัวเอง จอแสดงผลก็จะปรากฎภาพสำหรับถ่ายรูปให้โดยอัตโนมัติในแนวนอน ปุ่มควบคุมเครื่องเล่นเพลงที่อยู่ด้านหลังก็จะใช้เป็นปุ่มชัตเตอร์ไปด้วยในตัวโดยกดปุ่ม Play หรือซูมภาพก็ใช้ปุ่มข้ามเพลงทั้งสองปุ่ม โดยสามารถซูมภาพได้สูงสุด 4 เท่า มี Night mode สำหรับชดเชยแสงสว่างให้กับภาพเมื่อต้องการถ่ายในที่มืด ตั้งเวลาถ่ายภาพได้ 10, 20 หรือ 30 วินาที มีระบบปรับสมดุลย์ของแสงสีขาวให้กับภาพโดยอัตโนมัติ หรือเลือกตามสภาพแสงจากแสงอาทิตย์, แสงจากหลอดไส้ หรือแสงจากหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ มีเอฟเฟ็คท์สีให้เลือกแบบซีเปีย, ขาวดำ และเนกาทีฟ เลือกความละเอียดของภาพได้ 3 ระดับตั้งแต่ 1600 x 1200, 1152 x 864 และ 640 x 480 พิกเซล ความชัดเจนของภาพอยู่ในเกณฑ์ที่ถือว่าคมชัดดีทีเดียว
 |
 |
ภาพตัวอย่างจากกล้อง |
่วนการถ่ายคลิปวิดีโอก็เพียงแค่เลื่อนจอยสติ๊กไปทางด้านขวา ก็สามารถกดปุ่มชัตเตอร์ถ่ายได้ทันที ความละเอียดที่เลือกได้อยู่ที่ 176 x 144 และ 128 x 86 พิกเซลมีลูกเล่น ฟังก์ชั่นการถ่ายเหมือนกับการถ่ายภาพนิ่ง และสามารถถ่ายได้นานจนกว่าหน่วยความจำจะเต็ม
Symbian 9.1 Operating System
Nokia 3250 XpressMusic ก็ยังคงใช้ระบบปฏิบัติการ Symbian 9.1 ซึ่งถือว่าเป็นรุ่นใหม่ล่าสุด ถึงแม้ว่าจะเปิดตัวมานาน และใช้กับมือถือ Nokia หลายรุ่นแล้ว โดยรวมของอินเตอร์เฟสก็แทบจะไม่แตกต่างจาก Symbian เวอร์ชั่น 8 สักเท่าใดนัก สำหรับโปรแกรมต่างๆ ในขณะที่ก็ถือว่ามีให้เลือกมาใช้งานค่อนข้างหลากหลาย ลำพังในเครื่องก็มีเมนู โปรแกรมต่างๆ ให้เลือกใช้งานอย่างครบครัน แต่ในเชิงธุรกิจแล้วรุ่นนี้ไม่มีโปรแกรมจำพวกเปิดอ่านไฟล์เอกสารต่างๆ เพราะรุ่นนี้ถูกวางตลาดเจาะกลุ่มวัยรุ่นโดยเฉพาะ หากต้องการใช้งานดังกล่าวก็สามารถหาโปรแกรมมาติดตั้งเพิ่มเติมได้ แต่ถ้าหากติดตั้งโปรแกรมเข้าไปมากเกินความจำเป็นก็อาจจะทำให้เครื่องรวนจนเกิดอาการแฮงค์ ดังนั้นควรจะเลือกติดตั้งโปรแกรมที่จำเป็นจะใช้งานจริงๆ จะดีกว่า ส่วนโปรแกรม หรือเกมส์อื่นๆ ที่เขียนด้วยจาวาก็สามารถนำมาติดตั้งลงในเครื่องก็ได้เช่นกัน
Sound Meter
โปรแกรมวัดระดับความดังของเสียงก็มีมาให้ตั้งแต่รุ่นก่อนแล้ว และยังสืบทอดมาจนถึงรุ่นนี้ด้วย การใช้งานก็ไม่ยาก เพียงแค่เปิดโปรแกรม Sound Meter ขึ้นมาก็จะพบกับกราฟแสดงระดับความดังของเสียงอยู่กึ่งกลางหน้าจอพอดี มีหน่วยการวัดเป็นเดซิเบล หรือตัวย่อว่า dB ในกราฟจะแสดงระดับเสียงอยู่ 2 ส่วน ส่วนแรกที่อยู่แถบล่างสุดจะมีตัวเลขบอกระดับความดังของเสียงในปัจจุบัน กราฟจะขึ้นลงตามความดังของเสียง ซึ่งจะ Refresh หรือปรับปรุงค่าทุกๆ 1 วินาที ในส่วนบนของกราฟจะแสดงค่า Peak หรือระดับความดังสูงสุดเป็นตัวเลขที่วัดความดังได้สูงสุดค้างเอาไว้ประมาณ 10 วินาที ในคู่มือได้ระบุเอาไว้ว่าโปรแกรม Sound Meter ไม่เหมาะสำหรับนำไปใช้งานอย่างจริงจัง ดังนั้นมันจึงเหมาะสำหรับการวัดระดับเสียงคร่าวๆ เท่านั้น
Video Editor
คลิปวิดีโอ หรือภาพถ่ายที่บันทึกเก็บไว้ในเครื่อง สามารถนำมาทำเป็นภาพยนต์ หรือคลิปวิดีโอสั้นๆ สำหรับใช้ส่งเป็นข้อความ MMS ก็ได้ เริ่มจากการเลือกคลิปวิดีโอที่ถ่ายเอาไว้ใน Gallery จะเลือกตัดเอาส่วนที่ต้องการ, เปลี่ยนสีคลิปวิดีโอนั้นเป็นสีขาวดำ, ทำให้คลิปวิดีโอเป็นภาพช้า หรือ Slow motion, ปิดเสียงในคลิปวิดีโอก็ได้ เมื่อเสร็จแล้วต่อไปก็เป็นการเพิ่มคลิปวิดีโอ หรือภาพนิ่งต่อไป ในระหว่างที่เปลี่ยนจากคลิปวิดีโอหนึ่ง ไปอีกคลิปวิดีโอถัดไปก็มีเอฟเฟ็คท์การเปลี่ยนอาจจะเป็นแบบเฟดภาพให้เป็นสีดำ (Fade to black) หรือเฟดภาพให้เป็นสีขาว (Fade to white) หรือตัดฉากจากซ้ายไปขวา ขวาไปซ้าย ซึ่งจะมีให้เลือกถึง 8 แบบ หากต้องการใช้เสียงเพลงเพลงประกอบอื่นๆ เช่นเสียงเพลง หรือเสียงที่บันทึกเอาไว้ก็ได้เช่นกัน เมื่อตัดต่อเสร็จแล้วก็สามารถเลือกบันทึกลงในหน่วยความจำเครื่อง หรือใน microSD ก็ได้
Real One Player
โปรแกรม Real Player ถูกบรรจุให้คู่กับ Symbian Phone มาตั้งแต่สมัยยุคที่บุกตลาดโทรศัพท์มือถือใหม่ๆ ดังระบบการเล่นไฟล์วิดีโอที่ถอดแบบมาจากในคอมพิวเตอร์ จึงสามารถเล่นไฟล์วิดีโอได้ทั้งจากกล้องถ่ายวิดีโอที่ถ่ายเก็บเอาไว้, คลิปวิดีโอที่ถูกแนบมากับข้อความ MMS หรือที่ดาวน์โหลดมาจากเครื่องอื่นๆ รองรับไฟล์ MPEG4, H.263 และยังรองรับการดูไฟล์วิดีโอ หรือออดิโอแบบสตรีมมิ่ง ผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ซึ่งก็มีหลาย WAP Site ที่เปิดให้บริการ โดยเฉพาะการดูทีวี หรือฟังวิทยุที่แพร่ภาพในอินเตอร์เน็ต แต่หากไม่มีโปรโมชั่นค่า GPRS ถูกๆ ก็อาจจะเสียค่าใช้จ่ายอย่างมากมายตอนสิ้นเดือน
 |
Connectivity
Nokia 3250 XpressMusic ถึงแม้ว่าการใช้งานหลักจะเน้นไปในเรื่องการฟังเพลง หรือถ่ายรูป ระบบการเชื่อมต่อก็ยังคงมีมาให้ใช้งานอย่างค่อนข้างครบถ้วน เริ่มจากการรับส่งไฟล์ข้อมูลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่าย เสียงเพลง คลิปวิดีโอก็สามารถรับส่งผ่านเทคโนโลยีไร้สายบลูทูธ หรือจะใช้ร่วมกับโปรแกรม PC Suite ร่วมกับคอมพิวเตอร์ที่มีบลูทูธด้วยกันได้ แต่การรับส่งข้อมูลอาจจะช้า ไม่ทันใจเมื่อต้องการดาวน์โหลดข้อมูลลงโทรศัพท์เป็นจำนวนมากๆ เช่นไฟล์เพลงต่าง ดังนั้นควรจะใช้สายดาต้าลิงค์แบบ Pop Port ซึ่งจะให้ความเร็วในการเชื่อมต่อสูงกว่ามาก เมื่อเสียบสายดาต้าลิงค์เข้ากับคอมพิวเตอร์ก็สามารถเลือกได้ว่าจะให้เครื่องทำงานร่วมกับโปรแกรม PC Suite , Media Player หรือ Data Transfer
หากต้องการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตก็สามารถใช้โปรแกรม Services ในการแสดงผล รองรับเฉพาะ WAP 2.0, xHTML แต่ยังไม่รองรับ HTML เหมือนกับมือถือ Symbian ในตระกูล Business ทั้งหลาย แต่หากต้องการใช้งานจริงก็จะมีโปรแกรมที่รองรับอยู่อีกมากมาย เช่นโปรแกรม Opera mini เป็นต้น
Organizer
ที่หน้าจอสแตนด์บายก็ยังคงมีฟังก์ชั่น Active Standby โดยจะมีไอคอนโปรแกรมที่ใช้บ่อยๆ แสดงผลอยู่ และบรรทัดถัดมาก็จะเป็นนัดหมายต่างๆที่ได้บันทึกเอาไว้ในปฏิทินแบบรายเดือน รายสัปดาห์ รายวัน หรือจะบันทึกได้จากหน้าจอ Active Standby นี้ก็เช่นกัน ส่วนเมนูในหมวดออร์กาไนเซอร์ก็ยังคงมีให้อย่างครบถ้วนตามแบบฉบับของ Symbian คือมีทั้งนาฬิกาปลุก, นาฬิกาเทียบเวลาเมืองใหญ่ๆ ทั่วโลก, บันทึกโน้ตย่อ, เครื่องคิดเลขพื้นฐาน, บันทึกเสียงเตือนความจำได้ครั้งละ 1 นาที โปรแกรมแปลงหน่วยอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา, พื้นที่, พลังงาน, ความยาว, มวล, กำลังงาน, ความดัน, อุณหภูมิ, เวลา, อัตราเร่ง และปริมาตร
Final Opinion & Conclusion
เห็นมีหลายคำถามเหลือเกินว่าทำไม Nokia 3250 รุ่นแรกจึงมีราคาที่ไม่สูงมากนัก ทั้งๆ ที่ความสามารถมันก็เทียบเท่ากับ NSeries ทั้งหลาย แถมยังบิดกล้องถ่ายภาพไปมาได้อีกด้วย ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว มือถือที่ขึ้นชื่อรุ่นด้วย 3 จะเน้นกลุ่มวัยรุ่นเป็นหลัก ดังจะเห็นจากหลายๆ รุ่นที่ผ่านมา สำหรับ Nokia 3250 XpressMusic ก็น่าจะได้รับผลพลอยได้จากจุดนี้ด้วยเช่นกัน แต่ก็อาจจะแพงกว่ารุ่นเก่าเล็กน้อย เพราะแถมหน่วยความจำ microSD มาให้ถึง 1 GB อย่างไรก็ดี ระหว่างรุ่นเก่ากับรุ่นใหม่ก็แทบจะไม่เห็นความแตกต่างเท่าใดนัก นอกจากสีของตัวเครื่อง รวมไปถึงหน้าตาเครื่องเล่นเพลงก็ยังไม่เปลี่ยนไปเหมือนกับ NSeries 3 รุ่นใหม่ที่ออกมาก่อนหน้านี้ หากใครที่ยังเฉย ๆ กับสีดำในรุ่นเก่า จะเปลี่ยนใจเมื่อมาเห็นรุ่นใหม่สีขาวเหมือนอย่างผมก็เป็นได้
|
|
|
หน้าจอรอรับสายแบบมี
Active Standby |
เมนูหลัก
ตามสไตล์ Symbian
|
เครื่องเล่นเพลง
MP3 แบบเดิม
|
|
|
|
ปรับอีควอไลเซอร์
ได้
5 แบนด์ |
เลือกเอฟเฟ็คท์
เสียงสะท้อน |
วิทยุ FM สเตอริโอ |
 |
 |
 |
บันทึกเสียงได้
ครั้งละ 1 นาที |
ชุดคำสั่งเสียงที่ใช้ได้ |
เลือกการเชื่อมต่อ
ผ่านสายเคเบิ้ล |
On Focus
ปุ่มเครื่องเล่นเพลงเมื่ออยู่ที่ด้านหลังเครื่อง จะใช้งานได้ก็ต่อเมื่อหมุนมาอยู่ที่ด้านหน้า หากอยู่ที่ด้านหลังจะไม่สามารถใช้งานได้
หากต้องการฟังเพลงบ่อยๆ แล้วควรเก็บแถบยางที่ปิด Pop Port ไว้ที่บ้านจะดีกว่า เพราะเมื่อถอดออกมาก็จะไม่มีส่วนหนึ่งส่วนใดติดอยู่กับเครื่องเลย
Strength
- หน่วยความจำ miniSD ความจุ 1 GB
- มีชุดหูฟังพร้อมมีโมทควบคุมเครื่องเล่นเพลง
- เปลี่ยนชุดหูฟังที่มีแจ็คขนาด 3.5 มม. ที่รีโมทได้
- กล้องหมุนได้ 2 ล้านพิกเซล
- มีโปรแกรมตัดต่อคลิปวิดีโอในตัว
- ระบบปฏิบัติการ Symbian เวอร์ชั่น 9.1
- เชื่อมต่อไร้สายผ่านบลูทูธ
|
Weakness
- ยังไม่รองรับชุดหูฟังบลูทูธแบบสเตอริโอ ( A2DP)
- บันทึกเสียงได้เพียงครั้งละ 1 นาที
|
|