Nokia 2630 - โนเกีย
เมื่อก่อนถ้าอยากจะได้โทรศัพท์เครื่องนึงที่บางเฉียบ คงต้องเสียเงินเป็นหมื่นเพื่อให้ได้มา แต่นี่มันปี 2007 แล้ว โนเกียไม่ขอน้อยหน้าใครหน้าไหนอีกต่อไป เลยส่ง 2630 มาเอาใจคนงบน้อย แถมยัดฟังก์ชั่นมากมายมาใส่เอาไว้อีกต่างหาก นี่อาจจะเป็นซีรี่ยส์ 2 ที่ดีที่สุดในตลาดตอนนี้เลยมั้ง
สัดส่วนภายนอก
ตามตัวเลขที่โนเกียระบุมา 2630 หนาเพียง 9.9 มิลลิเมตรเท่านั้น เรียกว่ายังไม่ขึ้นหน่วยเซ็นติเมตรเลย แถมน้ำหนักตัวแค่ 66 กรัม ลองคูณสามดูเท่ากับ 198 กรัม สูสีกับรุ่นมหึมาอย่างเอชทีซี ไกเซอร์ที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นานซะเหลือเกิน เบาขนาดนี้ใส่กระเป๋าเสื้อได้สบาย แต่ระวังหล่นหน่อยแล้วกัน
ใครจะเชื่อว่ามือถือระดับล่างขนาดนี้จะมีโครงสร้างภายนอกเป็นโลหะด้วย พอแกะฝาหลังออกมาแล้วจะเห็น กระนั้นเอง ชิ้นส่วนอื่นยังประกอบกันอยู่อย่างเหนียวแน่นราวกับว่านี่ไม่ใช่โทรศัพท์ในตระกูลนี้ ไม่เชื่อลองดูพวก 2610 หรือ 2310 ดิ แป๊บเดียวพลาสติกเบียดกันกิ๊กกั๊กแล้ว
ปุ่มกดด้านหน้าทำออกมาได้ใหญ่ดี แม้ว่าจะเรียงติดกันเป็นแผงแบบไม่ไล่ระดับเลยก็ยังไม่พบปัญหา ส่วนด้านขวาจะเป็นรูเสียบหูฟัง สายชาร์จ และสายดาต้าที่แยกช่องกันทั้งหมดเหมือนกับ 2626 รุ่นที่มีวิทยุเอฟเอ็มเหมือนกัน ต่ำลงไปยังมีชัตเตอร์ให้ด้วย เผลอไปโดนจึ๊กเดียวก็อาจจะเปิดโหมดกล้องโดยไม่รู้ตัว
เลนส์กล้องและกระจกจะอยู่ที่ด้านหลังเหนือฝาครอบแบต ส่วนพื้นที่ล่างฝาจะเป็นลำโพงสำหรับงานมัลติมีเดียทั้งหมด รวมไปถึงการใช้เป็นสปีกเกอร์โฟนเพื่อคุยแบบมือไม่ว่างได้ด้วย นอกจากนี้แล้วตัวล็อคฝาครอบจะเป็นแบบกดปุ่มสองฝั่ง เพียงบีบข้างๆ ตัวเครื่องแล้วยกออกก็จะเปิดเห็นไส้ในได้ทันที
ชำแหละเครื่องใน
ถ้าเราลองดูมือถือในซีรี่ยส์เดียวกันนี้ จะเห็นว่ารุ่นก่อนอย่างเก่งก็มีแค่จีพีอาร์เอส เสียงเรียกเข้าแบบทรูโทน วิทยุเอฟเอ็ม แต่อย่าหวังได้เห็นกล้อง บลูทูธ เอดจ์ หรือจอแจ่มๆ ถ้าอยากได้ลูกเล่นดีกว่านี้ต้องขยับไปที่ซีรี่ยส์ 3 โน่นเลย นี่คงเป็นการปฏิวัติให้อนุกรมนี้ดูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
จุดแรกที่ต้องพูดคือเรื่องการเชื่อมต่อ ถึงมันจะไม่มีมินิยูเอสบี หรือป๊อป พอร์ตอย่างที่รุ่นใหญ่ใช้กัน แต่เราจะได้บลูทูธมาใช้ในการรับส่งไฟล์แบบไร้สายแทน เห็นว่าเป็นเวอร์ชั่น 2.0 ซะด้วย นอกจากนี้ 2630 ยังสนับสนุนเครือข่ายเอดจ์ แม้ว่าจะไม่มีสเป็กบอกไว้ว่าเป็นคลาสอะไร ก็ยังนอนใจได้ว่าเร็วกว่าจีพีอาร์เอสชัวร์
ด้านมัลติมีเดียก็เกือบจะถึงขั้นดีแล้ว การที่ไม่มีช่องเสียบการ์ด ไม่มีเครื่องเล่นเพลง ไม่ได้หมายความว่ามันจะไม่รู้จักไฟล์เอ็มพี 3 และส่งเสียงออกมาไม่ได้ 2630 ยังคงเปิดเล่นไฟล์ชนิดนี้ได้ เพียงแต่ไม่มีตัวควบคุม และเมมโมรี่เครื่องเพียง 10 เมกะไบต์คงไม่พอต่อความต้องการของนักฟังเพลงแน่ มันจึงได้แต่เล่นไฟล์เสียงเป็นทรูโทนระหว่างมีสายเข้าเท่านั้น หรือจะอัดเสียงจากโปรแกรมในเครื่องมาใช้ก็ยังไหว
ในเมื่อฟังเพลงแบบดิจิตอลไม่ได้ ก็เล่นคลื่นอนาล็อกจากวิทยุเอฟเอ็มแทนก็ได้ เพียงแต่ว่าผมไม่ได้ลองสัญญาณอะไรเลย โนเกียไม่ได้ให้หูฟังมา ผมเองก็ไม่มีซะด้วย ช่องวิทยุในตารางสเป็กเลยกรอกเอาไว้ให้เฉยๆ ว่ามี แต่ไม่รู้บันทึกช่องสัญญาณได้เยอะแค่ไหน
จอสีของ 2630 ไม่ได้ดีเด่อะไรมากมายนัก แต่ก็น่าดีใจที่เป็นชนิดทีเอฟที อย่างน้อยความสว่างและความสวยงามก็มากกว่าจอแบบเอสทีเอ็นอยู่ดีแหละ ถ้าเทียบกับโนเกียรุ่นอื่นที่ใช้จอสเป็กเดียวกันทั้งประเภทและความละเอียด จะเห็นได้เลยว่าสูสี ไม่หนีกันเท่าไหร่หรอก
กูรูฟันธง
ผมยังแอบติดใจรุ่นนี้อยู่เลย เพราะมันเบาบางดีเหลือเกิน สะดวกทั้งตอนพกในกระเป๋ากางเกงและตอนถือในมือ อีกอย่างคือฟังก์ชั่นในตัวค่อนข้างครบ ทั้งกล้อง บลูทูธ เสียงทรูโทน วิทยุเอฟเอ็ม หน่วยความจำในตัวพอประมาณ เอดจ์ ฯลฯ ถ้าโนเกียไม่บ้าเลือดขายแพง คาดว่านี่จะเป็นอีกตัวที่สร้างความคุ้มค่าให้กับเรา และสร้างกำไรให้กับบริษัทได้ไม่น้อย ด้วยเหตุทั้งหมดนี้ 2630 จึงน่าจะเหมาะกับคนที่เริ่มใช้มือถือใหม่ และอยากได้ฟังก์ชั่นสำคัญครบถ้วนโดยมีข้อแม้ว่าราคาต้องไม่สูงด้วยนะ
ข้อดี
- กล้องดิจิตอล 3 แสนพิกเซล
- การเชื่อมต่อที่มีทั้งบลูทูธและเอดจ์
- จอแสดงผลทีเอฟที 65,536 สี
- ฟังเพลงได้จากวิทยุเอฟเอ็ม
- ตัวเครื่องบางเฉียบ แต่แข็งแรง
- เสียงเรียกเข้าแบบทรูโทนจากไฟล์เอ็มพี 3
- รองรับการติดตั้งจาวาเกมและแอพพลิเคชั่น
ข้อเสีย
- ลำโพงภายนอกคุณภาพไม่ค่อยดี
- อาการหน่วงที่พบได้ในเมนู
- ตั้งนาฬิกาปลุกได้เวลาเดียวเอง
- แบตเตอรี่ความจุเพียง 700 มิลลิแอมป์
|