Nokia 2610
จำไม่ได้ว่า 2610 ออกมาพร้อมกับ 2310 หรือเปล่า เพราะว่าตอนเปิดตัว ทั้งสองคลอดออกมาจากท้องมารดาโนเกียพร้อมกัน และก็เป็นรุ่นที่วางตัวอยู่ในซีรี่ยส์เดียวกันซะด้วย หมายความว่าไม่น่าจะมีความแตกต่างระหว่างกัน แต่หากมองให้ดีในรายละเอียด คุณจะเห็นแน่นอน
สัดส่วนภายนอก
แค่มองช่องของหน้ากากที่เป็นของจอแสดงผล จะพบได้ว่า มีความกว้างและยาวมากกว่า นั่นก็แปลว่าหน้าจอของ 2610 ใหญ่กว่าแน่นอน ซึ่งรวมไปถึงเรื่องความละเอียดด้วย เดี๋ยวเราค่อยไปอ่านต่อในส่วนของการชำแหละเครื่องใน อย่างไรก็ตาม หน้ากากของรุ่นนี้สามารถถอดเปลี่ยนได้ เพียงแต่ไม่รู้ว่าตัวแทนจำหน่ายใดจะเอาเข้ามาขายหรือเปล่าเท่านั้นเอง อาจจะต้องใช้ของปลอมกันไป
สีสันบนเครื่องดูจะมาในแนวเคร่งขรึมมากกว่าแนวแฟชั่น ตัวที่ผมได้มาเป็นน้ำตาล ซึ่งอีกสองสีที่วางจำหน่ายแน่นอนคือ สีดำล้วนและสีน้ำเงิน ไม่ว่าจะเป็นสีไหนก็สวนไม่แพ้กันทั้งหมด
เห็นมันเปลี่ยนหน้ากากได้แบบนี้ มันกลับมีความแข็งแรง แต่อันนี้ไม่รู้ว่าใช้ไปเรื่อยๆ จะเป็นอย่างไร เครื่องที่อยู่ในมือผมเป็นเครื่องใหม่ที่หน้ากากยังเข้าที่ดีอยู่ ถ้านับตอนนี้อย่างเดียวถือว่าน่าประทับใจครับ
ปุ่มกดทั้งหมดที่อยู่ด้านหน้ากดได้ง่ายมาก เพราะมีขนาดใหญ่ หากต้องหาข้อตำหนิมาให้มันจนได้ก็คงเป็นเรื่องความนิ่มของมัน จุดนี้เองถ้าหากเราลืมล็อคปุ่ม จะทำให้กดโดนโดยบังเอิญได้บ่อยครั้งมาก
ชำแหละเครื่องใน
ว่ากันที่เรื่องความแตกต่างของ 2610 และ 2310 ก่อนเลยแล้วกัน อย่างแรกที่บอกไปแล้วคือเรื่องจอแสดงผล อย่างที่สองที่น่าจดจำไม่แพ้กันคือ เสียงเรียกเข้า สำหรับรุ่นนี้แล้วสามารถเปลี่ยนเสียงเรียกเข้าแบบเอ็มพี 3 มาใช้ได้ รวมไปถึงการอัดเสียงจากตัวเครื่องเองเพื่อใช้เป็นทรูโทนได้อีก และนี่ถือเป็นความสามารถแฝงที่ได้มาจากการอัดเสียงด้วย
การรับส่งข้อความเอ็มเอ็มเอสก็เป็นผลพวงมาจากการรองรับการเชื่อมต่อจีพีอาร์เอสเช่นกัน แม้ว่ารุ่นนี้จะยังไม่มีกล้อง แต่ก็ส่งข้อความออกเป็นเสียงออกไปแทนได้ ทำให้ไม่ต้องพิมพ์ให้เมื่อยมืออีกต่อไป ยิ่งไปกว่านั้น แว็ป เบราเซอร์ 2.0 ที่รองรับ เอ็กซ์เอชทีเอ็มแอล เหมือนรุ่นใหญ่ๆ อีกหลายตัว ก็ทำให้เราเล่นอินเตอร์เน็ตได้อย่างสบายใจเฉิบ
2610 ยังมีหน่วยความจำสะสมไว้ในตัวประมาณ 3 เมกะไบต์ แน่นอนว่าไม่ต้องใช้เก็บภาพถ่าย เนื่องจากไม่มีกล้องมาให้ เพียงเอาไว้เก็บริงโทนที่เป็นไฟล์เอ็มพี 3 วอลเปเปอร์ ธีม ไฟล์เสียงอัด และอื่นๆ อีกนิดหน่อย น่าจะพอใช้อยู่เหมือนกัน อย่างไรก็ดี เพลงเต็มที่จะโหลดเข้ามาฟังคงไม่ได้รับอนุญาต
อีกประการหนึ่งที่สร้างความแตกต่างให้กับ 2610 ได้คือ การรองรับจาวา แอพพลิเคชั่น ซึ่งก็ทำให้เราโหลดดิคชันนารี่มาติดตั้งไว้ได้ รวมถึงโปรแกรมอย่างพวก โอเปร่า มินิ ในกรณีที่มีเนื้อที่เหลือพอนะ
เรื่องการจัดการภายในเครื่องทำได้ยอดเยี่ยมเสร็จสรรพก็เพราะว่า 2610 ใช้ระบบปฏิบัติการของโนเกีย เอส 40 นั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นปฏิทิน รายการสิ่งที่ต้องทำ โน้ต หรือว่านาฬิกาจับเวลา นาฬิกานับถอยหลังก็มีมาให้ทั้งหมด สมแล้วที่สร้างความแตกต่างให้กับรุ่น จนเหนือกว่า 2310 ได้แบบสบายๆ
สิ่งเดียวที่โดนหักหน้าจะเพื่อนร่วมค่ายเดียวกันคือ ความบันเทิง ซึ่งอีกรุ่นมีวิทยุเอฟเอ็มติดมาพร้อม และแน่นอนว่าต้องแถมหูฟังใส่มาให้ในกล่องด้วย ลองพิจารณาดูแล้วกันครับว่ารุ่นไหนเหมาะกับคุณมากกว่า
กูรูฟันธง
มองที่ราคาตลาดแล้ว ราคาของ 2610 และ 2310 แตกต่างกันไม่เท่าไหร่ในหลักร้อยบาท ทำให้หลายคนตัดสินใจลำบาก ส่วนตัวผมเองแล้วไม่ได้สนใจเรื่องวิทยุเอฟเอ็มสักเท่าไหร่ เพราะอาจจะไม่ได้ใช้ เลยหันมาเลือกลูกเล่นบางอย่างที่เหนือว่าของรุ่นนี้ อาทิเช่น เสียงเรียกเข้าแบบทรูโทนแท้ๆ จอที่ใหญ่กว่า หน่วยความจำในตัวใช้งานได้ การรองรับจีพีอาร์เอส ฯลฯ มองยังไงก็เข้าตากรรมการมากกว่า 2310 ขอรับท่านผู้ชม
ข้อดี
- จอแสดงผลขนาดใหญ่และละเอียดกว่า 2310
- เสียงเรียกเข้าแบบทรูโทนจากไฟล์เอ็มพี 3
- ติดตั้งจาวา แอพพลิเคชั่นเพิ่มเติมได้
- หน่วยความจำในตัวประมาณ 3 เมกะไบต์
- เล่นอินเตอร์เน็ตผ่านแว็ป เบราเซอร์ 2.0
- เชื่อมต่อด้วยจีพีอาร์เอส
- ใส่ภาพเป็นโฟโต้ คอลล์ในสมุดโทรศัพท์
ข้อเสีย
- ปุ่มนิ่มเกินไปหน่อย
- จอยังไม่สวย เมื่อเทียบกับเอสทีเอ็นของคู่แข่ง
- ยังไม่มีสายดาต้าของโนเกียมารองรับการเชื่อมต่อโดยตรงกับคอมพิวเตอร์
|