Nokia 3120 classic - โนเกีย
สัดส่วนภายนอก
นานทีเราถึงจะได้เห็นโนเกีย ซีรี่ยส์ 3 ออกแบบมาโดนใจ เพราะตระกูลนี้เขาเน้นที่ความประหยัดและฟังก์ชั่นทั่วไปมากกว่า ไม่เชื่อดูหน้าตาของ 3120 classic สิครับ เรื่อยๆ มาเรียงๆ เหมือนดีไซเนอร์ออกแนวขี้เกียจทำงาน หรือเพิ่งสร่างเมาจากเมื่อคืน แต่ถ้าเกิดคุณชอบก็ไม่ว่ากันนะ
3120 เป็นรหัสที่โนเกียเคยใช้มาแล้ว และนำกลับมายำใหม่อีกครั้ง โดยต่อท้ายด้วยคำว่าคลาสสิคลงไป คาดว่าคงขี้เกียจคิดตัวเลขใหม่หรืออย่างไรก็มิทราบได้ เอาเป็นว่ารุ่นนี้มันไม่ได้หน้าตาเหมือนเดิมหรอก ลักษณะทรงแท่งของมันดูออกจะยาวไปหน่อย แต่ก็เบาบางดี ไม่หนี 6300 ที่เคยสัมผัสกันมาแล้ว
รอบเครื่องไม่มีสิ่งเร้นลับใด พอร์ตต่างๆ ยังวางตัวอยู่เหมือนเดิม ตรงตูดมีรูเสียบแจ็ค 2.5 ม.ม. สำหรับการฟังเพลง รูเสียบสายอแดปเตอร์ และไมโครยูเอสบีที่ชาร์จไฟผ่านสายดาต้าไม่ได้ นอกจากนี้ มือถือคลาสสิคยังมีปุ่มปรับเสียง เลนส์กล้องด้านหน้าที่ใช้ถ่ายภาพตัวเองไม่ได้ พลิกมาด้านหลังเป็นเลนส์กล้อง แฟลช และลำโพง ประกบไว้ด้วยฝาครอบแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่มีตัวปลดล็อคอยู่ล่างสุด ดูแล้วแข็งแรงดี
ใครที่ชอบเสียงลำโพงดังระเบิดระเบ้อ น่าเก็บเอา 3120 classic มาเป็นตัวพิจารณาในการซื้อโทรศัพท์ โทนเสียงของมันจะออกแนวทุ้มและตันหน่อย ไม่โปร่งเหมือนโนเกียหลายรุ่น เวลามีสายเข้าทีเหมือนมีคนโวยวายให้ฟังประมาณนั้น ผู้ใช้ต้องรีบรับ ไม่อย่างนั้นจะเป็นที่รำคาญต่อโสตหูเป็นอย่างมาก
สล็อตใส่การ์ดของโนเกีย 3 จีตัวนี้ไม่ได้อยู่ใต้แบตเตอรี่ แต่อยู่ใต้ฝาหลังตรงด้านข้าง เมื่อต้องการถอดเปลี่ยนจึงต้องแกะฝาออกก่อน ซึ่งก็ยังถือว่าเป็นทำงานแบบฮ็อตสแว็ปอยู่ดี
ชำแหละเครื่องใน
ข้อมูลที่ยังสับสนอยู่บ้างคือความถี่ในโหมด 3 จีที่รุ่นนี้รองรับ บนหน้าเว็บของโนเกียเองระบุว่ามีทั้งหมด 3 เวอร์ชั่นด้วยกัน คือ ตัวที่รองรับยูเอ็มทีเอส 850/2100 900/2100 และ 850/1900 ถ้าเป็นอันแรก จะนำมาใช้กับเครือข่าย 3.5 จีของดีแทคได้ ขณะที่อันที่สองรองรับกับเน็ตเวิร์คของเอไอเอส แต่ยังไงเสีย มันยังเป็นแค่โทรศัพท์ดูอัลแบนด์เท่านั้น ไม่มีทางที่จะใช้ได้ทั้ง 2 ค่ายแน่ เราคงต้องลุ้นกันต่อไปว่าโนเกียแดนสยามจะนำเวอร์ชั่นไหนเข้ามาขาย ถ้าใจป้ำก็ยกมาทั้งคู่เลยแล้วกัน
เนื่องด้วยเป็นโทรศัพท์ราคาถูก ฟังก์ชั่นต่างๆ จึงไม่ได้เข้าขั้นแอ็ดวานซ์ แต่ใช่ว่า 3120 classic จะไม่มีดีเลย จอแสดงผลของรุ่นนี้สร้างความประทับใจให้ผมเช่นกัน เพราะมีความสว่างเจิดจ้า อาจเป็นเพราะว่ามันไม่ต้องทำงานร่วมกับเซ็นเซอร์รับแสง จึงเปิดแบ็คไลท์ให้แรงตลอดเวลาได้
กล้องวิดีโอไม่ใช่อุจจาระๆ และท่าทางว่าจะกึงกาลอวสานของความละเอียด 176 x 144 พิกเซลเสียที อย่างรุ่นนี้อยู่แค่ในอนุกรม 3 ยังมีเรโซลูชั่น 352 x 288 จุดเลย ส่วนเรื่องคุณภาพ ถ้ามีแสงเพียงพอในขณะนั้น วิดีโอจะมีความคมชัดพอสมควร ไม่เหมือนกล้องหลอกเด็กแน่นอน ในขณะที่กล้องถ่ายภาพนิ่งยังธรรมดา ไม่มีอะไรให้พูดถึงมากนัก รบกวนทุกท่านพลิกไปดูในหน้าตารางสเป็กนะครับ
มาถึงตอนนี้ผมยังแปลกใจที่ 3120 classic ไม่กั๊กอะไรเลย อย่างการนำไฟล์วิดีโอเมื่อครู่มาใช้เป็นสกรีนเซฟเวอร์ การถ่ายวิดีโอจนเต็มหน่วยความจำ ไม่ใช่คลิปละ 1 ชั่วโมง จาวาเกมและแอพพลิเคชั่นมากันให้เพียบ เอดจ์ยังเป็นคลาส 32 ไม่เหมือนโทรศัพท์ตัวละสี่หมื่นเลยด้วยซ้ำ
สิ่งสุดท้ายที่ผมอยากพูดถึงคือแหล่งพลังงานของมันมีขนาด 1,000 มิลลิแอมป์ และใช้แบตรุ่น BL-4U เหมือน 8800 Arte น่าจะทำให้ความอึดของระยะเวลาในการปฏิบัติงานมากขึ้นกว่าเดิมด้วยนะ
กูรูฟันธง
จะรุ่งไม่รุ่งทีนี้ไม่ได้อยู่ที่ฟังก์ชั่นทั่วไปแล้ว แต่ปัจจัยสำคัญที่กำหนดความสำเร็จของรุ่นนี้คือ การรองรับเครือข่าย 3 จี เราต้องติดตามกันต่อไปว่าเครื่องที่จะเอามาจำหน่ายจริงรองรับย่านความถี่ไหน ในเมื่อ กทช. ไม่อนุมัติย่าน 2100 เมกะเฮิร์ตซ์เสียที โดยรวม 3120 classic ยังเป็นมือถือธรรมดาที่เติมเต็มด้วยฟังก์ชั่นกึ่งพื้นฐานกึ่งชั้นสูง คาดว่าราคาคงไม่แพง และเป็นโทรศัพท์ที่น่าใช้อีกรุ่นนึงครับ
ข้อดี
- จอ 16.7 ล้านสี สวยงามและสว่างสะใจ
- รองรับเครือข่ายยูเอ็มทีเอส
- เชื่อมต่อผ่านบลูทูธ 2.0 เอดจ์ คลาส 32 และไมโครยูเอสบี
- เพิ่มหน่วยความจำภายนอกแบบฮ็อตสแว็ป
- แบตเตอรี่ความจุสูง
- กล้อง 2 ล้านพิกเซล พร้อมกล้องวิดีโอความละเอียดสูง
- วิทยุเอฟเอ็ม
้
ข้อเสีย
- ใช้ไฟส่องด้านหลังร่วมกับกล้องวิดีโอไม่ได้
- กล้องหน้าใช้ถ่ายภาพไม่ได้
- น่าจะทำให้รองรับไตรแบนด์ ยูเอ็มทีเอส 850 / 900 / 2100 ไปเลย
|