MTEC A32 - เอ็มเทค
จอแสดงผลแบบทัชสกรีนแทบจะเป็นมาตรฐานใหม่ของมือถือโออีเอ็มไปซะแล้ว เรียกว่าถ้าคุณจ่ายเงิน 7 8 พันบาท ก็จะได้โทรศัพท์จอจิ้มมาเป็นเจ้าของอย่างไม่ยากเย็น แถมยังได้คุณสมบัติดีๆ ติดไม้ติดมือมาอีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็นลำโพงสุดอลังการ การเชื่อมต่อแบบไร้สาย ฯลฯ
สัดส่วนภายนอก
A32 อยู่ในเครือข่ายของมือถือจอสัมผัสเช่นเดียวกัน รุ่นนี้จะมีจอค่อนข้างใหญ่ และการแสดงผลไม่โดนบดบังจากปุ่มลัดตรงด้านล่างเหมือนที่เราเคยเห็น แถมแผงปุ่มกดจะมีปุ่มประหลาดเพิ่มขึ้นมาอีกด้วย อย่างเช่น ปุ่มลัดอัดเสียง ปุ่มลัดเครื่องเล่นเพลง และปุ่มเข้าโพรไฟล์ประหยัดพลังงาน
ข้างซ้ายมีทีเด็ดอยู่ตรงจ๊อก ไดอัลที่ทำงานได้ยอดเยี่ยมมาก ไม่ว่าจะเลื่อนขึ้น ลง หรือกดยืนยันก็ทำงานได้สะดวก เอาว่าช่วงที่ผมกดเล่นนี่แทบจะไม่อยากดึงปากกาสไตลัสออกมาใช้เลย อาศัยปุ่มอันนี้กับดัชนีประจำกายก็เข้าถึงเมนูต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วแล้ว ด้วยเหตุนี้ A32 จึงไม่มีปุ่มห้าทิศทางมาให้ใช้นั่นเอง
สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างอยู่ที่ด้านหลัง ซึ่งเป็นตำแหน่งของเลนส์กล้องและลำโพงขนาดใหญ่ เอ็มเท็คเป็นยี่ห้อที่การันตีเรื่องคุณภาพของลำโพงได้เลย เพราะไม่ว่าจะกี่รุ่นต่อกี่รุ่น ความดังและความสดใสของเสียงก็ทำได้เหนือเจ้าอื่น ทั้งที่เป็นมือถือโออีเอ็มเหมือนกันแท้ๆ ส่วนกล้องนี่ไม่มีกระจกหรือแฟลชติดมาให้อยู่ดี
สิ่งที่เหลืออยู่จะเป็นพอร์ตเสียบสายต่างๆ ที่อยู่ด้านล่าง ด้านขวาเป็นปุ่มปิดเปิดเครื่อง และเยื้องไปด้านล่างจะเป็นช่องเสียบสไตลัสที่ล็อคได้แน่นดี แถมตัวปากกาก็ยืดออกได้ในความยาวที่เหมาะสม ไม่เป็นอุปสรรคสำหรับพวกมือไม้ใหญ่อย่างกระผม โดยรวมการประกอบทำได้ดี เพียงแต่วัสดุยังไม่โดนก็แค่นั้น
ชำแหละเครื่องใน
จอที่ใหญ่มหาศาลของมัน ไม่ได้มีประโยชน์ในด้านมัลติมีเดียเพียงอย่างเดียว แต่ในเครื่องจะมีโปรแกรมอีบุ๊ค รีดเดอร์ที่เอาไว้อ่านไฟล์เอกสารอย่างทีเอ็กซ์ที (txt) ผมได้ลองดูแล้วปรากฏว่ามันอ่านภาษาไทยออก เพียงแต่ต้องแปลงโค้ดตัวหนังสือให้เป็นแบบยูนิโค้ดเสียก่อน ไม่งั้นเจอตัวเขียนจีนแน่
การเข้าถึงเมนูทำได้ดีเยี่ยม ไม่ว่าจะซอกซอยไหนก็ไม่พบอาการหน่วงซักนิดเดียว กระนั้นเอง ด้วยความที่มันเกิดมาเป็นไอ้หนุ่มซินตึ๊ง จึงทำให้รายการเมนูบางอันยังเป็นภาษาจีนอยู่ คาดว่าเครื่องขายจริงคงปรับปรุงให้ดีขึ้นแล้วล่ะ ส่วนที่อยากให้มีอีกเรื่องคือ ระบบสะกดคำภาษาไทยที่ยังขาดหายไป
โดยปกติแล้วโทรศัพท์โออีเอ็มหลายรุ่นมักจะมีตัวเลือกในโหมดกล้องวิดีโอว่าต้องถ่ายเป็นไฟล์ 3 จีพี หรือ เอ็มพี 4 อันที่จริงก็ถ่ายได้เป็นไฟล์แบบแรกเท่านั้น และสำหรับ A32 นี้ไม่มีให้เลือก แต่กลับได้ไฟล์ออกมาในรูปของเอ็มพี 4 เลย และความละเอียดยังไม่มาก ส่วนกล้องภาพนิ่งนั้นมีเรโซลูชั่นที่ 1.2 ล้านจุดแล้ว
หลายคนให้ความสำคัญกับบลูทูธพอสมควร ระยะหลังมือถือประเภทเดียวกันนี้รุ่นราคาประมาณ 8 พันบาทมักจะมีการเชื่อมต่อไร้สายแบบนี้มาให้แล้ว แถมมีโพรไฟล์เอทูดีติดมาให้ด้วย หรือหากคิดว่าใช้สายดาต้าดีกว่า ในกล่องเขาก็เตรียมมาให้พร้อม บวกกับจีพีอาร์เอสเข้าไปอีกหนึ่ง เรื่องพื้นฐานก็ถือว่าครบละ
หน่วยความจำกลางของ A32 จะไม่มีมาให้เลย เว้นแต่พื้นที่สำหรับเก็บเอ็มเอ็มเอส เอ็มเท็คต้องการให้เราใช้ไมโครเอสดีที่เขาแถมมามากกว่า ในกล่องคุณจะพบกับการ์ดขนาด 256 เมกะไบต์ ถ้าเปิดมาไม่เจอก็ล็อคคอคนขาย เอ้ย อย่าลืมทวงด้วยแล้วกัน ส่วนพื้นที่เมมโมรี่ส่วนอื่นก็คงเป็นพวกการเก็บเบอร์โทรศัพท์ 500 รายการ และเอสเอ็มเอสอีก 200 รายการ
กูรูฟันธง
มือถือจอสัมผัสพวกนี้เอาไปใช้ข้างนอก เผลอๆ คนที่ไม่ค่อยรู้เขาจะนึกว่าเราใช้พวกพีดีเออยู่นะ แบบนี้ก็ดูแล้วเท่ไปอีกแบบ ส่วนเรื่องฟังก์ชั่นก็สาธยายไปจนหมดแล้ว ทั้งในส่วนของตารางสเป็กและเนื้อหาด้านบน ถ้าคุณต้องการโทรศัพท์ที่ตอบสนองเรื่องมัลติมีเดียได้ดีพอตัว ลำโพงแจ่มใส มีการเชื่อมต่อที่ดี มีจอขนาดมหึมา พร้อมทั้งราคาไม่เกินเจ็ดพันบาท ก็ต้องนึกถึง A32 จากเอ็มเท็คไว้ก่อนเลย
ข้อดี
- จอ 2.8 นิ้วแบบทัชสกรีนแสดงผลได้สวยงาม
- มีโปรแกรมอ่านไฟล์ทีเอ็กซ์ทีจากโน้ตแพด
- กล้องวิดีโอบันทึกเป็นไฟล์เอ็มพี 4
- เพิ่มหน่วยความจำได้จากไมโครเอสดี การ์ด
- ต่อเชื่อมกับอุปกรณ์ภายนอกด้วยบลูทูธ (เอทูดีพี)
- สุดยอดลำโพงส่งเสียงดังกระหึ่ม
ข้อเสีย
- ไม่มีระบบสะกดคำภาษาไทยในการป้อนข้อมูล
- ไม่มีหน่วยความจำกลางในตัวเครื่องเลย
- ไม่มีโปรแกรมสำหรับจดโน้ต
- ช่องเสียบการ์ดอยู่ด้านใน (หลังแบตเตอรี่)
|