Motorola SLVR L6 Pink - โมโตโรล่า
สัดส่วนภายนอก
กลับมาอีกครั้งในรูปแบบของสีชมพู หลังจากที่ปล่อยให้เจ้า เรเซอร์ วี 3 หวานแหววไปครั้งหนึ่งแล้ว องค์ประกอบทั้งหมดยังคงเหมือนเดิมทั้งหมดยกเว้นสีของตัวเครื่อง แต่ผมจะนำมาเสนอให้คุณได้ชมกันอีกครั้ง เพื่อทบทวนความจำแล้วกันครับ
จุดเด่นของรุ่นยังคงอยู่ที่ความบางเพียง 11 มิลลิเมตร ซึ่งนั่นเป็นเพียงตัวเลขที่บอกเอาไว้ในเว็บไซต์ของผู้ผลิต แต่จากการที่ผมเอาไม้บรรทัดลองวัดดูเองพบว่ามันมีตัวเลขไม่เกิน 9 มิลลิเมตรเท่านั้น นอกจากนี้แล้ว วัสดุตัวเครื่องยังมีบางส่วนที่เป็นโลหะด้วย เพิ่มความคงทนให้กับตัวเครื่องอย่างเห็นได้ชัด
ในส่วนหน้าเยื้องไปทางซ้าย เราจะเห็นว่ามีจุดขาวๆ เล็กๆ อยู่จุดหนึ่ง โดยจุดนี้เองเป็นเซ็นเซอร์ที่ใช้รับแสงภายนอก เครื่องจังรู้ว่าตัวมันเองกำลังอยู่ในที่สว่างหรือมืด เพื่อควบคุมการเปิดปิดไฟที่ปุ่มกดนั่นเอง นี่ถือเป็นการประหยัดพลังงานได้อีกวิธี
ปุ่มกดที่แบนเรียบไปกับตัวเครื่องนั้นแลดูสวยงาม ติดตรงปุ่มตัวเลขที่อยู่ชิดติดกันพอสมควร พวกนิ้วใหญ่นี่ปวดหัวกันเป็นแถบ นอกนั้นถือว่าปกติเพราะถึงแม้จะขาดมิติ ขาดความนูนไปบ้าง แต่ว่าปุ่มมีขนาดใหญ่กว่าเลยไม่เกิดปัญหาที่ว่าอีกครั้งครับ
ด้านหลังที่มีพื้นที่อยู่มากมาย ทว่ากลับดูเรียบแบบคลาสสิก ไม่มีส่วนประกอบที่รกรุงรัง ด้านบนเป็นเลนส์กล้องโดดออกมาเลย ซึ่งตรงนี้เองเป็นส่วนของฝาหลังที่เป็นโลหะด้วย ก่อนจะแกะออกมาต้องกดที่ตัวล็อคตรงหัวเครื่องก่อน ต่ำลงไปจนสุดจะเป็นลำโพงที่ใช้ได้หลากหลาย ทั้งการเล่นเสียงเรียกเข้า การใช้เป็นสปีกเกอร์โฟนเพื่อให้คุยแบบไม่ต้องถือโทรศัพท์ได้
ชำแหละเครื่องใน
แน่นอนว่าโทรศัพท์สีแบบนี้คงไม่มีผู้ชายแท้ที่ไหนซื้อไปใช้หรอกมั้งครับ อย่างไรก็ดี ฟังก์ชั่นโดยทั่วไปก็ไม่ได้แบ่งแยกเพศสักหน่อย จุดเด่นของมันยังคงเป็นกล้องสามแสนพิกเซล ผมชอบที่มันปรับโทนสีของภาพให้ดูหลากหลายได้ เหมือนกับการเอาฟิลเตอร์ในโฟโต้ช็อปไปซ้อนนั่นแหละ อีกประการนึงคือ ที่โหมดรอถ่ายภาพนั้น จะมีตัวเลขบอกความจุของภาพที่เหลือไว้เลย เราจึงรู้สถานะของเมมโมรี่อยู่ตลอดเวลาครับ
หน่วยความจำของรุ่นนี้เพิ่มไม่ได้เหมือนกับ แอล 7 แต่ในเครื่องมีอยู่แล้วที่ประมาณ 11 เมกะไบต์ ซึ่งอาจจะไม่พอสำหรับคนที่จะโหลดเพลงลงมาฟัง หรือบ้าพลังชอบเก็บภาพเยอะๆ ส่วนตัวผมเองแล้วถ้าคอยจัดการเอาไฟล์เข้าออกให้เหมาะสม เมมโมรี่เท่านี้ก็น่าจะเพียงพอนะ
การเอาไฟล์เข้าออกทำได้ 2 ทางด้วยกัน คือแบบไร้สายด้วยบลูทูธและแบบมีสายผ่านสายดาต้าแบบมินิยูเอสบี พอร์ท ซึ่งใครที่ไม่สะดวกทางใดทางหนึ่งหรือทั้งสองทาง ก็ยังมีตัวเลือกสุดท้ายอย่างจีพีอาร์เอสมาให้ด้วย ผู้ใช้จึงสามารถโหลดภาพและเพลงจากหน้าหนังสือผ่านเครือข่ายได้เช่นกัน แต่อาจจะติดขัดเรื่องการโอนไฟล์ออกนิดหน่อย
เสียงเรียกเข้าที่เป็นเอ็มพีสามฟังแล้วดังเหลือเชื่อ ผมเห็นว่าลำโพงที่อยู่ด้านหลังจะโดนบดบังคลื่นเสียงไปพอสมควร แต่นั่นเป็นเพียงการบอกด้วยสายตาเท่านั้น เมื่อเพลงดังขึ้นขณะที่วางอยู่บนพื้นเรียบบนโต๊ะ ระดับของเสียงไม่ได้ลดลงเลย ถือว่าน่าชมเชยครับ ส่วนหน้าจอที่ใช้เอสทีเอ็นมาเป็นต้นแบบถือว่าสวยงามพอตัว โดยรุ่นนี้จะมีความละเอียดที่ 128 x 160 พิกเซลครับ
กูรูฟันธง
น่าอิจฉาไม่น้อยที่คุณผู้หญิงจะมีโทรศัพท์สวยๆ งามๆ มาให้เลือกเพิ่มขึ้นอีกรุ่นแล้ว แอล 6 พิ้งค์จะเหมาะมากกับท่านที่ชอบพกของเสียเต็มกระเป๋าจนแทบไม่เหลือที่ว่างให้โทรศัพท์มือถือ ด้วยรุ่นนี้ที่มีความบางเฉียบสามารถเสียบแทรกลงไปในสัมภาระของท่านได้แบบไม่เปลืองเนื้อที่ หรือถ้าเป็นสาวมั่นๆ หน่อยที่ชอบใส่ยีนส์ก็เสียบไว้ที่กระเป๋าหลังได้เหมือนกัน เพียงแต่อย่าไปเผลอนั่งทับล่ะ หักขึ้นมาก็ตัวใครตัวมันเน้อ
ข้อดี
- ตัวเครื่องมีความบาง
- ส่วนประกอบที่มีโลหะทำให้แข็งแรงขึ้น
- กล้องดิจิตอล 3 แสนพิกเซล
- มีเซ็นเซอร์รับแสงเพื่อใช้เปิดปิดไฟของปุ่มกด
- มีบลูทูธเพื่อการเชื่อมต่อ
- ลำโพงที่เปล่งเสียงได้ดังดีเหลือเกิน
ข้อเสีย
- บันทึกวิดีโอได้เพียงระยะเวลาสั้นๆ
- อัดเสียงก็อัดได้รายการละนิดเดียว
- ปุ่มกดตัวเลขใช้งานได้ไม่ถนัดนัก
- จอแสดงผลยังเป็นแบบเอสทีเอ็น
|