Motorola ROKR E8 - โมโตโรล่า
สัดส่วนภายนอก
ถ้าเปรียบโทรศัพท์ในตระกูลร็อคเกอร์ของโมโตโรล่ากับยี่ห้อโนเกีย ก็น่าจะทัดเทียมเอ็กซ์เพรส มิวสิคสุดทันสมัย หรือวอล์คแมนขาใหญ่จากค่ายโซนี่ อีริคสัน โดยเจ้าร็อคเกอร์ถือว่าได้รับความนิยมจากผู้ใช้พอสมควร อีกทั้งราคาไม่แพงมาก และด้วยความที่มีเอกลักษณ์เฉพาะอย่างรูเสียบหูฟัง 3.5 มิลฯ ทำให้นักฟังเพลงสามารถที่จะเลือกเปลี่ยนหูฟังได้ตามใจชอบ แน่นอนว่า E8 ล่าสุดตัวนี้ก็มีรูขนาดเท่าเดิมมาให้บนหัว แต่นั่นยังไม่โดดเด่นเท่ากับเรื่องที่ผมจะเอามาเล่าในพื้นที่ตรงนี้ครับ
กระจกด้านหน้าไล่ลงมาตั้งแต่จอแสดงผลยันปุ่มกดนั่นไม่ได้ทำมาจากแก้ว หากเป็นไปได้ ผมแนะนำให้หาแผ่นกันรอยมาแปะไว้หน่อยก็ดี เพราะเราต้องสัมผัสโดนแทบทุกส่วน และจะบอกว่าปุ่มนี้เป็นปุ่มสัมผัสซะทีเดียวเลยไม่ได้ เพราะเราต้องออกแรงกดลงไปเล็กน้อย เมื่อกดติด ตัวเครื่องจะสั่นเหมือนกับ U900
อย่างไรก็ดี การใช้งานของมันจะแตกต่างออกไปตามแต่เมนูที่ทำงานอยู่ ถ้าเป็นโทรศัพท์ แบ็คไลท์จะแสดงออกมาเป็นตัวเลข หากฟังเพลงอยู่ ปุ่มกดจะเป็นตัวควบคุมเครื่องเล่น หรือในโหมดกล้องก็จะเป็นปุ่มซูม และปุ่มอื่นๆ อีกเช่นกัน เห็นเป็นไฟเรืองแสงออกมาแบบนี้ ผมได้ทดลองเอาไปใช้กลางแดดเปรี้ยงๆ ตอนหน้าร้อน มันกลับไม่สะทกสะท้าน ดันแสดงตัวอักษรและสัญลักษณ์ทุกตัวออกมาได้อย่างชัดเจน ยังไม่หมดเท่านี้นะครับ เห็นแถบวงกลมที่อยู่รอบปุ่มห้าทิศทางหรือเปล่า นั่นคือทีเด็ดของ E8 โดยทางโมโตฯ เรียกมันว่าปุ่ม ฟาสต์สกรอลล์ (FastScroll) หน้าที่ของมันไม่ต่างจากคลิกวีลของไอพอด ที่ใช้เลื่อนเคอร์เซอร์ในเมนูได้ทุกส่วน และมันก็ตอบสนองต่อนิ้วของเราได้ดีไม่ใช่เล่นเลยล่ะ
นอกนั้นด้านซ้ายมีปุ่มชัตเตอร์ ปุ่มปรับเสียงที่ใช้เปลี่ยนโพรไฟล์ได้ และรูร้อยสาย ด้านขวาเป็นปุ่มเลื่อน เมื่อเลื่อนขึ้นจะเป็นการล็อคปุ่ม หากเลื่อนลงค้างเอาไว้จะเป็นการสั่งเปิดและปิดเครื่อง บวกกับไมโครยูเอสบี พอร์ตที่อยู่เหนือขึ้นไป ฝาหลังยังคงเป็นสเตนเลส สตีลเคลือบผิวยางที่เจาะรูไว้ให้เลนส์กล้องโผล่ออกมา ในขณะที่ลำโพงอยู่ด้านล่างสุด ส่วนสล็อตใส่เมมโมรี่การ์ดไม่ได้หายไป ของรุ่นนี้ดันอยู่ข้างในกับซิมการ์ดแฮะ
ชำแหละเครื่องใน
หน้าจอแบบไวด์สกรีนของรุ่นนี้แสดงเมนูหลักไม่เหมือนกับโมโตโรล่ารุ่นก่อนหน้าเลย ถ้าได้ลองเล่นจะรู้สึกว่ามันจัดหมวดหมู่มาไม่ดี แต่ก็แก้ด้วยการให้เราเปลี่ยนตำแหน่งของเมนูเองได้ เมื่อมองในภาพรวมแล้วใช้งานไม่ยาก ติดตรงที่บางเมนูยังหน่วงอยู่บ้าง อันนี้คงต้องใจเย็นกันนิดนึง
ผมชอบโปรแกรมดูภาพของรุ่นนี้มาก เพราะมันทำงานกับปุ่มโหมดชิฟต์ (ModeShift) ได้อย่างลงตัว อย่างเวลาเราจะซูมดูส่วนต่างๆ ของภาพก็กดได้ง่าย และปุ่มนี้ใช้งานในโหมดถ่ายภาพได้เช่นกัน พูดถึงเรื่องกล้อง E8 มีกล้อง 2 เมกะพิกเซล ผนวกกับกล้องวิดีโอระดับคิวซีไอเอฟ หากพูดกันถึงเรื่องคุณสมบัติเพียวๆ ยังถือว่าไม่เด่น มองในแง่ดีคือมันเป็นมือถือฟังเพลง เรื่องกล้องเลยอาจไม่เก่งนัก หรือมองในแง่ร้ายก็อาจบอกได้ว่าโทรศัพท์สมัยนี้ต้องครบเครื่อง อย่างนี้ก็ซวยไป กระนั้นก็ดี ร็อคเกอร์ยังมีวิทยุเอฟเอ็มที่ระบุคลื่นเป็นทศนิยมสองตำแหน่งได้ มีเครื่องเล่นเพลงที่ทำงานได้ครบเครื่อง ยกเว้นการปรับอีคิวแบบคัสตอม รวมถึงเครื่องเล่นวิดีโอที่เปิดไฟล์ปุ๊บเห็นเต็มจอปั๊บ และซองไอดี (SongID) ที่หาข้อมูลเพลงได้เหมือนแทร็คไอดีเลย
เพื่อไม่ให้เสียชื่อ ผู้ผลิตจากสหรัฐฯ จึงเอาใจชาวร็อคเกอร์ แร็ปเปอร์ และนักฟังกลุ่มอื่นด้วยการยัดแฟลช เมมโมรี่มาให้กับ E8 ถึง 2 กิกะไบต์ ถ้าคิดว่ายังไม่หนำใจก็ซื้อไมโครเอสดี 4 กิกะไบต์มาเติมได้ รวมกันแล้วเกือบเท่าไอโฟนรุ่น 8 กิกะไบต์ ฟังเพลงแบบนอนสต็อปจากสุไหงโกลกยันแม่สายโน่นเลย
เรื่องการเชื่อมต่อทำได้น่าประทับใจไม่น้อยเช่นกัน เราจะเห็นเอดจ์ บลูทูธที่รองรับหูฟังสเตอริโอ และพอร์ตไมโครยูเอสบีในรุ่นนี้ จัดได้ว่าเข้ากับการใช้งานของผู้ใช้ในชั่วโมงนี้ได้มากที่สุด อย่างเอดจ์นี่ขาดไม่ได้เลยชั่วโมงนี้ ไมโครยูเอสบีก็เอามาใช้ในโนเกียและหูฟังบลูทูธหลายรุ่นแล้ว
กูรูฟันธง
ผมมองว่าปุ่มกดแบบแปลกๆ ของรุ่นนี้ไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่ที่เอามาเป็นของเล่นนะ มันใช้งานได้จริง ไม่เหมือนพวกเซ็นเซอร์ในเครื่องที่โบกไม้โบกมือหรือคว่ำเครื่องเพื่อปิดเสียงเรียกเข้า ROZR E8 ก็เลยได้คะแนนทั้งในเรื่องนวัตกรรม การดีไซน์ และการใช้งานสูสีกันมากในแต่ละด้าน ถ้าคุณคืออีกคนที่เกลียดความจำเจ โมโตโรล่าพร้อมให้คุณสร้างแนวทางของตัวเองได้แล้วครับ
ข้อดี
- ปุ่มแบบโหมดชิฟต์ที่ทำงานได้หลากหลาย และใช้งานได้จริง
- ปุ่มฟาสต์สกรอลล์ใช้เลื่อนเพื่อเลือกเพลงจำนวนมากได้อย่างสะดวก
- หน่วยความจำในตัว 2 กิกะไบต์ เพิ่มได้อีก 4 กิกะไบต์
- รองรับหูฟังที่เป็นแจ็ค 3.5 ม.ม. และมีโปรแกรมซองไอดี (SongID)
- วิทยุเอฟเอ็มสามารถจูนคลื่นที่เป็นทิศนิยมสองตำแหน่งได้
- ตัวเครื่องแข็งแรง และมีโลหะเป็นส่วนประกอบ
- ลำโพงสนทนาให้เสียงแน่นและดังมาก
- กล้องดิจิตอล 2 ล้านพิกเซล พร้อมการถ่ายวิดีโอแบบไม่จำกัดเวลา
ข้อเสีย
- เมนูยังหน่วงอยู่บ้าง
- กระจกหน้าจอและปุ่มกดไม่ได้เป็นแก้ว อาจเป็นเพราะเหตุผลทางด้านการใช้งาน
- จอแสดงผลค่อนข้างเล็ก
- ปรับอีควอไลเซอร์แบบคัสตอมไม่ได้ (เป็นมิวสิคโฟนแท้ๆ)
- ช่องเสียบการ์ดอยู่ด้านใน (เป็นมิวสิคโฟนแท้ๆ)
|