Motorola RAZR Maxx V6 Ferrari Challenge - โมโตโรล่า
จะมีมือถือตัวไหนชื่อยาวกว่านี้อีกไหมเนี่ย เดิมทีเจ้า V6 ก็มีทั้งเรเซอร์ ทั้งแมกซ์พ่วงมาเต็มไปหมดอยู่แล้ว และนี่เป็นลิมิเต็ด เอดิชั่นที่ทำออกมาให้เฟอร์รารี่โดยเฉพาะ ชื่อเต็มของมันเลยยาวเฟ้ยเหมือนสันหลังของกระผม แต่กระนั้นเมื่อดูฟังก์ชั่นด้านใน เราจะพบว่ามันคือ V6 ดีๆ นี่แหละ
สัดส่วนภายนอก
ด้านหน้ามีโลโก้ม้าลำพองที่กำลังซ่าสุดๆ บ่งบอกถึงความเป็นเฟอร์รารี่อย่างชัดเจน พื้นผิวในส่วนนี้ทั้งหมดเป็นกระจกแข็งที่กันรอยได้ดีพอสมควร มองให้ลึกลงไปจะพบกับจอแสดงผลขนาดเล็กที่โชว์สถานะของเครื่องได้มากมาย รวมถึงใช้เป็นช่องมองภาพในโหมดถ่ายรูปได้ด้วย และที่ขาดไม่ได้เลยคือปุ่มกดแบบสัมผัสสามปุ่มเหมือนกับของ V8 พอเราเปิดเพลงเล่นเมื่อไหร่ ไฟแบ็คไลท์จะติดขึ้นมาพร้อมทำงานทันที นอกจากนี้ เลนส์กล้องด้านหน้ายังอยู่คู่กับไฟส่องที่ใช้ได้ทั้งในโหมดถ่ายภาพนิ่งและวิดีโอ และความงามที่เกิดขึ้นเมื่อยามมีสายเข้าคือ ไฟเอฟเฟ็คที่ขนาบข้างกระจกหน้า เช่นเดียวกับโลโก้ตัวเอ็มของโมโตฯ นั่นเอง
 |
ด้านข้างทั้งสองฝั่งประกอบไปด้วยปุ่มปรับเสียงที่ใช้ในการเคลื่อนตัวในเมนูที่จอด้านนอกได้ และยังมีปุ่มลัดเข้าโหมดกล้องภาพนิ่งหนึ่งปุ่ม และอีกหนึ่งตุ่มจะเป็นการลัดเข้าโหมดกล้องวิดีโอ เมื่อพลิกมาด้านหลัง เราจะเจอเลนส์กล้องอีกชิ้น ซึ่งเลนส์นี้เป็นเลนส์รองนะครับ พอเปิดฝามันจะพลิกไปอยู่ที่ด้านหน้าเอง โดยจะไม่มีแฟลชซ้ำมาให้ เพราะจุดประสงค์ที่แท้จริงน่าจะเป็นเรื่องวิดีโอ คอลล์มากกว่า ต่ำลงมาเป็นฝาครอบแบตที่มีตัวล็อคอย่างดี พร้อมทั้งลำโพงที่อยู่ด้านล่างสุด อย่างไรก็ตาม โครงสร้างของ V6 นั้นยังเป็นโลหะเช่นเคย แต่มีบางส่วนที่เป็นผิวยางหนืดๆ และอีกนิดนึงที่เป็นพลาสติก ดูแล้วแข็งแรงตามสไตล์เจ้าเรเซอร์
ชำแหละเครื่องใน
บอกตามตรงเมื่อแรกเห็น ผมไม่ได้มีอาการกระเหี้ยนกระหือรือชอบมันเลย แต่พอได้เล่นไปชักจะติดใจ เนื่องด้วยการเคลื่อนตัวในเมนูทำได้เร็วมาก เรียกว่าไม่แพ้ซัมซุงแม้แต่นิดเดียว แถมจัดวางเมนูไว้ให้เข้าใจได้ง่าย อันเนื่องมาจากใช้ระบบปฏิบัติการลีนุกซ์เหมือนรุ่นหลังๆ นี่แหละ
กล้องดิจิตอลเป็นอีกจุดขายนึงที่ต้องพูดถึง ไม่เพียงแต่มันจะใช้เลนส์และจอทั้งสองในการถ่ายภาพได้เท่านั้น ถ้าว่ากันด้วยเรื่องคุณภาพอย่างเดียว ผมว่า V6 เป็นหนึ่งในรุ่นที่ไม่มีออโต้ โฟกัส และถ่ายภาพนิ่งได้ดีที่สุด เพราะภาพจะไม่ฟุ้ง รายละเอียดในส่วนสว่างมีความชัดเจนพอสมควร สีสันก็สดใสไม่โอเวอร์ อีกทั้งการถ่ายในที่แสงน้อยยังทำได้ดีกว่าหลายรุ่นโดยที่ไม่ต้องเปิดไนท์โหมดเลย กระนั้นเอง ภาพเคลื่อนไหวแม้จะถูกบันทึกได้นานเท่าที่เราต้องการ แต่ความละเอียดยังน้อย และดูแล้วเฟรมไม่ค่อยจะปะติดปะต่อเท่าไหร่นัก
ถ้าดูจากพอร์ตการเชื่อมต่อ พบว่า V6 ยังเลือกมินิยูเอสบีมาทำหน้าที่กับสายดาต้าแทนที่จะเป็นไมโครยูเอสบี นี่ก็หมายความว่าเจ้าแมกซ์ยังความเป็นอนุรักษ์นิยมอยู่ แต่ก็ดีที่ไม่ต้องหาสายกันให้วุ่นวาย นอกจากนั้น บลูทูธที่ติดตั้งมายังรับส่งไฟล์ได้อย่างรวดเร็ว น่าจะเพราะว่าเป็นเวอร์ชั่นใหม่ ส่วนไอ้พวก 3 จีทั้งหลายนั่นไม่มีอะไรให้พูดถึง เพราะเรายังคลานต้วมเตี้ยมกันอยู่แถว 2.75 จีอยู่เลย
สิ่งที่ทำให้เกิดความแตกต่างระหว่างรุ่นเฟอร์รารี่กับตัวแมกซ์ธรรมดามีเพียงคอนเท้นท์เท่านั้น อย่างตอนเปิดเครื่องมาเราจะได้ยินเสียงคำรามของเครื่องแปดสูบดังฟ้าววววว จอด้านนอกจะมีเครื่องยนต์ตั้งตระหง่านอยู่ ส่วนวอลเปเปอร์ภายในจะเป็นรูปเฟอร์รารี่ เอฟ 430 อันสวยงาม พร้อมรูปขณะแข่งโทรฟีโอ พิเรลลี่อยู่ด้วย แต่สิ่งที่น่าแปลกคือ ผมไม่เห็นเสียงริงโทนที่เกี่ยวกับรถความเร็วสูงจากอิตาลีอยู่เลยนะ
กูรูฟันธง
ถ้าลองเขียนส่วนที่ผมชอบในตัวของ V6 ออกมา เห็นได้เลยว่ามีไม่น้อยเลยทีเดียว ผมชอบกล้องภาพนิ่งที่ถ่ายในที่แสงน้อยได้ดีมาก ชอบเสียงจากลำโพงสนทนาที่ดังระเบิดระเบ้อ ชอบเมนูที่รวดเร็วเหมือนเฟอร์รารี่ก็ไม่ปาน และแน่นอนว่าอีกเรื่องต้องเป็นตัวเครื่องที่บึกบึนกว่า V8 เยอะ จับแล้วมันเต็มไม้เต็มมือดี เลยดูเหมือนว่าแมกซ์จะเหมาะกับผู้ชายมากกว่า แต่นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญเท่ากับราคาของมันที่น่าจะไม่ถูกกว่า V8 เลย แต่ฟังก์ชั่นที่เกินมาสำหรับ 3 จีนี่สิ จะเอาไปเก็บไว้ไหน
ข้อดี
- โครงสร้างที่เป็นโลหะและกระจก
- กล้อง 2 เมกะพิกเซลถ่ายภาพได้คมชัดทั้งในที่สว่างและมืด
- ระบบปฏิบัติการลีนุกซ์ทำงานได้รวดเร็วมากๆ
- เสียงจากลำโพงสนทนาที่ดังชัดเจน
- จอแสดงผลคิววีจีเอที่สวยงาม
- มีปุ่มแบบสัมผัสที่ฝาพับชิ้นนอกสำหรับควบคุมเพลง
- มีทั้งเอดจ์ บลูทูธ และเอชเอสดีพีเอ
ข้อเสีย
- กล้องวิดีโอความละเอียดต่ำ
- จอด้านนอกเล็กไปหน่อย
- อัดเสียงระหว่างสนทนาไม่ได้
|