Motorola RAZR2 V8 Luxury Edition - โมโตโรล่า
นอกจากเราจะมี N81 ในเวอร์ชั่นปรับปรุงหน่วยความจำแล้ว V8 ในแบบฉบับที่เพิ่มความหรูหราก็มาอยู่ในเล่มนี้เหมือนกัน ราคา ณ ปัจจุบันของ V8 ตัวธรรมดา ตอนนี้ยังคงอยู่ที่หมื่นเศษ แต่สำหรับรุ่นสีทองนี่ต้องเพิ่มเงินอีกหมื่นถ้วน ถ้าอีกหน่อยไม่ลดราคากันกระหน่ำเหมือน V3i และ K1 Gold แล้วมีเงินเหลือแบบเย็นๆ ก็น่าซื้อเก็บไว้เหมือนกัน
สัดส่วนภายนอก
โมโตโรล่าเองระบุว่าขอบสีทองบนตัวเครื่องด้านหน้าทำมาจากทอง 18 เค (ไม่ใช่กรอบทั้งชิ้นของฝาพับส่วนล่าง) ซึ่งหมายถึงเนื้อทอง 75 เปอร์เซ็นต์ บวกกับส่วนประกอบอื่นอีกนิดหน่อยเพื่อให้มันแข็งตัวพอที่จะนำมาจัดรูปทรงได้ นี่ยังมีโลโก้ด้านหลังรูปตัวเอ็มของโมโตโรล่าเองที่เขาบอกว่าเป็นทอง 24 เค หรือทองคำบริสุทธิ์ 99.99 100 เปอร์เซ็นต์ ตรงนี้ผมเองก็ไม่แน่ใจว่าเป็นการเคลือบเฉยๆ หรือเปล่า และก็ไม่ได้เชี่ยวชาญด้านนี้เสียด้วยสิ เอาเป็นว่าต้องไปลองดูด้วยตากันเองล่ะครับ แต่อย่าไปขูดหรือเอาไฟไปเผาเครื่องเขานะ โดนล็อคคอส่งตำรวจแน่ ฮา...
ด้านหลังตรงที่เป็นฝาครอบแบตเตอรี่ เดิมทีเป็นสเตนเลส สตีลเคลือบผิวยางเรียบๆ ถ้าเอามาใส่ในรุ่นนี้คงจะดูไม่ค่อยโก้เก๋ไฮโซเท่าไหร่นัก เขาจึงกรีดรอยให้เหมือนหนังงู ดูแล้วน่ากลัวชะมัด เชื่อว่าหลายคนคงชอบเพราะมันแปลกตา อย่างไรก็ตาม วัตถุประสงค์ของการใช้งานก็คงเพื่อให้จับได้อย่างไม่ลื่นมืออยู่ดี
นอกนั้น ส่วนประกอบอื่นๆ ยังคงเหมือนเดิม อย่างจอด้านหน้าขนาดใหญ่ที่มีปุ่มแบบสัมผัสอยู่ด้านล่าง มีพอร์ตไมโครยูเอสบีเหมือนกับโนเกียรุ่นใหม่หลายรุ่น มีปุ่มมาย มีเดียเพื่อลัดเข้าสู่คอนเท้นท์ในเครื่องอย่างรวดเร็วและใช้ล็อคปุ่มขณะฝาปิดอยู่ด้วย ส่วนไอ้ปุ่มฝั่งขวานั่นใช้สั่งงานด้วยเสียงอย่างเดียวเลย
ชำแหละเครื่องใน
ความแตกต่างระหว่าง V8 รุ่นเก่ากับรุ่นใหม่ในด้านฟังก์ชั่นมีเพียงสองเรื่องที่ผมสังเกตได้ หนึ่งคือวอลเปเปอร์และธีมอันเป็นเอกลักษณ์ของรุ่น โดยโทนสีจะออกน้ำตาลทองๆ ซึ่งมีอยู่หลายอัน คงทำออกมาเพื่อให้เข้ากับหน้ากากสุดหรูของมันนั่นแหละ อย่างที่สองคือ หน่วยความจำขนาด 2 กิกะไบต์ที่มากกว่ารุ่นเดิมหลายเท่าตัว หรือเพราะเหตุนี้เองที่ทำให้โมโตโรล่าประเทศไทยไม่เอา V8 ตัว 2 กิ๊กเข้ามาขาย เพราะคงกั๊กเอาไว้ให้มือถือสีทองตัวนี้ คนซื้อจะได้รู้สึกว่ามันพิเศษกว่ายังไงล่ะ (ผมเดาเอานะ)
นอกนั้นผมไม่รู้จะไปขุดอะไรมาพูดแล้ว เพราะคุณสมบัติเหมือนเดิมหมดทุกอย่าง เอาเป็นว่าเดี๋ยวผมเล่าสิ่งที่ผมชอบให้ฟังแทนแล้วกัน อย่างจอด้านหน้าก็มีลูกเล่นเยอะดี ปกติแล้วโทรศัพท์ฝาพับทั่วไป เวลาเราจะอ่านข้อความหรือเปลี่ยนเพลงที่เล่นอยู่ ก็ต้องเปิดฝาไปใช้ข้างใน นี่เรากดเปลี่ยนได้จากจอด้านนอกเลย หรือจะเปลี่ยนโพรไฟล์จากปุ่มปรับเสียงข้างๆ ก็ได้ แถมจออันนี้ใช้ถ่ายรูปตัวเองได้แบบตรงเป๊ะ
ล้องดูเหมือนจะไม่ใช่จุดขายของโมโตฯ มาแต่ไหนแต่ไร เพราะคุณภาพยังไม่ดีเทียบเท่ายี่ห้ออื่น แต่อย่างไรก็ตาม V8 ยังสนับสนุนการถ่ายภาพที่ 2 ล้านพิกเซล และถ่ายวิดีโอในระดับคิวซีไอเอฟ (176 x 144 พิกเซล) ลูกเล่นไม่ค่อยมีอะไรมาก แค่พอถ่ายรูปพ่อแม่ เพื่อน หรือแฟนเก็บไว้ดูยามคิดถึงก็โอเคแล้ว
พื้นเพเดิมมันยังคือโทรศัพท์มือถือราคาหมื่นต้นๆ เพราะฉะนั้น เราคงไม่ได้เห็นฟังก์ชั่นอันสุดยอด อย่างไรโมโตฯ เขาก็ใส่ซีพียูแรงจัดมาให้ ระบบคริสตัลทอล์คสำหรับสนทนาในที่ที่เสียงดัง มีเอดจ์ บลูทูธ และไมโครยูเอสบีพร้อม เบราเซอร์ก็เจ๋งเพราะติดตั้งของโอเปร่ามาให้เลย ใครอยากรู้ว่ามีอะไรมากกว่านี้ไหม ลองไปอ่านรีวิวใหญ่ในเว็บไซต์ของว้อท โฟนได้เลยครับ
กูรูฟันธง
ถ้าใช้ความรู้สึกล้วนๆ เปรียบเทียบกันระหว่าง V8 Luxury Edition กับ 8600 Luna ที่ราคาไม่ห่างกันเท่าไหร่นัก คุณผู้อ่านคิดว่ารุ่นไหนให้ความหรูหราได้มากกว่ากันครับ ใจผมยังบอกโนเกีย แต่หลายคนอาจว่าโมโตโรล่า ซึ่งผมตัดสินอะไรไม่ได้หรอกครับ เพียงแต่ต้องภาวนาว่าเจ้าของผลิตภัณฑ์ต้องรักษาราคานี้ไว้ให้นานตลอดไป ไม่ใช่ผ่านไปครึ่งปีแล้วหั่นราคาลงครึ่งนึง แล้วทีนี้จะเอาอะไรไปหรูล่ะ จริงไหม
ข้อดี
- ใช้แล้วดูสวยดูหล่อขึ้นเพราะความหรูหราแท้ๆ
- จอด้านหน้าสารพัดประโยชน์
- หน่วยความจำขนาดใหญ่ 2 กิกะไบต์
- กล้องดิจิตอล 2 ล้านพิกเซล
- รองรับเอดจ์ บลูทูธ และไมโครยูเอสบี
- ใช้ทองคำแท้เป็นขอบของฝาหน้าบางส่วน
- ระบบคริสตัล ทอล์คที่ช่วยตัดเสียงรบกวนได้
- ซีพียู 500 เมกะเฮิร์ตซ์
- เบราเซอร์ตัวใหญ่จากโอเปร่า ไม่ใช่มินิที่โหลดกันเองนะ
- การประกอบและวัสดุที่ยังเป็นที่พูดถึงเสมอ
ข้อเสีย
- เครื่องเล่นเพลงปรับอีควอไลเซอร์ไม่ได้
- เพิ่มหน่วยความจำไม่ได้
- แบตเตอรี่ความจุน้อย หมดไวจัง
- คุณภาพของรูปถ่ายและวิดีโอยังไม่ดีเลย
- ไม่มีวิทยุเอฟเอ็ม
|