Miso S78 - มิโซ
จากที่เคยเป็นยี่ห้อใหม่ในตลาดเมืองไทย จวบจนวันนี้ถือว่ามิโซน่าจะมั่นคงขึ้นกว่าเดิมเยอะ สังเกตได้จากจำนวนรุ่นที่นำออกมาขายมีไม่แพ้ยี่ห้อไหนเลย ตัวล่าสุดที่เราได้มาคือ S78 มือถือในค่ายอีกตัวที่มีฟังก์ชั่นพื้นฐานครบครัน แต่ช้าก่อน เดี๋ยวค่อยไปดูกันในส่วนของการชำแหละเช่นเคย
สัดส่วนภายนอก
มองไปรอบเครื่อง ผมสงสัยอยู่จุดเดียวว่าปุ่มทางขวานั่นคืออะไร จะว่าชัตเตอร์ก็ไม่น่า เพราะมันอยู่สูงเหลือเกิน อีกทั้งโทรศัพท์พวกนี้มักจะใช้งานโหมดถ่ายภาพในแนวตั้ง ปุ่มกดสำหรับถ่ายรูปจึงไม่ค่อยจำเป็นเท่าไหร่ ใช้ปุ่มยืนยันตรงกลางแทนได้ ว่าแล้วก็ลองกดดูซะเลย หวังว่ามันคงไม่ใช่ปุ่มทำลายตัวเองนะ
และพอได้ลองกดดู ก็ไขข้อสงสัยของผมได้ทันที ปุ่มนี้คือปุ่มสำหรับเปิดโหมดประหยัดไฟครับ ในเครื่องจะมีโพรไฟล์อยู่อันนึงที่ลดความสว่างของหน้าจอลง แถมไม่ให้เราปรับระดับแสงเพิ่มขึ้นอีกต่างหาก ประโยชน์ก็คงเอาไว้ตอนเวลาแบตใกล้หมดล่ะมั้ง นอกจากปุ่มนี้แล้ว ผมก็ไม่เห็นอะไรพิเศษอีก
ด้านหน้าส่วนบนสุดเป็นเลนส์กล้องสำหรับถ่ายภาพตัวเอง ต่ำลงมาเป็นจอทัชสกรีนที่สั่งงานได้ดีมากๆ ออกแรงแตะเพียงนิดเดียวก็ทำงานได้แล้ว และยังมีปุ่มลัดตามสไตล์มือถือโออีเอ็มอีก 5 ปุ่มด้านล่าง เลี้ยวมาทางซ้าย ผมเจอปุ่มปรับเสียง เอี้ยวไปทางขวาเจอะกับปุ่มเดิมที่พูดไปแล้ว และปากกาสไตลัส พอพลิกกลับหลังก็มีแต่เลนส์กล้อง กระจก ลำโพงสองตัว และฝาครอบแบตเตอรี่ ถ้าต้องการเปลี่ยนไมโครเอสดีก็ต้องแกะแบตออกก่อนตามระเบียบ มันเสียเวลาน่ะเข้าใจไหม สำหรับตัวเครื่องดูแล้วโดยรวมยังประกอบออกมาได้ดี เสียแต่วัสดุด้อยลงมาหน่อย อย่างนี้ก็พอจะหักล้างกันไปบ้าง
ชำแหละเครื่องใน
โทรศัพท์ประมาณนี้แทบจะใส่ซิมการ์ดได้สองใบเกือบหมดเลยมั้ง อย่าง S78 ก็ทำได้ แต่ข้อแตกต่างที่จะทำให้คนอยากซื้อใช้ก็คือ มันจะต้องเปิดใช้พร้อมกันได้สองเบอร์ ซึ่งมิโซยังทำไม่ได้ หรือถ้าใครไม่ซีเรียส จะสลับใช้โดยการเปลี่ยนจากเมนูก็โอเค อย่างน้อยก็ไม่ต้องพกมือถือสองเครื่อง
จุดดีของการใช้แบบสลับซิมการ์ดอีกอย่างหนึ่งก็คือ เราสามารถบันทึกเสียงสนทนาได้จากเบอร์ทั้งสอง เพราะโดยปกติแล้วถ้าเป็นรุ่นที่ใช้ได้สองเบอร์พร้อมกัน สายที่สองจะอัดเสียงไม่ได้ ไม่รู้เพราะอะไรแฮะ
ประเด็นนึงที่มิโซไม่หลอกลวงคนใช้ก็คือ เลนส์กล้องด้านหน้านั่นเอามาถ่ายรูปได้จริง ไม่ใช่ทำพลาสติกเป็นรูให้เหมือนว่ามีกล้องติดอยู่ ไอ้คนไม่รู้ ไม่ได้ศึกษาให้ดีก่อนซื้อไปก็ซวยสิครับ กล้องตัวนี้ยังถ่ายภาพได้ที่ความละเอียดเท่ากับด้านหลังเลยด้วย อ้อ ทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวเลยนะ
ในรายละเอียดของกล้องเอง S78 ไม่ได้ต่างจากมือถือโออีเอ็มรุ่นอื่น เรโซลูชั่นของภาพนิ่งมากสุดจะอยู่ที่ 1.3 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องวิดีโอคือคิวซีไอเอฟหรือ 176 x 144 จุด ถ่ายออกมาได้เป็นไฟล์ 3 จีพี แต่ที่ผมชอบคือ จอของรุ่นนี้มันใหญ่และก็สว่างดีจัง นี่ลองเอา N82 ตัวละสองหมื่นมาเทียบยังสู้ไม่ได้เลยซักนิด
การป้อนข้อมูลภาษาไทยของมิโซ แม้จะไม่มีเวอร์ช่วล คีย์บอร์ดอย่างที่ผมต้องการ แต่อย่างน้อยก็ใส่ระบบสะกดคำมาให้ จะให้พิมพ์แบบมัลติแท็ปก็น่าเบื่อโคตร บางทีแทบจะเลิกส่งเอสเอ็มเอส แล้วโทรไปยังดีเสียกว่า นอกจากนั้นแล้ว ใครที่จะพิมพ์ภาษาอังกฤษก็มีให้เลือกทั้งการเขียนด้วยลายมือลงไปบนหน้าจอ จะจิ้มเอาจากคีย์บอร์ดเสมือนก็ได้ ระบบสะกดคำก็มีให้ใช้อยู่แล้ว
นอกจากที่กล่าวมา S78 ยังติดตั้งโปรแกรมแต่งภาพ บลูทูธ ปฏิทินที่ใส่นัดหมายได้ นาฬิกาบอกเวลาโลก เครื่องแปลงหน่วย และเพิ่มหน่วยความจำได้จากไมโครเอสดี
กูรูฟันธง
ดูผิวเผินเหมือนว่า S78 จะไม่มีฟังก์ชั่นอะไรวิเศษพิสดาร แต่พอเหลือบไปดูค่าตัวของมันในเว็บของมิโซเอง พบว่าแปะป้ายไว้ที่ 6,900 บาท เท่านี้ก็ยังเรียกว่าไม่แพง แต่ถ้าขยับสูงขึ้นไปอีกนิด ผมคงไม่เชียร์ให้คุณผู้อ่านซื้อแน่ๆ ครับ สำหรับคนที่ชอบมือถือสองซิมแล้ว ตอนนี้มีรุ่นให้เลือกเยอะมาก ยังไงลองพิจารณาวัดกันที่หน้าตา และรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ก่อนค่อยซื้อก็ยังไม่สายเนอะ
ข้อดี
- ใส่ซิมการ์ดได้สองใบแบบสลับกันใช้
- กล้องถ่ายภาพ 1.3 ล้านพิกเซล
- มีเลนส์กล้องด้านหน้าสำหรับถ่ายภาพตัวเองด้วย
- จอแสดงผลแบบสัมผัส ให้ความสว่างสุดยอด
- มีโหมดประหยัดพลังงาน
- เชื่อมต่อด้วยบลูทูธและจีพีอาร์เอส
- เพิ่มหน่วยความจำด้วยไมโครเอสดี สูงสุด 1 กิกะไบต์
ข้อเสีย
- ช่องเสียบการ์ดอยู่ในเครื่อง
- ไม่มีโปรแกรมสำหรับจดโน้ตเหมือนเคย
- การเข้าถึงเมนูต่างๆ ค่อนข้างหนืด
- ซิมการ์ดยังต้องสลับเบอร์กันใช้
|