Miso S169 - มิโซ
ในงาน เซ็นทรัล โมบาย เวิร์ลด์ ที่ผ่านมา เราอาจจะได้ยินโทรศัพท์อยู่ยี่ห้อหนึ่งที่ดูทีวีได้ และได้รับการตอบรับที่ดีพอสมควรจากผู้ใช้ที่หลงเข้ามา เอ้ย ตั้งใจจะมาเยี่ยมชม หรือซื้อสินค้าในงาน สาเหตุที่ S169 ได้โด่งดังขึ้นในชั่วข้ามคืนก็เป็นเพราะว่ามันมีภาครับสัญญาณทีวีในตัว กอปรกับเรื่องราคาที่ไม่สูงจนเกินไป ด้วยสองปัจจัยดังกล่าวนี้ ความดังจึงบังเกิดขึ้นมาอย่างไม่ยากเย็น
สัดส่วนภายนอก
ส่วนประกอบภายนอกของโทรศัพท์สมัยนี้ หาได้น้อยรุ่นที่จะเข้าขั้นเลวร้าย อย่าง S169 นี่ดูดีมีมาตรฐาน ถึงจะไม่ได้ใช้โลหะเป็นกรอบหรือหน้ากากของเครื่อง ทว่าเราก็ยังไว้วางใจถึงความทนทานได้ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ดี ชิ้นส่วนที่มีการขยับเขยื้อนได้อย่างผาครอบแบตเตอรี่ด้านหลัง ช่องเสียบปากกาสไตลัส และจุกยางปิดรูของสายดาต้าก็ทำได้เข้าตา เสียอย่างเดียวปากกาอันเล็กไปหน่อย เลยเผลอใช้นิ้วแทนประจำ
พื้นที่ใต้จอแสดงผลยังมีทางลัดสำหรับเข้าเมนูต่างๆ ไว้เช่นเคย ส่วนปุ่มกดก็ทำออกมาได้ใหญ่และกดง่ายดี ทว่าสิ่งที่แปลกประหลาดกว่าโทรศัพท์ตัวอื่นคือ เลขศูนย์ และปุ่มดอกจันกับสี่เหลี่ยมถูกโยกย้ายจากด้านล่างไปอยู่ด้านข้าง เวลาผมกดแล้วไม่มองแป้น ชอบเผลอไปกด 8 แทนเลข 0 อยู่เรื่อยๆ
ด้านหลังของตัวเครื่องมีลำโพงอยู่สองข้าง ส่งเสียงอย่างกับชุดเครื่องเสียงสเตอริโอ เซอร์ราวนด์ (อะ เว่อร์ไป) เอาเป็นว่ามันให้เสียงที่ดังมาก สร้างความประทับใจให้กับผมได้เยอะ ส่วนเลนส์กล้องนี่ไม่มีอะไรพิเศษ เพียงแต่จับคู่มากับกระจกส่องหน้าตัวเองขนาดเล็กแค่นั้น
ชำแหละเครื่องใน
ไม่เหมือนกับเวลาที่เราฟังวิทยุในโทรศัพท์มือถือ ที่จะต้องต่อหูฟังเพื่อทำหน้าที่เป็นเสาอากาศซะก่อน การดูทีวีใน S169 กลับใช้ปากกาสไตลัสมารับสัญญาณแทน พอต่อเสร็จปุ๊บก็รับชมรายการโปรดได้ทันที อ้อ อย่าลืมเลือกประเทศที่เราอยู่ด้วย เพราะมันจะเซ็ตค่าช่องสัญญาณให้ตรงกับทีวีบ้านเรา ตามสเป็กแล้ว เราสามารถเซฟช่องเก็บเอาไว้ได้ 15 รายการด้วยกัน หรือจะให้มันค้นหาช่องแบบอัตโนมัติก็ดูสะดวกดี และการมีเสาปากกานี้ก็เอามาใช้กับฟังก์ชั่นวิทยุได้ด้วย
จอแสดงผลของรุ่นนี้สวยงามใช้ได้เลยนะ ด้วยตัวเลขของจำนวนสีถึงสองแสนกว่าสี และความละเอียดระดับคิววีจีเอก็พอจะคาดหวังคุณภาพได้อยู่แล้ว เหตุนี้เองผู้ใช้จึงดูทีวีได้อย่างออกรสออกชาติ นอกจากนี้มันยังตอบสนองการสัมผัสได้ดี แตะปุ๊บทำงานได้ ไม่ต้องรอนานเหมือนโทรศัพท์โออีเอ็มบางรุ่น อย่างไรก็ตาม ผมอยากให้ S169 ทำงานเกี่ยวกับหน้าจอได้อย่างเต็มที่ เท่าที่เห็น ผู้ใช้ยังไม่สามารถจดโน้ตโดยการขีดเขียนเหมือนกระดาษธรรมดาได้ เช่นเดียวกับการที่ไม่มีเวอร์ชวล คีย์บอร์ดภาษาไทยบนหน้าจอ เลยต้องอาศัยการพิมพ์แบบมัลติแท็ปจากแผงปุ่มตัวเลขแทน ก็ยังดีนะที่ป้อนไทยได้
นอกจากเรื่องวิทยุกับทีวีแล้ว S169 ยังมีคุณสมบัติอีกหลากหลายให้ผู้ใช้ได้สนุกสนานกับมัน อย่างเช่น เกมเมจิก ซูชิที่มีลักษณะการเล่นคล้ายคลึงกับบีจีเวลอันโด่งดัง เครื่องเล่นเอ็มพี 3 ก็น่าจะซี้ดได้เหมือนไก่ป๊อปตัวใหม่ของเคเอฟซี เพราะมีการเล่นเป็นแบ็คกราวนด์ มีการปรับอีควอไลเซอร์ และยังเพิ่มหน่วยความจำภายนอกด้วยไมโครเอสดี แต่ช่องเสียบการ์ดดันไปอยู่ด้านในซะได้ สุดท้ายก็เป็นเรื่องกล้อง 1.3 ล้านพิกเซลที่ไม่ได้มีลูกเล่นอะไรใหม่ และก็ยังถ่ายวิดีโอที่ความละเอียด 176 x 144 พิกเซลเหมือนเดิม
กูรูฟันธง
ใครที่ติดรายการทีวี แต่มีช่วงเวลาที่อยู่นอกบ้านนานๆ อย่างในรถสาธารณะ หรือในรถส่วนตัวก็ตามแต่ คงจะได้อุปกรณ์คู่ชีพพกติดตัวตลอดเวลาแล้ว ทีนี้ไม่ว่านายชัดเจนจะยิงมุขยังไง หรือคุณเป็นต่อจะฮาแค่ไหน สาวๆ ก็ติดตามกันได้แบบไม่มีพลาดแล้ว ทีนี้เราพกเจ้า S169 เครื่องเดียวก็จะได้ทั้งมือถือและโทรทัศน์อยู่ด้วยกันแล้ว ส่วนผมขอตัวไปดูน้องวิกกี้เล่นบทโหดต่อดีกว่า เอาไว้เจอกันรุ่นถัดไปครับ ฮิฮิ
ข้อดี
- ดูทีวีได้โดยไม่ต้องต่อสายให้เกะกะ
- มีวิทยุเอฟเอ็มควบคู่ไปด้วย
- จอแสดงผลสัมผัสขนาดใหญ่ สีสันสวยงาม
- ลำโพงด้านหลังพลังเสียงสุดกระหึ่ม
- เพิ่มหน่วยความจำได้จากไมโครเอสดี
- กล้องดิจิตอล 1.3 ล้านพิกเซล
ข้อเสีย
- ไม่มีรองรับจีพีอาร์เอส
- หน่วยความจำในเครื่องมีอยู่นิดเดียว
- ไม่มีโปรแกรมจดโน้ตบนหน้าจอ
- ปุ่มเลขศูนย์ ดอกจัน และสี่เหลี่ยมที่โดนย้ายไปด้านข้าง
|