Miso S199 - มิโซ
ถ้าผมไม่บอก คุณผู้อ่านพอจะเห็นอะไรผิดสังเกตบนพื้นที่ด้านหน้าของ S199 หรือเปล่า ผมให้เวลาคิด 5 วินาที ติ๊ก ต่อก ติ๊ก ต่อก กริ๊งงงงง หมดเวลา ลองดูสัดส่วนของจอแสดงผลสิ มันมีลักษณะยาวกว่าจอทั่วไปที่เราเคยเห็นกันหรือเปล่า ทีแรกผมก็งงว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ แต่พอได้เห็นตัวเลขบอกจำนวนพิกเซลจึงต้องร้องอ๋อขึ้นมาทันใด เอาไว้เดี๋ยวไปคุยกันต่อในส่วนของการชำแหละนะครับ
สัดส่วนภายนอก
นอกจากจอจะแปลกแล้ว แผงปุ่มกดก็ไม่เข้าข่ายปกติเช่นกัน อย่างตัวเลขแถวแรกนั้นจะเห็นได้ว่าประกอบไปด้วย 1 4 แถวสองมีแค่เลข 5 กับ 6 เช่นเดียวกับแถวถัดมา อันเป็นตำแหน่งของ 7 และ 8 แถมมีปุ่มห้าทิศแทรกทะลวงมาอยู่ตรงกลาง ซื้อมาวันแรกใครกดได้แบบไม่ต้องมองแป้น ผมยกนิ้วให้เลย
อีกจุดหนึ่งที่สะดุดตาผมในตอนแรกคือ ลำโพงสำหรับสนทนา งงอยู่ว่าทำไมมันโดดออกไปอยู่ริมขอบขนาดนั้น แต่ตอนลองคุยก็ไม่พบปัญหาใด อีกทั้งไม่มีคำว่า จิ้มหู เหมือนกับ 3500 คลาสสิกของโนเกียด้วย เพราะว่าตรงสันนั้นมันมนเหมือนหน้าน้องพอลล่า อู้ย น่าจับเสียจริง (โทรศัพท์นะครับ)
พลิกมาด้านหลัง สิ่งที่พบได้คือเลนส์กล้องและกระจกสำหรับส่องถ่ายภาพตัวเอง รวมไปถึงลำโพงคู่ที่ให้เสียงดังสดใส ด้านขวามีปุ่มปรับเสียงที่อยู่คู่กับชัตเตอร์ และยังมีพอร์ตสารพัดประสงค์ เพราะเสียบได้ตั้งแต่สายชาร์จ หูฟัง บวกกับสายดาต้า เยื้องต่ำลงไปที่มุมล่าง เราจะเห็นช่องสำหรับเสียบปากกาสไตลัสด้วย ปากกาอันนี้สามารถยืดออกเพื่อใช้เป็นเสาอากาศทีวีได้เหมือนกับโทรทัศน์ติดมือถือหลายๆ รุ่น เท่ากับว่าตอนดูทีวีอยู่ การสั่งงานผ่านหน้าจอสัมผัสต้องใช้นิ้วอย่างเดียวครับ แหะๆ
ชำแหละเครื่องใน
ดังที่บอกไปแล้วว่าหน้าจอของมันยาวเหยียดไม่แพ้ขบวนรถหาเสียงของพรรคการเมืองในช่วงนี้ เพราะฉะนั้น ความละเอียดของมันจึงไม่ใช่ 240 x 320 จุด แต่กลับกลายเป็น 240 x 400 จุดแทน ด้วยเหตุนี้เราจึงสามารถดูภาพยนตร์ที่เป็นแบบไวด์สกรีนได้แบบเต็มจอจริงๆ หรือแทบไม่มีพื้นที่สีดำเหลือทิ้งเอาไว้ เนื่องจากเป็นสัดส่วน 16:9 เหมือนจอคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ค แถมเวลาดูทีวีอนาล็อกยังให้ภาพแบบยืดยาวขยายออก ทำให้คนในทีวีดูตัวหนาๆ ผิดสัดส่วนจริงไปนิดหน่อย
พูดถึงเรื่องการดูทีวี รุ่นนี้ไม่มีปุ่มกดพิเศษสำหรับเปลี่ยนช่องในโหมดฟูลสกรีนเหมือนกับบางรุ่น จึงใช้งานได้ยากนิดหน่อย แต่อันที่จริงก็ไม่เสียหายอะไร นอกจากนี้แล้ว ตามสูตรคือเมื่อดูทีวีได้ ก็ต้องรับฟังวิทยุเอฟเอ็มได้เช่นกัน โดย S199 สามารถบันทึกช่องสถานีได้ 9 รายการ พร้อมทั้งการเล่นเป็นแบ็คกราวนด์ด้วย
พอกดเข้าไปดูหน่วยความจำในไฟล์ แมเนเจอร์จึงพบว่า S199 มีเมมโมรี่เพียง 760 กิโลไบต์เท่านั้น แบบนี้ไม่ต่างอะไรกับไม่ได้ใส่มาให้เลย แต่เป็นปกติไปเสียแล้วที่มือถือประเภทนี้ต้องมีช่องเสียบการ์ด โดยรุ่นนี้ใช้ไมโครเอสดี โดยที่สล็อตอยู่หลังแบตเตอรี่ การถอดเปลี่ยนจึงไม่ง่ายอย่างที่คิด นอกจากนี้ เมมโมรี่อีกส่วนมีเอาไว้เก็บข้อความสั้นและสมุดโทรศัพท์ หลังจากเช็คดูแล้วพบว่ามันเก็บได้อย่างละ 300 รายการครับผม
กล้องดิจิตอลของมิโสะตัวที่เห็นเลือกเรโซลูชั่นได้สูงสุด 1.2 ล้านพิกเซล และมีลูกเล่นเป็นน้ำจิ้มแซมอยู่ตามประสา ไม่มีอะไรให้เห็นเป็นพิเศษ ส่วนวิดีโอนั้นทำก็ไม่มีอะไรแหวกแนวเหมือนกัน เพราะยังบันทึกบนความละเอียด 176 x 144 พิกเซล นอกนั้นก็ยังมีบลูทูธ มีโปรแกรมอ่านไฟล์เอกสาร มีเบราเซอร์ที่ใช้ร่วมกับจีพีอาร์เอสสำหรับการเชื่อมต่อเข้าสู่อินเตอร์เน็ตได้อย่างสะดวกสบาย แต่ขอให้ทำใจเรื่องเน็ตเวิร์คอืดเป็นเต่าได้เลย รู้กันอยู่ว่าเครือข่ายมือถือเมืองไทยดีแค่ไหน (ประชดกันสุดๆ)
กูรูฟันธง
สำหรับคอหนังแล้ว ผมว่าไม่น่าพลาดรุ่นนี้ เพราะจอมันเป็นแบบไวด์สกรีนแท้ๆ ไม่เหมือนรุ่นอื่นที่เป็นความละเอียดคิววีจีเอแล้วปรับมาดูแนวนอนก็บอกว่าเป็นจอกว้าง บวกกับการที่สามารถรับสัญญาณทีวีและวิทยุได้จากเสาอากาศในเครื่องเลย ทำให้ความบันเทิงของ S199 มากันแบบครบครัน ในราคา 7,900 บาท ถือว่าทำได้ตามมาตรฐาน ถ้าคุณรักมันก็รับเลี้ยงไว้ซักตัวเถอะครับ โฮ่ๆๆ
ข้อดี
- จอแสดงผลแบบไวด์สกรีนของแท้และเป็นแบบทัชสกรีน
- กล้องดิจิตอล 1.2 ล้านพิกเซล
- เพิ่มหน่วยความจำในไมโครเอสดี การ์ด สูงสุด 1 กิกะไบต์
- ดูทีวีและฟังวิทยุได้โดยไม่ต้องต่อหูฟัง
- มีบลูทูธพร้อมโพรไฟล์เอทูดีพี และรองรับจีพีอาร์เอส
- อ่านไฟล์ทีเอ็กซ์ทีภาษาไทยได้สบาย
ข้อเสีย
- หน่วยความจำในเครื่องมีน้อย
- สล็อตเสียบการ์ดที่อยู่หลังแบตเตอรี่
- การใช้งานเมนูยังดูหน่วงๆ อยู่นิดหน่อย
- พิมพ์ไทยผ่านเวอร์ชวล คีย์บอร์ดไม่ได้
- ไม่มีโปรแกรมสำหรับจดโน้ต
- แผงปุ่มกดตัวเลขดูสับสน
|