Miso S830 - มิโสะ
มิโสะร้อนๆ มาแล้วจ้า...อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่าผมมาเสิร์ฟซุปเต้าเจี้ยวจากญี่ปุ่นนะ เพียงแต่เวลาสั่งอาหารเป็นเซ็ตทีไรมักจะมีน้ำแกงที่ว่านี่แถมมาด้วย และชื่อของมันดันมาเหมือนกับยี่ห้อมือถือ นึกแล้วน้ำลายสอขึ้นมาทันใด เข้าเรื่องของเราดีกว่า S830 หน้าตาไม่เหมือนของเหลวอะไรประมาณนั้นหรอก ผมคิดว่ามันดูคล้ายกับขนมจากกูลิโกะแสนอร่อยอย่าง ทูโทน มากกว่า ส่วนนึงเป็นสีขาว อีกส่วนหนึ่งเป็นสีชมพู เรียกว่าสาววัยแรกรุ่นเห็นแล้วเป็นต้องชอบแน่ ขนาดผมยังรู้สึกดีกับมันมากกว่ามือถือสีดำที่เป็นจอทัชสกรีนจากค่ายเล็กทั้งหลายเลย เพราะนี่เป็นความแปลกใหม่ที่สังเกตได้อย่างชัดเจนจากภายนอก
 |
สัดส่วนภายนอก
เห็นกันในภาพอยู่แล้วว่าตรงส่วนบนของ S830 มีเลนส์กล้องแปะคู่กับลำโพงสนทนา และไอ้ที่อยู่ใกล้ๆ นั้นจะว่าเป็นไฟกะพริบก็ไม่ใช่ เพราะหาที่เปิดไม่เจอ แถมตอนโทรเข้าไม่มีอะไรติดขึ้นมา หรือจะว่าเป็นเซ็นเซอร์รับแสงยิ่งไม่น่าใช่ เพราะมือถือระดับนี้ไม่น่าจะใส่ความไฮเทคได้ขนาดนั้น สรุปแล้วทำออกมาให้ผมสงสัยเล่นแค่นั้นแหละ ด้านล่างที่แผงปุ่มกดมีความพิเศษอยู่อย่างนึงคือ ตุ่มโทรออกสีเขียวนั่นมีอยู่สองตุ่ม ใช้เพื่อการโทรออกจากซิมการ์ดเบอร์หนึ่งและสอง แต่ตอนรับสายนี่จะกดอันไหนก็รับได้เหมือนกัน
สิ่งที่แตกต่างออกไปอีกอย่างคือ ด้านขวาของเครื่องมีปุ่มประหยัดพลังงานให้ เมื่อเลื่อนไปอีกทางหนึ่ง ความสว่างของจอจะลดลงมาประมาณ 50% เป็นการประยุกต์แบบง่ายๆ ที่ไม่ต้องใช้เทคโนโลยีหรือนวัตกรรมใดทั้งสิ้น และในฝั่งนี้เองยังมีพอร์ตครอบจักรวาลอยู่อีกพอร์ตที่เสียบได้ทุกสาย ส่วนสไตลัสนั้นอยู่ต่ำลงไปตรงมุมโน่นเลย โดยปากกาของ S830 ยืดหดได้ และขนาดไม่เป็นอุปสรรคต่อการใช้งาน
ชำแหละเครื่องใน
เมื่อกี๊ผมบอกไปแล้วว่า S830 ใส่ซิมการ์ดได้สองใบ และมันเป็นแบบที่เปิดใช้ได้พร้อมกันทั้งสองเบอร์ ทำให้เราไม่ต้องเสียเวลามาสลับซิมตอนจะใช้แต่ละครั้ง การทำงานนี่ไม่ต้องห่วงว่าจะสับสน เพราะเหมือนกับว่าเอาโทรศัพท์สองเครื่องมามัดไว้ด้วยกัน เสียงเรียกเข้าแยกกันได้ ข้อความในกล่องไม่ปะปน เช่นเดียวกับรายการโทรหรือประวัติการโทรที่บ่งบอกเอาไว้ชัดเจนว่าเกิดมาจากเบอร์ไหน จุดนี้เป็นจุดที่ยี่ห้อดังทั้งหลายยังไม่ทำซักที ไม่รู้รออะไร คาดว่าอีกหน่อยคงมีให้เห็นแน่นอน
ไม่เพียงแต่ใช้งานได้สองซิมเท่านั้น มิโสะยังถ่ายภาพได้จากเลนส์สองอันทั้งหน้าและหลังโดยที่มีความละเอียดและคุณสมบัติอื่นเท่าเทียมกันซะด้วย ด้วยเหตุนี้ กระจกเงาเห่ยๆ ที่มักจะพบได้ในกล้องติดมือถือจึงไม่มีให้เห็น เมื่อมองความพร้อมของเครือข่ายในตอนนี้ ระบบ 3 จีอะไรนั่นจึงยังไม่จำเป็นสำหรับพวกเรา S830 จึงไม่ต้องมีวิดีโอ คอลล์ ไม่ต้องรองรับ 3 จี ในขณะเดียวกัน มันก็ใช้การเชื่อมต่อง่ายๆ ที่จำเป็นอยู่แล้วอย่างบลูทูธและจีพีอาร์เอสแทน รอว่าเมื่อไหร่รองรับเอดจ์คงจะสมบูรณ์แบบกว่านี้
เรื่องของการเก็บข้อมูลในตัวของ S830 มีทั้งเรื่องดีและเรื่องที่น่าปรับปรุง อย่างหน่วยความจำที่อยู่ในเครื่องนั่นมีให้แค่ราวสองร้อยกิโลไบต์ ในกรณีที่ลืมเสียบการ์ดก็เรียกว่าแทบจะไปไม่เป็นเหมือนกัน และสล็อตยังอยู่ด้านใน ทำให้การถอดเปลี่ยนการ์ดทำได้ไม่คล่องแคล่วนัก
รายละเอียดยิบย่อยภายในยังมีอะไรให้ค้นหาอีกมาก อย่างสมุดโทรศัพท์ที่แนบวิดีโอลงไปในรายชื่อได้ ไฟลท์โหมดสำหรับการใช้งานเครื่องโดยที่ไม่มีสายเข้ามารบกวน การเลือกปิดเบอร์รอง (ซิมบี) ในกรณีที่ไม่อยากใช้ และมีโปรแกรมสำหรับอ่านไฟล์เอกสารที่เป็นนามสกุลทีเอ็กซ์ทีเหมือนที่หลายรุ่นทำได้อีกด้วย
กูรูฟันธง
ถ้าถามว่า S830 น่าซื้อกว่าโทรศัพท์จอสัมผัสตัวใหญ่ สีดำ มีเลนส์กล้องสองตัว และช่องใส่ซิมการ์ดสองใบตัวอื่นตรงไหน ตอบแบบขวานผ่าซากได้เลยว่า มิโสะตัวนี้ดีกว่าตรงที่มีสีสันสวยงาม เหมาะกับผู้หญิงมากกว่ารุ่นอื่นก็แค่นั้น ถึงคุณสมบัติประมาณนี้จะมีเจ้าอื่นเอาออกมาขายก่อนแล้ว ก็ใช่ว่าเราต้องชอบ ผมว่าคนส่วนมากซื้อโทรศัพท์โดยคำนึงถึงสิ่งที่เห็นจากภายนอกมากกว่าด้วยซ้ำ ดังนั้น การที่คุณจะหลงใหลในตัว S830 จึงไม่ใช่เรื่องแปลก เหมือนที่เราชอบมองคนจากภายนอกกันยังไงล่ะ 555
ข้อดี
- จอแสดงผลความละเอียดคิววีจีเอแบบทัชสกรีน
- กล้อง 1.3 ล้านพิกเซลที่ถ่ายภาพได้จาก 2 เลนส์
- ใส่ซิมการ์ด 2 ใบ และเปิดใช้ได้ในเวลาเดียวกัน
- เชื่อมต่อด้วยบลูทูธที่มีโพรไฟล์สำหรับหูฟังสเตอริโอ
- มีโหมดประหยัดพลังงานที่เข้าถึงได้ง่าย
- เพิ่มหน่วยความจำจากไมโครเอสดี การ์ด
- มีโปรแกรมอ่านไฟล์ทีเอ็กซ์ที
ข้อเสีย
- บันทึกเสียงสนทนาขณะใช้ซิมบีไม่ได้
- เมมโมรี่ในเครื่องมีน้อยมาก
- ขาดโปรแกรมสำหรับจดโน้ตเหมือนเคย
- บล็อคเบอร์ได้แค่ 5 รายการ
- ไม่มีการพิมพ์ไทยผ่านเวอร์ช่วล คีย์บอร์ด และไม่มีระบบสะกดคำไทย
|