Miso S170 - มิโซ
โดยทั่วไปโทรศัพท์ที่เราเรียกกันว่าพีดีเอ โฟนมักจะไม่มีปุ่มตัวเลขด้านล่าง เนื่องจากว่าจอมีขนาดใหญ่อยู่แล้ว จึงไม่มีพื้นที่เหลือเพียงพอสำหรับปุ่มเหล่านี้ ส่วน S170 แม้ไม่ได้จัดอยู่ในมือถือประเภทเดียวกันนี้ ทว่ามีลักษณะที่คล้ายคลึงกัน และดันใส่ปุ่มกดด้านล่างมาให้ มิโสะจึงต้องใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์มากที่สุดโดยการเรียงปุ่มบังคับทิศทางไว้ในระดับเดียวกับปุ่มตัวเลข และบีบปุ่มให้เล็กที่สุดเพื่อไม่ให้ตัวเครื่องขนาดใหญ่ไปกว่านี้ ปุ่มตัวเลขเลยเล็กอย่างที่เห็น แถมตัวสกรีนภาษาไทยยังตัวจิ๊ดเดียวอีกด้วย
สัดส่วนภายนอก
นอกจากปุ่มที่ว่ามาทั้งหมดแล้ว เรายังมีปุ่มอีกชุดเรียงอยู่ด้านขวาของจอ เรื่องประโยชน์ของมันเราจะยกไปคุยกันในส่วนถัดไป ขอบอกไว้ก่อนเลยว่ามันอำนวยความสะดวกให้เราได้อย่างดีเยี่ยม
ปากกาสไตลัสที่อยู่มุมล่างขวาของจอสามารถยืดออกได้เหมือนกับมือถือดูทีวีรุ่นอื่น ไม่เพียงเท่านั้น มันยังหมุนได้รอบทิศทางเพื่อหาตำแหน่งของสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดได้อีกด้วย และในฝั่งเดียวกันของ S 170 เรายังพบพอร์ตสารพัดประโยชน์ที่รองรับทั้งสายชาร์จ สายดาต้า และหูฟัง
มาต่อกันที่ด้านหลังบ้าง เราจะเห็นช่องลำโพงสองฝั่งซ้ายขวาที่ขนาบเลนส์กล้องตรงกลางเอาไว้ ลำโพงอันนี้ส่งเสียงได้ดังสะใจ ทั้งใสและหนักแน่น ไม่ต้องเป็นห่วงเลยว่าถ้ามีสายเข้ามาตอนคุณอยู่ในที่อึกทึกแล้วจะพลาดไปได้ ผมว่าเราควรจะลดระดับเสียงลงมาด้วยซ้ำ เพราะถ้าอยู่ในที่เงียบแล้วเปิดเสียงดังสุด คนรอบข้างรวมถึงตัวคุณอาจหงายตกเก้าอี้ก็เป็นได้ ส่วนช่องเสียบเมมโมรี่การ์ดที่ไม่เห็นอยู่ด้านนอกก็เพราะว่ามันไปแอบอยู่หลังแบตอีกแล้ว อย่างนี้ผมแนะนำให้ใช้สายดาต้าในการโอนข้อมูล น่าจะสะดวกกว่าครับ
ชำแหละเครื่องใน
S170 มีดีตรงที่ดูทีวีได้นี่แหละ เพียงยืดเสาอากาศหรือปากกาสไตลัสออก คุณก็สามารถรับชมรายการโปรดได้แล้ว ส่วนเรื่องที่ติดค้างอยู่เมื่อกี๊คือ ปุ่มกดข้างจอ ประโยชน์ของมันคือเอาไว้เปลี่ยนช่องทีวีครับ คิดดูว่าหากคุณเปิดดูโทรทัศน์แบบเต็มจออยู่ แล้วเวลาจะเปลี่ยนช่องทีต้องมานั่งย่อให้เป็นโหมดปกติจึงจะเปลี่ยนช่องได้ นั่นคงจะลำบากไม่ใช่เล่น นอกจากนี้แล้ว มันยังใช้แทนปุ่มขึ้นลงสำหรับการเคลื่อนที่ในเมนูปกติได้ด้วย ส่วนช่องที่รับได้ก็เป็นฟรีทีวีอย่างเดียว คงไม่มีแบบบอกรับสมาชิกหรอกนะ
นอกจากเสาอากาศนั้นจะใช้สำหรับรับสัญญาณทีวีแล้ว วิทยุก็มีผลพลอยได้ตามไปด้วย รุ่นอื่นนี่ต้องเสียบหูฟังเพื่อใช้เป็นเสาดูดสัญญาณ แต่นี่ไม่จำเป็น จะฟังแล้วแบ่งปันเพื่อนๆ รอบข้างไปเลยก็ดีเหมือนกัน
น่าเสียดายที่หน่วยความจำของเครื่องมีไม่มากเท่าไหร่ ใครอาจจะเถียงว่ามันไม่สำคัญหรอก เพราะยังไง S 170 ก็ใส่การ์ดได้อยู่แล้ว แต่ผมว่ามีติดเครื่องเอาไว้เผื่อฉุกเฉินยังไงก็ดีกว่าครับ อย่างไรก็ดีนั้น เมมโมรี่สำหรับเก็บข้อความสั้นทำได้ดีมากๆ ความจุสูงสุดที่เครื่องรองรับคือ 300 ข้อความด้วยกัน
โทรศัพท์โออีเอ็มพวกนี้ต้องเช็คให้ดี เพราะบางครั้งลักษณะภายนอกของแต่ละรุ่นไม่ต่างกันเท่าไหร่ สเป็กกลับเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง อย่างบลูทูธก็อีกเรื่องนึง สำหรับ S 170 นี่วางใจได้เลย เพราะมีทั้งบลูทูธที่มีโพรไฟล์เอทูดีพีและเอวีอาร์ซีพี บวกกับจีพีอาร์เอส และสายดาต้า การรับส่งข้อมูลจึงมีความหลากหลายจริงๆ
ปิดกันด้วยเรื่องกล้องหน่อย มิโสะตัวนี้มีกล้อง 1.2 ล้านพิกเซล ไม่ได้มีคุณสมบัติพิเศษอะไรนอกเหนือไปจากรุ่นก่อนๆ ส่วนกล้องวิดีโอระดับคิวซีไอเอฟนั้นทำได้ดี ผมลองถ่ายแล้วโอนลงพีซี พบว่าการเคลื่อนไหวทำได้อย่างเนียนตา แต่ความสว่างของภาพโดยรวมยังไม่เท่า M55 ในเล่มเดียวกัน
กูรูฟันธง
ทำไปทำมาผมก็ชอบโทรศัพท์ที่ดูโทรทัศน์ได้นะ เพราะบางทีเอาไปเปิดในห้องน้ำขณะกำลังทำความสะอาดร่างกายอยู่ก็รู้สึกเพลินมิใช่น้อย หรือบางอารมณ์อยากฟังเพลงก็เปิดเป็นวิทยุแทนได้ ฉะนั้น กลุ่มเป้าหมายของ S 170 ตัวนี้ยังคงเป็นคนกลุ่มเดิมกับที่แล้วมา ไม่ว่าจะเป็นแม่ค้าที่นั่งเฝ้าหน้าร้านอยู่ทั้งวัน คุณพี่แท็กซี่ที่ตระเวนอยู่บนท้องถนนตลอดเวลา รวมทั้งพวกที่ชอบเอาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เข้าไปในห้องน้ำอย่างผม ระวังเหอะ วันนึงมันหล่นน้ำขึ้นมาแล้วจะเสียใจ
ข้อดี
- ดูทีวีและฟังวิทยุได้ เพียงยืดเสาอากาศออก
- มีบลูทูธที่รองรับโพรไฟล์เอทูดีพี
- เชื่อมต่อกับเครือข่ายด้วยจีพีอาร์เอส
- จอแสดงผลแบบสัมผัสขนาดใหญ่พอตัว
- เพิ่มหน่วยความจำด้วยไมโครเอสดี การ์ด
- มีโปรแกรมสำหรับอ่านไฟล์เอกสาร
- กล้องดิจิตอล 1.2 ล้านพิกเซล
ข้อเสีย
- ตัวสกรีนภาษาไทยบนปุ่มกดมีขนาดเล็กมาก และปุ่มเองก็เล็ก
- หน่วยความอันน้อยนิดในตัวเครื่อง
- ขาดระบบสะกดคำภาษาไทย
- ฟอนต์ในเครื่องบาง คนที่มีปัญหาสายตาอาจมองได้ไม่ชัดเจน
|