Miso S1001 - มิโซ
สัดส่วนภายนอก
อันที่จริงผมได้ข่าวคราวของมือถือนาฬิกาจากค่ายโฟนวันก่อน กลับกันผมดันได้ S1001 จากมิโซมาอยู่ในครอบครองเพื่อการทำชำแหละซะงั้น แต่ยังไงก็ตาม เราจะได้เห็นกันเสียทีว่าการรวมร่างกันแบบนี้ จะเพิ่มความสั่นสะเทือนให้แก่วงการการสื่อสารได้ดีแค่ไหน ตามมาดูกันครับ
ตัวเรือนของ S1001 สามารถถอดแยกจากสายยางได้ จุดประสงค์ของมันไม่ใช่การนำออกมาใช้เป็นโทรศัพท์ธรรมดา ผมว่าน่าจะเป็นเรื่องการปลดแบตเตอรี่ด้านหลังออก รวมทั้งการใส่-ถอดซิมการ์ดมากกว่า ส่วนสายคาดนั้นจะมีรูสำหรับเสียบและเหน็บปากกาสไตลัสขนาดจิ๋ว รัดข้อมือไว้ด้วยตัวล็อคสองชั้นที่ทำมาจากโลหะบางๆ โดยรวมแล้วผมว่ายังไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไหร่ แต่ก็ยังถือว่าเป็นฤดูแรกเริ่มสำหรับนาฬิกา เอ้ย โทรศัพท์ประเภทนี้ รับรองว่าอีกหน่อยมีสายสเตนเลส สตีลออกมาขายแน่
บนตัวเรือนมีส่วนประกอบอยู่เต็มไปหมด อันได้แก่ จอแสดงผลแบบทัชสกรีน ขนาบด้วยปุ่มโทรออก วางสาย และปุ่มโอเคที่ใช้เป็นซอฟต์คีย์ฝั่งซ้ายไปในตัว ส่วนฝั่งขวาจะเป็นปุ่มขึ้นและลงในเมนู รวมถึงซอฟต์คีย์ฝั่งขวาด้วย ส่วนใหญ่แล้วเราจะกดปุ่มนี้เพื่อการย้อนกลับ (back) เสียมากกว่า
เมื่อเราทำท่าเหมือนยกนาฬิกาขึ้นมาดู ตำแหน่งของเลนส์กล้องจะถูกเล็งไปด้านหน้า ดังนั้นมุมมองของการถ่ายภาพจึงไม่เหมือนโทรศัพท์ทั่วไป ใกล้กับเลนส์นี่ยังมีลำโพงขนาดไม่ใหญ่ที่ให้เสียงไม่ดังนัก ในฝั่งตรงข้ามจะเป็นไมโครโฟน หากเราไม่ใช้บลูทูธในการสนทนา อาจจะต้องเปิดสปีกเกอร์โฟน แล้วเอาไมค์จ่อปาก เพื่อที่ให้เสียงที่คุณพูดมีความชัดเจนมากที่สุด อ่อ เกือบลืมว่ามีช่องเสียบไมโครเอสดี และพอร์ตมินิยูเอสบีอยู่ด้านขวาด้วย ถ้ามองไม่เห็นก็ไม่ต้องแปลกใจ เพราะมันปิดกันไว้ด้วยแผ่นยางครับ
อย่างไรก็ดี เราต้องสำนึกเอาไว้ว่า S1001 ยังคงเป็นโทรศัพท์มากกว่านาฬิกา อย่าเผลอไปล้างมือหรือลุยฝนโดยไม่ถอดออก เพราะยังไงมันก็ไม่กันน้ำ ส่วนพวกเหงื่อตามผิวหนังของเราอาจไม่เป็นอะไรมากนัก เพราะสายยางทำหน้าที่ป้องกันตัวเรือนส่วนล่างได้ในระดับนึงแล้ว
ขนาดของมันถือว่าใหญ่พอสมควร เอาว่าใหญ่กว่าคาสิโอ จี-ช็อคตัวเขื่องแน่ เพราะฉะนั้น S1001 จึงอาจไม่เหมาะกับผู้หญิงเท่าไหร่ ขนาดผมอวบระยะสุดท้ายแล้วยังรู้สึกเลยว่ามันเกินข้อมือไปนิดนึง
ชำแหละเครื่องใน
ในเมื่อไม่มีปุ่มตัวเลข หรือปุ่มบังคับทิศทางแบบสมบูรณ์ การใช้งานจึงต้องพึ่งพาทัชสกรีนเป็นหลัก หรือในกรณีที่คุณคิดว่ายังไม่สะดวก S1001 มีระบบสั่งงานด้วยเสียงมาให้ นี่ก็หมายความว่ามันเป็นมือถือโออีเอ็มตัวแรกที่มีฟังก์ชั่นนี้ คุณสามารถสั่งให้มันโทรออกจากรายชื่อที่ต้องการ โทรออกด้วยการพูดเป็นตัวเลข (ภาษาอังกฤษ) หารายชื่อ เปิดเมนูลัด หาเวลารอบโลก เปลี่ยนโพรไฟล์ เปิดโหมดช่วยเหลือสำหรับการใช้งาน และปิดการรับคำสั่งเสียงได้ทั้งหมด
การป้อนข้อมูลจำพวกตัวอักษรเวลาส่งข้อความหรือบันทึกนัดหมายก็จำเป็นต้องใช้เวอร์ช่วล คีย์บอร์ด ซึ่งแน่นอนว่าจอเล็กขนาดนี้ต้องจิ้มได้ยาก และก็เป็นไปตามคาดครับ ยิ่งเจอภาษาไทยเข้าไปนี่กว่าจะพิมพ์จบประโยค เหงื่อออกมาแทบจะไหลออกมาเป็นเลือดเลยทีเดียว
ฟังก์ชั่นอื่นๆ ก็เหมือนโทรศัพท์โออีเอ็มทั่วไป มันสามารถถ่ายภาพได้ที่ความละเอียด 640 x 480 พิกเซล ถ่ายวิดีโอได้ที่ 176 x 144 จุด มีเมมโมรี่ภายในไม่มาก ต้องพึ่งพาหน่วยความจำอย่างไมโครเอสดีจากภายนอกอย่างเดียว การเชื่อมต่อทำได้โดยผ่านบลูทูธ หรือไม่ก็สายดาต้าสำหรับโอนข้อมูลขนาดใหญ่ ส่วนวิทยุนี่หาไม่เจอ ก็เพราะว่ามันไม่มีนั่นเอง แหะๆ
กูรูฟันธง
ถ้ามองในแง่ของความสะดวก ผมว่า S1001 ให้คุณได้มากกว่าโทรศัพท์ตัวไหน คิดดูว่าถ้าจะพกเป็นเครื่องสำรอง แล้วใช้แทนนาฬิกาข้อมือไปเลย มิโซจะได้คะแนนสูงมาก เพราะคุณไม่ต้องพกมือถืออีกตัวติดกระเป๋าไว้ แต่หากมองในแง่ของความคุ้มค่า อันนี้ยังเป็นที่น่าสงสัยอยู่ เพราะความเป็นโทรศัพท์ของมันยังไม่สมบูรณ์นัก ดังที่คุณจะเห็นได้ในข้อเสียที่ผมลิสต์เอาไว้ อย่างไรเสีย นี่คือนวัตกรรมอีกชิ้นที่น่าจับตามอง หากได้รับการปรับปรุงไปเรื่อยๆ ไม่แน่ว่าอีกหน่อยโทรศัพท์เราอาจจะกลายเป็นแบบนี้หมดก็ได้นะ
ข้อดี
- พกพาติดข้อมือไปไหนต่อไหนได้สะดวกมากมาย
- กดเครื่องหมายบวกเพื่อรับคำสั่งเสียงได้
- สั่งงานด้วยเสียงได้ ง่ายกว่าการจิ้มจอเยอะ
- การเชื่อมต่อผ่านบลูทูธ และสายดาต้าแบบมินิยูเอสบี
- เพิ่มหน่วยความจำจากไมโครเอสดี การ์ด
- จอแสดงผลแบบทัชสกรีน (ไม่มีไม่ได้หรอก)
ข้อเสีย
- ใช้เวอร์ช่วล คีย์บอร์ดได้ยาก สืบเนื่องมาจากหน้าจอขนาดเล็ก
- ไมโครโฟนไม่ค่อยดูดเสียงผู้ใช้สักเท่าไหร่
- หากเปิดใช้งานสปีกเกอร์โฟนจะมีเสียงก้อง
- การโทรออกด้วยการพูดตัวเลข (digit dial) ต้องเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น
- ไม่มีปุ่มบังคับทิศทางซ้ายและขวา
- จอสัมผัสยังไม่ค่อยเนี้ยบ บางตำแหน่งยังจิ้มได้ยาก
|