MFA 204 -เอมเอฟเอ
สัดส่วนภายนอก
มือถือทรงแท่งดำทะมึนเป็นฉายาที่ผมแอบตั้งให้มันตั้งแต่แรกเห็น ไม่รู้ใครฟังแล้วจะหาว่าผมไปเหน็บเค้าหรือเปล่า แต่เจตนาผมไม่ได้เป็นอย่างนั้นจริงๆ นะ ก็ดูรูปร่างของมันก่อนสิครับ ว่าดำขนาดไหน จะบอกว่าดำเป็นถ่านก็ไม่ได้ เพราะนี้มันดำเป็นโทรศัพท์มือถือต่างหากล่ะ
ปุ่มกดที่เราเห็นอยู่นั้น มีความแข็งอยู่มาก กดแล้วต้องใช้กำลังภายในพอสมควร ยิ่งใครที่นิ้วไม่ค่อยแข็งแรง ยิ่งเมื่อยเมื่อกดไปนานๆ ผมก็คนหนึ่งล่ะ ผลพลอยได้เลยกลายเป็นว่าไม่ต้องล็อคปุ่มกด เพราะว่าไม่มีทางใดเลยที่คุณเอามันใส่กระเป๋าเอาไว้แล้วจะไปกดโดน
ขอเรื่องปุ่มกดอีกนิดหน่อย เราจะเห็นว่า 204 มีปุ่มที่สกรีนภาษาไทยมาเรียบร้อย ทว่าการกระจายตัวของอักษรและสระในภาษาไทยทำได้แปลกมาก เนื่องจากไม่ได้รวมสระหรือวรรณยุกต์เอาไว้ที่ปุ่มเดียว ทำให้อาจจะใช้งานได้ยากในตอนแรก แต่ใครพิมพ์บ่อยๆ ฝึกมือให้คล่อง ผมว่าตรงนี้ไม่น่าเป็นปัญหา
เมื่อไล่ดูไปทีละส่วนรอบๆ ตัวเครื่อง จะเห็นว่า 204 เป็นมือถืออีกตัวที่อยู่ในข่ายเด็กเรียบร้อย คือไม่ค่อยหวือหวา ไม่แต่งตัวผิดระเบียบ รอบกายมีแต่ส่วนประกอบที่จำเป็นเท่านั้น อย่างเช่นรูเสียบหูฟังที่อยู่ด้านซ้าย รูเสียบสายชาร์จด้านขวา และด้านหลังเป็นเลนส์กล้องที่มีกระจกอยู่ด้านข้าง ปิดทับด้วยพลาสติกอีกชั้น ตรงนี้นี่แหละที่ผมกลัวว่าจะเป็นรอยได้ง่าย ส่วนตัวเครื่องโดยรวมแล้ว แข็งแรงดีมาก
ชำแหละเครื่องใน
สิ่งที่ทำให้ลูกค้าหันมาเล็งตัวนี้มากที่สุด น่าจะเป็นเรื่องของกล้องดิจิตอล ซึ่งถือว่าเป็นของเล่นหลักในรุ่นนี้เลย โดย 204 สามารถถ่ายภาพได้ที่ความละเอียดเท่ากับ 3 แสนพิกเซลหรือ 640 x 480 พิกเซลตามหลักทฤษฎี เพียงแต่ว่าผมยังหาการปรับตั้งค่าให้มีเรโซลูชั่นเท่านั้นไม่เจอ สูงสุดที่ทำได้เลยเป็นเพียง 128 x 143 จุดเท่านั้น อาจจะเป็นความผิดพลาดทางเทคนิคก็เป็นได้ นอกนั้นลูกเล่นของมันแทบไม่มีอะไรเลย นอกเสียจากการซูมและการปรับความสว่างเท่านั้น เรียกว่าเอามาถ่ายรูปอย่างเดียวจริงๆ
จอแสดงผลที่เป็นสีถือว่าเป็นคุณสมบัติที่มาคู่กับกล้องดิจิตอล เพราะไม่งั้นจะถ่ายรูปได้ยังไงล่ะ จริงไหม รุ่นนี้มีจอขนาด 128 x 128 มาให้ ด้วยต้นทุนที่ถูกและราคาที่ต่ำของรุ่นนี้ เอ็มเอฟเอจึงยัดจอชนิดประหยัดลงไป ซึ่งก็คือเอสทีเอ็นนั่นเอง อย่างไรก็ตาม ความสวยของมันยังพอรับได้ครับ ไม่น่าเกลียดแน่นอน
การพิมพ์ข้อความของรุ่นนี้มีระบบสะกดคำมาให้ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ ไม่ได้เอาไปใช้ในการส่งข้อความสั้นอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังเอาไปพิมพ์ข้อความในปฏิทินได้อีกด้วย ซึ่งปฏิทินอันนี้เองสามารถเตือนนัดหมายที่ต้องการ และแสดงผลหลักเป็นรายเดือน หรือจะปรับเป็นแบบรายวันก็ได้ครับ
ในเครื่องเองมีหน่วยความจำไม่มากเท่าไหร่ เนื่องจากไม่มีลูกเล่นอะไรที่ต้องใช้เมมโมรี่เยอะๆ เท่าที่มีอยู่ไม่กี่ร้อยกิโลไบต์ก็เอาไว้เก็บภาพถ่ายอย่างเดียว ส่วนการเก็บข้อความสั้นไว้ในเครื่องทำได้ที่ 20 ข้อความ
กูรูฟันธง
บอกแล้วว่าใครจะซื้อรุ่นนี้ไม่ต้องคิดมาก 204 เอาไว้สำหรับคนที่ต้องการมีมือถือถ่ายรูปได้ในราคาที่ถูกที่สุด แม้ว่าลูกเล่นบางอย่างจะขาดหายไปบ้าง ทว่าคุณก็ได้ชื่อว่าได้ใช้มือถือที่มีกล้องแล้ว ส่วนมือถือของผมเองยังไม่มีกล้องด้วยซ้ำไป ฮ่าๆ เรื่องราคาผมเองยังไม่ทราบเหมือนกันนะครับ แต่ไม่น่าจะแพงอยู่แล้วแหละ
ข้อดี
- จอแสดงผลเป็นสี
- กล้องดิจิตอล 3 แสนพิกเซล
- ปฏิทินสามารถใส่นัดหมายและตั้งเตือนได้
- เก็บข้อความสั้นในหน่วยความจำเครื่องได้
- เก็บเบอร์ในเครื่องได้ 100 รายการ
- มีระบบสะกดคำภาษาไทย
- ตัวเครื่องประกอบได้อย่างแข็งแรง
ข้อเสีย
- หน่วยความจำสำหรับภาพถ่ายมีน้อยเกินไป
- เสียงเรียกเข้ายังเป็นแบบโมโนโฟนิค
- เก็บรายละเอียดเบอร์ประเภทต่างๆ ไม่ได้
- ดาวน์โหลดวอลเปเปอร์หรือริงโทนเพิ่มไม่ได้เลย
|