LG KU990 Viewty - แอลจี
แอลจี พราด้าตัวก่อนจัดเป็นมือถือประเภทแฟชั่นแท้ๆ เพราะแปะตราสินค้าแบรนด์เนมจากอิตาลีหราอยู่หน้าเครื่อง แต่ผมกลับมองว่า KU990 Viewty ดูดีกว่าแฮะ ไม่ว่ามองมุมไหนมันก็เท่กว่า อีกอย่างคือ ผมเป็นคนไม่ชอบโครเมี่ยมบนโทรศัพท์สักเท่าไหร่ เพราะเห็นมานักต่อนักแล้วว่าลอกด้วยกันทั้งนั้น อย่างพราด้านี่พันเอาไว้รอบเครื่องเลย ไหนจะตรงปุ่มกดด้านหน้าอีก แค่นั้นก็จบแล้ว
 |
สัดส่วนภายนอก
จอแสดงผลของรุ่นนี้ยังคงมีสัดส่วนตามแนวยาวในแบบไวด์สกรีน ถ้าได้เห็นตัวเลขบอกสเป็กจะยิ่งบ่งบอกได้ชัดขึ้น ใต้จอจะเป็นปุ่มกดที่จำเป็น 3 ปุ่ม เหนือจอมีเลนส์กล้องที่ใช้ในการสนทนาแบบวิดีโอ คอลลิ่งหรือจะเอามาถ่ายภาพนิ่งก็ยังไหว เมื่อพลิกมาด้านหลังจะเห็นส่วนประกอบมากมายกว่าด้านหน้าเยอะ อย่างวงรอบเลนส์กล้องก็กินพื้นที่ไปกว่าครึ่ง และไอ้วงแหวนที่ล้อมเลนส์อยู่นี่แหละเป็นทีเด็ด เราสามารถหมุนมันเพื่อหาโฟกัสแบบแมนนวลได้ ซึ่งยังไม่เคยมีโทรศัพท์ตัวใดทำได้มาก่อน หรือจะใช้ซูมภาพก็ทำได้เนียนดีไม่แพ้กัน อย่างไรก็ต้องระวังมือว่าจะไปบังหน้ากล้อง เดี๋ยวถ่ายสาวเห็นนิ้วตัวเองแทนแล้วจะเซ็ง นอกจากนี้ก็ยังมีแฟลชที่ให้ความสว่างก้ำกึ่งกันระหว่างซีน่อนกับแอลอีดี มันเรียกว่าอะไรใครช่วยตอบที
 |
ด้านซ้ายของตัวเครื่องก็เรียบร้อยอย่างกับผ้าพับไว้ไม่แพ้ด้านหน้า ตรงนี้มีเพียงพอร์ตรวมญาติที่ใช้เสียบทุกสายเหมือนของซัมซุง ส่วนด้านขวาก็ไม่ต่างอะไรจากด้านหลัง เพราะมีทั้งสวิตช์เปลี่ยนโหมดการถ่ายภาพให้เป็นภาพนิ่ง วิดีโอ หรือแกลเลอรี่ และยังมีปุ่มล็อคเครื่องที่ใช้เปิดโหมดป้องกันภาพสั่นไหวได้ ท้ายสุดมีชัตเตอร์แบบสองจังหวะ ในกรณีที่เราใช้งานออโต้ โฟกัส ไม่ใช่แมนนวล
 |
ชำแหละเครื่องใน
ถ้าเอาเรื่องกล้องมาเล่าในพรีวิวนี้ ท่าทางว่าจะเขียนได้เต็มหน้ากระดาษ A4 เพราะฟังก์ชั่นของมันเยอะเสียเหลือเกิน ตามที่เรารู้กันคือ เรโซลูชั่นของ KU990 ที่ทำได้คือ 2592 x 1944 พิกเซล จับคูณกันแล้วได้ประมาณ 5 ล้าน ซึ่งเป็นความละเอียดระดับแนวหน้าเทียบเท่า N95 8GB ของโนเกีย K850i จากค่ายโซนี่ อีริคสัน และ G600 จากคู่แข่งร่วมชาติ นอกจากนี้ เขายังใช้เลนส์ของชไนเดอร์ฯ มาเป็นส่วนประกอบให้กับกล้อง ก็คงทำให้ภาพชัดขึ้นหรือสีสวยขึ้น ไม่ทางใดก็ทางหนึ่งล่ะนะ ส่วนที่เด็ดอีกอย่างคือ การโฟกัสภาพแบบแมนนวลในกรณีที่ระบบออโต้ โฟกัสทำงานไม่ได้ อย่างตอนอยู่ในที่มืด หรือไม่ก็เราต้องการถ่ายภาพวัตถุที่กำลังเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว อีกอันที่ผมชอบคือมันเปลี่ยนค่าไอเอสโอได้ เจ้าวิวตี้ปรับได้สูงสุด 800 และยังถ่ายภาพพาโนรามา มีไฟช่วยโฟกัสหรือลดตาแดง มีมาโครสำหรับถ่ายระยะใกล้
 |
กล้องวิดีโอนี่ยิ่งไปกันใหญ่ สามตัวจากคู่แข่งที่ว่านี่ขอให้ไปไกลๆ เพราะมันบันทึกภาพเคลื่อนไหวได้สูงสุด 120 เฟรมต่อวินาที ประโยชน์ของมันไม่ใช่การเอามาดูด้วยตาปกติหรอกครับ เนื่องจากสายตาของเราแยกเฟรมไม่ได้เร็วขนาดนั้น มันเอาไว้สำหรับถ่ายแบบสโลว์โมชั่นเท่ๆ มากกว่า ส่วนวิดีโอธรรมดาก็เป็นระดับวีจีเอที่ 30 ภาพต่อวินาที ไม่ต่างอะไรจาก N95 8GB เลย และยังถ่ายเป็นแบบไวด์สกรีนที่ 640 x 384 พิกเซลได้ด้วยนะ เรียกว่าถ่ายเสร็จเปิดดูได้เต็มจอ หรือจะต่อผ่านสายเอวีขึ้นไปดูในทีวีก็จะได้ดูแบบเต็มตา
จะว่าไปแล้ว ถ้า KU990 สามารถปรับอีควอไลเซอร์ในเครื่องเล่นเพลงได้ มันก็จะเป็นมือถือแห่งความบันเทิงอันดับหนึ่ง เพราะเรื่องวิดีโอนี่ยอดเยี่ยมกระเทียมดองอยู่แล้ว มันสามารถเล่นไฟล์ได้ครอบคลุมกว่าโทรศัพท์ตัวอื่น (เทียบเท่า F500 ) และยิ่งรองรับดิฟเอ็กซ์ที่กำลังนิยมด้วยสิ ส่วนวิทยุอะไรนั่นมีให้อยู่แล้ว
กูรูฟันธง
ผมแทบไม่ได้เขียนเรื่องอื่นเลย ยังไงขอให้ท่านผู้อ่านไปศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากตารางสเป็กแล้วกันนะครับ เรื่องกล้องดันกินเนื้อที่ซะเรียบ โดยสรุป ผมว่า KU990 เป็นโทรศัพท์ที่น่าใช้มากๆ ตัวหนึ่ง ยิ่งการถ่ายภาพนี่เรียกได้ว่าไม่เป็นสองรองใคร ฟังก์ชั่นในภาพรวมไม่ต้องพูดถึง เมนูก็สวย ตัวเครื่องก็ดีไซน์มาดี ในราคาขายไม่แพงที่มีเหตุมีผล ถ้าอีกหน่อยปรับปรุงเรื่องการเชื่อมต่อให้มีไวไฟ และใส่รูเสียบหูฟังขนาด 3.5 ม.ม. เข้ามาซะหน่อย จะถือว่าเพอร์เฟ็ค
ข้อดี
- กล้อง 5 ล้านพิกเซล มีออโต้ และแมนนวล โฟกัส
- ถ่ายวิดีโอได้ยอดเยี่ยม
- หน้าจอสัมผัสคมชัดและความละเอียดสูงมาก
- เมนูแบบแฟลช เพิ่มความสวยงาม
- รองรับการต่อภาพออกโทรทัศน์
- อ่านไฟล์เอกสารได้ครบถ้วน
- สั่งงานด้วยนิ้วได้ตลอดทุกเมนู
- อัพโฟลดไฟล์ขึ้นยูทูบได้ง่ายมาก
ข้อเสีย
- การปรับวงแหวนรอบเลนส์กล้องทำได้ยาก มักจะมีนิ้วเราติดไปเสมอ
- ช่องเสียบการ์ดอยู่ด้านใน
- ปรับอีควอไลเซอร์ในเครื่องเล่นเพลงไม่ได้
- หน้าจอยังตอบสนองต่อการสัมผัสได้ไม่ดีเท่าไอโฟน
- อัดเสียงระหว่างใช้สายไม่ได้
|