LG KG800 Chocolate - แอลจี
สัดส่วนภายนอก
เห็นรุ่นนี้ครั้งแรกตอนที่ทำโฟน อินโนเวชั่นของเล่มใหญ่ เขาอธิบายมานักหนาว่าสวยอย่างงั้นอย่างงี้ ผมรู้สึกเฉยๆ ไม่เห็นด้วยสักนิดเดียว พลันที่ได้เห็นเครื่องจริง ความคิดกลับเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังเท้าซะงั้น ดีไซน์ของมันทำให้ผมหลงใหลจนถอนตัวไม่ขึ้นเลย เหตุผลที่คัดค้านกับความคิดของผมเองเกิดขึ้นมากมาย ลองมาดูกัน
อย่างแรกคือผมชักจะไม่ชอบโทรศัพท์สีดำ เพราะมีอยู่ในตลาดเยอะมากจนน่าเบื่อ แต่กับเคจี ช็อคโกแล็ตตัวนี้มันไม่ใช่แบบเดิม แถมตัวเครื่องเป็นมันเงา ซึ่งผมบอกเสมอว่ามันทำให้เป็นรอยนิ้วมือได้ง่าย เลอะเทอะเป็นบ้า ทว่าผมยอมลบเกณฑ์อันเก่าทิ้ง แล้วเขียนกฏใหม่สำหรับตัวเองขึ้นมาใช้ซะ เรียกว่ากลืนน้ำลายก็ไม่ผิดนักหรอก
เขียนมาซะยืดยาวยังไม่เข้าประเด็นด้วยซ้ำไป นอกจากจะมีจุดเด่นเรื่องการดีไซน์และความบางเฉียบแล้ว รุ่นนี้ยังมีปุ่มกดภายนอกที่เป็นระบบสัมผัส เพียงแตะเบาๆ ก็สั่งงานได้แล้ว การทำงานของมันไม่ได้เหมือนคลิก วีลของไอพอดนะครับ อันนี้ให้ลองนึกถึงปุ่มกดหน้าลิฟต์แก้วเลย (ว่าไปนั่น) ข้อเสียของมันอยู่ที่ว่า แรกๆ เรามักจะกดได้ลำบาก หรือไม่ก็เผลอไปโดนมันบ่อยครั้งจนน่ารำคาญ แต่เชื่อไหมครับ พอใช้ไประยะนึงแล้ว รู้สึกคล่องมือมาก ซึ่งอาจจะเป็นต้นแบบของมือถือในอนาคตก็ได้นะ
เมื่อสไลด์ฝาออกมาจะเห็นปุ่มตัวเลขที่อยู่ด้านใน เรียงตัวกันเป็นแผงเหมือนช็อคโกแล็ต ดังนั้น พวกเราก็คงรู้ที่มาของชื่อรุ่นแล้วอะนะ อย่านึกว่ามันเป็นโทรศัพท์ขนมที่เอามากินได้นะครับ
ปุ่มกดด้านข้างยังน่าสนใจไม่น้อย เพราะมีปุ่มนึงเป็นปุ่มวางสาย ซึ่งใช้ตัดสายแบบปกตินั่นแหละครับ เหตุที่เขาไม่เอาไว้ด้านหน้ากับปุ่มอื่นเพราะว่า เดี๋ยวคุยอยู่จะไปโดนปุ่มวางสายเข้าแบบไม่ได้ตั้งใจแล้วจะเป็นปัญหาตามมา
ชำแหละเครื่องใน
เคจี 800 ตัวนี้ไม่ได้มีดีเพียงภายนอกเท่านั้น ลูกเล่นภายในยังสะเด่าใช่ย่อย ตัวผมเองชอบระบบของการเล่นเพลงในแอลจีอยู่พอสมควร เห็นมาตั้งแต่รุ่นเอ็ม 6100 ก็ดูเวิร์คแล้ว มาเจอรุ่นนี้ที่ให้ผู้ใช้เลือกปรับอีควอไลเซอร์ได้ตามชอบธรรม เอ้ย ชอบใจ ซึ่งเป็นแบบคัสตอมอีกต่างหาก รวมทั้งการเลือกท่อนที่ต้องการให้เล่นวนหลายๆ ครั้ง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฝึกภาษาจากเพลงเป็นอย่างมาก
หน่วยความจำภายในเหมือนจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกมีขนาดเล็ก เอาไว้เก็บพวกข้อความและรายชื่อต่างๆ ส่วนที่สองเป็นแหล่งในการสะสมไฟล์ภาพและเพลงขนาดใหญ่ รวมกันแล้วทั้งหมดมีอยู่ราว 128 เมกะไบต์เห็นจะได้ เสียอย่างเดียวคือมันไม่สามารถเพิ่มได้อีกแล้วครับ เราควรจะบริหารพื้นที่อันนี้ให้ดีหน่อยแล้วกัน
จอแสดงผลที่หลายแหล่งอ้างว่าเป็นขนาด 240 x 320 พิกเซล ดูเหมือนจะไม่ถูกต้อง ผมเลยลองเอาภาพขนาด 176 x 220 พิกเซลยัดลงไปในเครื่องแล้วเปิดเป็นวอลเปเปอร์แทน พบว่าภาพจะเต็มพอดีกว่าแบบแรก จึงสรุปได้ว่าจอของมันมีความละเอียด 176 x 220 พิกเซลครับ กระนั้นเอง ผมยังเห็นว่าจอแสดงผลของมันยังสวยงามไม่แพ้รุ่นใดในระดับเดียวกัน
บลูทูธที่ติดมาในเครื่องทำหน้าที่ได้หลากหลายทั้งการโอนไฟล์ ใช้กับหูฟัง ใช้แทนโมเด็ม หรือแม้แต่การส่งนามบัตร เราจึงไม่ต้องกังวลเรื่องการแลกเปลี่ยนไฟล์กับเครื่องอื่นแล้ว ติดอย่างเดียวคือความเร็วในการรับและส่งไฟล์ยังอยู่ในระดับต่ำไปนิดครับ
กล้องดิจิตอลของรุ่นนี้มีความละเอียดอยู่ที่ 1.2 ล้านพิกเซล ซึ่งมีลูกเล่นติดสอยมาด้วยพอสมควร (ดูรายละเอียดจากตารางสเป็กได้เลย) แต่ที่สำคัญกว่าคือ มันถ่ายวิดีโอได้ด้วยเวลาที่แสนยาวนาน จนกว่าหน่วยความจำจะเต็มในขนาด 176 x 144 พิกเซล พร้อมทั้งมีไฟส่องสว่างเพื่อใช้ถ่ายตอนกลางคืนอีก ไม่ว่าสถานการณ์ไหนเราก็พร้อมบันทึกภาพหมดล่ะทีนี้
กูรูฟันธง
จากเวลาที่ให้ผมเล่นไม่นานนัก ผมยังชอบที่มันมีดีไซน์เป็นเอกลักษณ์ เห็นว่าสอยรางวัลมาด้วยเหมือนกันนะ ส่วนฟังก์ชั่นนี่ถือว่าอยู่ในขั้นดีเลยล่ะ ข้อดีของมันมีเยอะ ไล่มาตั้งแต่การใช้ระบบสัมผัสที่แผงปุ่มกดด้านหน้า กล้องดิจิตอลหลักล้านพิกเซล การเชื่อมต่อด้วยบลูทูธ หน่วยความจำในตัวที่มากโข รวมทั้งจอแสดงผลที่สวยงามสดใส น่าจะทำให้คุณผู้อ่านติดใจเหมือนผมได้ไม่ยาก นี่ผมไม่ได้ชักนำนะ ขอให้เชื่อด้วยวิจารณญาณของคุณเองแล้วกันครับ
ข้อดี
- ตัวเครื่องมีดีไซน์ยอดเยี่ยมและบางเฉียบ
- ระบบสัมผัสที่ปุ่มกดด้านหน้า
- กล้องดิจิตอล 1.2 ล้านพิกเซล
- หน่วยความจำขนาดใหญ่ในตัว
- ระบบเล่นเพลงเอ็มพีสามที่น่าทึ่ง
- การเชื่อมต่อที่มีบลูทูธ
ข้อเสีย
- วัสดุตัวเครื่องที่เป็นรอยได้ง่าย
- ไม่มีวิทยุเอฟเอ็ม
- อัดเสียงได้รายการละ 20 วินาทีเท่านั้น
|