LG KG288 - แอลจี
ผมยังนึกไม่ออก มองไม่เห็นว่า KG288 กับ KG271 มีอะไรที่ต่างกันบ้าง นอกจากการออกแบบภายนอก และสัดส่วนของตัวเครื่อง ฟังก์ชั่นทั้งหมดที่อยู่ภายในเรียกว่าถอดกันมาเลย จากนั้นเปลี่ยนกรอบปุ๊บก็ตั้งชื่อใหม่ให้เสร็จสรรพ พร้อมวางขายอีกคำรบหนึ่ง
สัดส่วนภายนอก
แอลจีระบุว่าน้ำหนักตัวของ KG288 มากกว่าเดิมนิดหน่อย ผมว่าไม่น่าจะรู้สึกได้จากการจับถือ และแน่นอนว่าขนาดตัวต้องใหญ่ขึ้นโดยที่ยังคงความบางเอาไว้เท่าเดิม อีกสิ่งหนึ่งที่ผมสัมผัสได้คือการดีไซน์ตัวเครื่องที่ทันสมัยมากยิ่งขึ้น อย่างพื้นผิวสัมผัสส่วนใหญ่จะเป็นสีขาวคาดด้วยสีเขียวตรงขอบ ทำให้อยากกินเวเฟอร์รสเลมอนขึ้นมาทันใด ส่วนตรงปุ่มกดนี่ทำออกมาให้คล้ายกับ KE970 หรือ KE770 โน่นเลย
พลาสติกของตัวเครื่องไม่ได้แตกต่างอะไรไปจากเดิม เพียงแต่ว่าสีขาวทำให้เราต้องรักษาความสะอาดกันมากหน่อย อาจจะต้องหลีกหนีให้พ้นจากปลาหมึกแห้ง เอ้ย ปากกาหมึกแห้ง ดินสอ หรือแม้แต่ขี้มือของเราเองก็อาจฝากรอยประทับใจไว้บนเครื่องได้เช่นกัน มองในมุมกลับ สีขาวจะให้ความรู้สึกที่หรูหรากว่า แถมไม่ต้องกังวลเรื่องฝุ่นจับเหมือนโทรศัพท์สีดำ ไม่เชื่อลองใส่ลงไปในกระเป๋ากางเกงดูแล้วจะรู้เอง
แบ็คไลท์ของ KG288 เป็นสีขาวสว่างโล่เข้ากับสีของตัวเครื่อง ด้านบนเป็นตำแหน่งของตัวล็อคเพื่อเปิดฝาหลัง ด้านซ้ายเป็นถิ่นของพอร์ตต่างๆ ด้านขวาเป็นพื้นที่โล่งเตียน และด้านหลังมีเพียงลำโพงสำหรับการเล่นเสียงแบบโพลีโฟนิก บวกกับการใช้เป็นสปีกเกอร์โฟนเท่านั้น อย่างไรก็ตาม การประกอบโดยรวมถือว่าทำได้ดีเยี่ยม ไม่เข้ากับราคาค่าตัวที่หนึ่งพันกว่าบาทเลยซักนิด
ชำแหละเครื่องใน
บอกไปแล้วว่าทั้ง KG288 และ KG271 ไม่ได้มีความแตกต่างกันในด้านคุณสมบัติภายในเลย ฟังก์ชั่นที่เอามาเป็นจุดขาย ได้แก่ วิทยุเอฟเอ็มที่ผมเองไม่มีโอกาสลองแม้แต่ครั้งเดียว เนื่องจากว่าแอลจีคงลืมที่จะใส่หูฟังติดกล่องมาให้กับผม ถ้างั้นก็วอนขอผ่านคอลัมน์ตรงนี้เลยแล้วกัน
จอแสดงผลแบบเอสทีเอ็นสมัยนี้ไม่มีคำว่าซีดเซียวหรือว่ากระดำกระด่างแล้ว เทคโนโลยีมีความรุดหน้า ก้าวไกลไปกว่าเดิมเยอะ เพราะฉะนั้น จอของแอลจีแคนดี้บาร์จึงดูดีพอสมควร ความละเอียด 128 x 128 จุดอาจจะไม่มากเมื่อเทียบกับเรโซลูชั่นสูงสุดในตลาด แต่มันก็แสดงตัวเลขโทรออกได้ใหญ่มหึมาเลยทีเดียวเชียว รวมทั้งฟ้อนต์ของเมนูที่น่าจะมองเห็นได้ แม้คุณมีสายตาที่ผิดปรกติจากคนทั่วไป
แม้จะเป็นรุ่นเล็ก แอลจีก็ไม่ทอดทิ้งความสามารถในการเก็บรายละเอียดของรายชื่อไป KG288 ยังคงบันทึกเบอร์ได้มากมายและหลากหลาย ตามความจุที่ระบุเอาไว้คือ 300 รายการถ้วนๆ นั่นเอง และการแสดงผลยังเป็นแบบรวมกันทั้งสองหน่วยความจำ เสียดายอย่างเดียวที่ไม่มีการบล็อคสายเท่านั้นเอง
หน่วยความจำในตัวมีมากเท่าไหร่ ถึงตอนนี้ยังไม่มีใครที่ให้ความกระจ่างได้ รู้เพียงแต่ว่านอกจากเบอร์ที่เก็บได้ 300 แล้ว เอสเอ็มเอสก็ยังถูกบันทึกเอาไว้ในเครื่องได้ 100 ข้อความ รวมกับนัดหมายอีก 20 รายการ และโน้ตย่ออีก 10 ใบ ดูเหมือนไม่มาก แต่ถ้าไม่ใช่เฮฟวี่ ยูสเซอร์คงไม่มีปัญหาแต่อย่างใด
ส่วนที่เหลืออยู่คือพวกการป้อนข้อความเป็นภาษาไทยด้วยระบบสะกดคำที่ใช้ได้ในทุกหมวดหมู่เมนู การสั่นเตือนสายเข้า พร้อมโพรไฟล์อีกจำนวนหนึ่งที่ยังไม่สามารถปรับเปลี่ยนรายละเอียดได้
กูรูฟันธง
คู่แข่งในตลาดล่างสุดหรือเกือบจะล่างสุดของแอลจีตัวนี้มีอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน การที่จะฟันฝ่าอุปสรรคเหล่านี้ได้ค่อนข้างยากพอสมควร เนื่องจากมีแบรนด์อื่นที่แข็งแกร่งอยู่อีกมาก ถามผู้ซื้อทั่วไปได้เลย ผมว่าร้อยละเก้าสิบคิดอะไรไม่ออกบอกโนเกียอยู่เป็นประจำ นั่นเป็นเพราะเจ้านั้นสร้างฐานลูกค้ามานานกว่ายี่ห้อเกาหลีนัก ถ้าตัวผลิตภัณฑ์ไม่ได้มีความโดดเด่นหรือเป็นเอกลักษณ์จริงๆ คงจะต้องเหนื่อยหน่อยแล้วแหละ แต่อย่างไรก็ดี ผมว่าโทรศัพท์ระดับนี้ซื้อรุ่นไหนก็ได้ ไม่เสียหาย เพราะฟังก์ชั่นไม่ได้ทิ้งกันขาด ราคาต่างกันเพียงแค่หลักร้อย และส่วนใหญ่ก็เน้นการใช้งานด้านเสียงแค่นั้นเอง ดูแอลจีไว้บ้างก็ดีครับ
ข้อดี
- จอแสดงผล 65,536 สี
- วิทยุเอฟเอ็ม
- สามารถใส่เบอร์ประเภทต่างๆ ในสมุดโทรศัพท์ได้
- มีสปีกเกอร์โฟน
- เก็บข้อความสั้นในตัวเครื่องได้
- มีโพรไฟล์ให้เลือกปรับตามสถานการณ์
ข้อเสีย
- ไม่รองรับจีพีอาร์เอส ทำให้ดาวน์โหลดคอนเท้นท์ไม่ได้
- โพรไฟล์ที่ไม่สามารถปรับเปลี่ยนรายละเอียดได้
- แบตเตอรี่ยังมีความจุไม่มาก เมื่อเทียบกับโทรศัพท์ระดับเดียวกันจากยี่ห้ออื่น
|