LG KG800 Red Wine - แอลจี
ครั้งที่ได้เขียน KG800 Chocolate ตัวแรกโน่นเลย ผมได้ยินแว่วๆ มาว่า แอลจีอาจจะไม่เอาสีอื่นเข้ามาขาย แต่ในท้ายที่สุดแล้วโผล่มาอีก 3 สี ให้ท่านเลือกได้เต็มอิ่ม และความรู้สึกในตอนแรกที่ได้เขียนถึงรุ่นนี้มันดูรุนแรงกว่าปัจจุบันหลายเท่าตัว อาจเป็นเพราะได้ล้วงแคะเจ้านี่มาเยอะแล้วล่ะมั้ง
สัดส่วนภายนอก
มองจากหน้าตรงข้ามแล้วท่านอาจจะไม่เห็นความสวยงามของสีแดงแบบไวน์แดง (Red wine) รบกวนท่านผู้อ่านพลิกไปที่หน้าปกเพื่อพิจารณากันอีกรอบนะครับ แล้วจะเห็นถึงความมีเสนห์ของรุ่นนี้ ส่วนตัวแล้วผมเป็นคนชอบสีแดงเป็นทุนเดิม หากผมจะบอกว่าตัวนี้สวยกว่าตัวก่อนๆ คงไม่ว่ากันนะ
แต่กระนั้นเอง ผมยังเห็นว่าตัวเครื่องที่มีลักษณะเงานั้น สามารถเกิดรอยขนแมว รอยขีดข่วนได้อย่างง่ายดายเฉกเช่นสีก่อนๆ รวมถึงพื้นที่ปุ่มกดที่เป็นโครเมี่ยมซึ่งผมเห็นมาแล้วว่าลอกเมื่อใช้ไปสักระยะหนึ่ง ส่วนเรื่องการประกอบก็ไม่ได้แตกต่างอะไรจากที่เคยทำเอาไว้ ตัวเครื่องยังมีความแข็งแรงในระดับมาตรฐาน
ปุ่มกดวางสายที่อยู่ด้านข้างไม่ได้สร้างความคุ้นเคยให้กับผมในการใช้งานเลย แม้เวลาจะผ่านมานานแล้วก็ตาม ส่วนปุ่มแบบสัมผัสก็ยังคงสวยงามตามสไตล์ แต่ผมก็ใช้งานมันได้อย่างคล่องแคล่วกว่าเดิมเยอะ เมื่อเลื่อนฝาออก ปุ่มเงาสลับด้านเหมือนตารางช็อคโกแล็ตแท่งยังคงอยู่ เพียงแต่เปลี่ยนเป็นสีแดงเท่านั้น
ชำแหละเครื่องใน
เมื่อจัดการผ่าเครื่องในของมันออกมาดู มันก็ยังคงเป็น KG800 Chocolate ตั้งแต่สมัยแรกนั่นแหละ ขนาดภาพอนิเมชั่นในเครื่องยังมีเจ้าตัวดำตัวเดิมโผล่ออกมาให้เห็นเลย เนื่องจากไม่ได้เปลี่ยนเป็นสีแดงตามรุ่นเหมือนสีตัวเครื่องนั่นเอง จุดเด่นของรุ่นนี้จะเป็นเรื่องจอแสดงผลที่ทำได้สว่างพอตัว ความละเอียดอาจจะไม่ได้ทันยุคในระดับคิววีจีเอ ทว่ามันก็ทำได้ดีในระดับหนึ่งแล้วล่ะ
กล้องในตัวมาที่ 1.2 ล้านพิกเซล โดยที่มีความละเอียดในระดับ 176 x 220 พิกเซลด้วย ทำให้เราสามารถถ่ายภาพและจัดให้มันเป็นวอลเปเปอร์ของหน้าจอได้ทันที พร้อมกันนี้ แถวๆ เลนส์กล้องยังมีกระจกส่องหน้าเพื่อใช้ถ่ายตัวเอง และไฟส่องถ่ายภาพแบบครบเซ็ต
ด้วยความที่ไม่สามารถเพิ่มหน่วยความจำจากภายนอกได้ แอลจีเลยต้องอัดเมมโมรี่ใส่ไว้ในเครื่องเยอะหน่อย เผื่อว่าคนที่ซื้อไปต้องการถ่ายภาพ หรือเก็บเพลงไว้ฟังเป็นจำนวนมากๆ โดยพื้นที่ของ KG800 จะถูกแบ่งเอาไว้เป็นสองส่วน คือ ส่วนหนึ่งสำหรับเก็บพวกข้อความสั้น เอ็มเอ็มเอส อีเมล์ เบอร์โทรศัพท์ ฯลฯ ซึ่งมีความจุประมาณ 3 เมกะไบต์ ทำให้มันเก็บข้อความสั้นได้ราว 150 ข้อความเลยทีเดียว อีกส่วนหนึ่งจะเป็นพื้นที่เอาไว้เก็บรูปถ่าย เพลง หรือคอนเทนท์ต่างๆ ทั้งหมด ซึ่งจะมีความจุมากกว่าอยู่ที่ 124 เมกะไบต์
เรื่องลำโพงของมัน ผมยังเห็นว่ามีข้อน่าสังเกตอยู่สองข้อด้วยกันคือ การเล่นเพลงที่เป็นไฟล์ทรูโทน เสียงจะไม่ค่อยใสเหมือนโพลีโฟนิค และยังคงเอามาใช้เป็นสปีกเกอร์โฟนไม่ได้เหมือนเดิม
สุดท้ายที่อยากพูดคงเป็นเรื่องอุปกรณ์มาตรฐานในกล่องนี่แหละ มันเยอะมากเสียจนกลัวว่าแอลจีจะขาดทุนกับการกระทำแบบนี้ ซึ่งอันที่จริงไม่ใช่หรอก ถ้าขาดทุนแล้วเขาจะเอาใส่มาทำไมล่ะ จริงไหม
กูรูฟันธง
งานนี้ไม่ได้สงวนไว้สำหรับคนที่ชอบสีแดงเท่านั้น โดยทั่วไปแล้วเราไม่ค่อยเห็นโทรศัพท์สีแดงวางขายสักเท่าไหร่ อาจเป็นเพราะคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยชอบหรือยังไงผมก็มิอาจทราบได้ ตามที่ผมคาดแล้ว แอลจีคงจะทำตลาดให้กับ KG800 ในไตรมาสแรกของปี 2550 เป็นอย่างมาก และสีนี้ (คงจะ) เป็นสีสุดท้ายที่จะผลิตออกมาขายแล้วล่ะ เพราะฉะนั้น นี่เป็นโอกาสที่ดีที่คุณจะจับจองเป็นเจ้าของ KG800 ในสีสันสุดหรูอย่างเรด ไวน์แล้ว
ข้อดี
- สีของตัวเครื่องแบบใหม่
- กล้องดิจิตอล 1.2 ล้านพิกเซล
- หน่วยความจำในตัวขนาดใหญ่ 128 เมกะไบต์
- ปุ่มกดแบบสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์
- อุปกรณ์มาตรฐานในกล่องมีให้เยอะมาก
- มีการเชื่อมต่อด้วยบลูทูธ
ข้อเสีย
- ไม่มีสปีกเกอร์โฟน
- ตัวเครื่องเป็นรอยง่าย และบางส่วนก็ลอกได้
- อัดเสียงได้รายการละ 20 วินาทีเท่านั้น
- เพิ่มหน่วยความจำไม่ได้
|