Infinity 2SIM
หน้าจอแสดงผลความละเอียด 176 x 220 พิกเซลแบบ TFT แสดงสีสันได้ 262, 144 สี ใช้ภาพพื้นหลังได้ทั้งภาพนิ่ง หรือภาพเคลื่อนไหว เมนูหลักเป็นแบบตาราง 3 x 3 แต่ละไอคอนเมนูเป็นแบบเคลื่อนไหว ปรับรูปแบบสีของเมนูได้ 3 สี
Physical Overview
ปุ่มกดรับสายของรุ่นนี้แบ่งออกเป็น 2 ปุ่ม ที่ด้านซ้ายจะมีหมายเลข 1 และด้านขวาเป็นหมายเลข 2 โดยที่ทั้งสองปุ่มจะทำหน้าที่รับสายระหว่างทั้งสองซิมการ์ด แยกการทำงานของแต่ละซิมการ์ดอย่างอิสระ การควบคุมทิศทางของรุ่นนี้ใช้ปุ่มแบบ 5 ทิศ มีขนาดค่อนข้างเล็ก อาจจะใช้งานไม่สะดวกนำหรับผู้ใช้ที่มีนิ้วมือใหญ่ ส่วนแผงปุ่มกดตัวเลขอยู่ใต้ฝาสไลด์ แต่ละปุ่มมีตัวอักษรไทยกำกับ มีไฟส่องสว่างเป็นสีขาว
ด้านข้างซ้ายมีปุ่มปรับระดับเสียงสนทนา และปรับเสียงในโหมดต่างๆ หรือจะใช้กดเพื่อเปิดหน้าจอดูนาฬิกาก็ได้เช่นกัน ถัดลงมาเป็นช่องเสียบการ์ดหน่วยความจำแบบ microSD มีแถบยางสีดำปิดอยู่ ถอดเปลี่ยนได้โดยไม่จำเป็นต้องปิดเครื่องก่อน
ด้านข้างขวามีช่องเสียบสายชาร์จแบตเตอรี่ สายดาต้าลิงค์ และชุดหูฟังแบบสเตอริโอรวมอยู่ในช่องเดียวกัน มีแผ่นยางสีดำปิดอยู่ ถัดลงมาจะดูคล้ายกับปุ่มปรับระดับเสียง แต่ไม่ใช่ ปุ่มบนเป็นปุ่มกล้องดิจิตอล ส่วนปุ่มล่างเป็นปุ่มเปิด/ปิดเครื่องโดยการกดค้างไว้ประมาณ 2-3 วินาที
เลนส์รับภาพกล้องดิจิตอลอยู่ที่ด้านหลังภายใต้ฝาสไลด์ ช่วยป้องกันรอยขีดข่วนได้เป็นอย่างดี แต่ไม่มีทั้งไฟแฟลช และกระจกเงาสำหรับส่องถ่ายภาพตัวเอง
ช่องใส่ซิมการ์ดอยู่ใต้แบตเตอรี่เหมือนกับโทรศัพท์มือถือทั่วไป แต่จะแตกต่างตรงที่มีช่องใส่มาให้ถึง 2 ช่อง และไม่จำเป็นต้องตัดซิมการ์ดเหมือนกับการใช้ 2 ซิมแบบอื่น โดยที่ซิมการ์ดที่ 1 จะอยู่ด้านซ้าย ส่วนซิมการ์ดที่ 2 อยู่ด้านขวา หรือสังเกตได้จาก SIM1 และ SIM2 ที่กำกับอยู่ในแต่ละช่อง
The First Brand of 2 SIM Card in 1 Phone
นับว่า Infinity 2SIM ที่พึ่งเปิดตัวในงาน Thailand Mobile Expo 2007 ที่ผ่านมา เป็นโทรศัพท์มือถือรุ่นแรกที่สามารถใช้ได้ 2 ซิมการ์ดในเครื่องเดียว ซึ่งสามารถเปิดใช้งานได้ทั้งสองเบอร์พร้อมกันในเครื่องเดียว ใครที่ได้ไปงาน TME คงจะได้สัมผัส ตัวจริงกันมาแล้ว แต่สำหรับใครที่พลาดงานนี้ ผมจะมาสาธยายให้ฟังว่ามันทำงานยังไง
เริ่มจากใส่ซิมการ์ดลงไปในช่องที่ต้องการ หากใช้บ่อยก็อาจจะใส่ช่อง SIM1 หรือใช้น้อยก็ใส่ช่อง SIM2 ตัวเครื่องรองรับทุกระบบ ไม่ว่าจะเป็น GSM Advance, DTAC, True Move, Hello 1800 หรือแม้กระทั่งค่าย Thai mobile ที่ใช้ความถี่ 1900 MHz จะเติมงิน หรือรายเดือน เครื่องก็ไม่เกี่ยงอยู่แล้ว แต่งานนี้ Hutch หมดสิทธิ์ เมื่อเปิดเครื่องแล้ว ที่หน้าจอจะแสดงสัญญาณความแรงโทรศัพท์ทั้งสองระบบที่มุมบนด้านซ้าย และชื่อระบบที่ใช้อยู่ตรงกลาง โดยจะมีตัวเลข 1, 2 อยู่หลังชื่อระบบเช่น DTAC 1, Thaimobile 2 เป็นต้น หรือหากต้องการใช้งานหมายเลขเดียวก็เข้าไปเลือกได้ว่าต้องการใช้ SIM1 หรือ SIM2 จะเปิดทั้งสองซิมเลยก็ไม่มีปัญหา หรือจะตั้งให้เครื่องถามตอนเปิดโทรศัพท์ว่าจะให้ใช้ซิมการ์ดตัวไหน
 |
การโทรออกเพียงแค่กดปุ่มหมายเลขโทรออก หรือเลือกรายชื่อสมุดโทรศัพท์แล้วกดปุ่มโทรออกที่ 1 หรือ 2 หมายเลขที่กำหนดตามหมายเลขก็จะโทรออกทันที เมื่อมีสายเรียกเข้าก็จะปรากฎหมายเลขโทรศัพท์ หรือหากบันทึกชื่อเอาไว้ก็จะขึ้นชื่อพร้อมกับหมายเลขที่ผู้โทรโทรเข้าหมายเลขนั้นให้ได้ทราบ ส่วนหมายเลขโทรศัพท์ที่บันทึกเอาไว้ในทั้งสองซิมการ์ดก็สามารถแสดงรวมกันได้ โดยจะมีตัวเลข 1 หรือ 2 อยู่หน้าหมายเลขนั้นๆ และไอคอนที่อยู่หน้าหมายเลขก็จะเป็นคนละสีด้วย สีน้ำเงินเป็นของ SIM1 สีส้มเป็นของ SIM2
แล้วถ้ากำลังโทรอยู่แล้วมีสายเข้าอีกเบอร์ล่ะ ทำยังไง ? ปัญหานี้มีทางออก สมมติว่ากำลังใช้ SIM1 อยู่ มีคนโทรเข้ามาที่ SIM2 โทรศัพท์จะสั่นเตือนพร้อมกับแสดงชื่อ หรือเบอร์ที่โทรเข้ามาใน SIM2 หากกดรับที่ SIM2 สายสนทนาที่ SIM1 จะถูกพักอัตโนมัติ โดยที่ SIM1 จะไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย เสียงตื๊ดก็ไม่มีให้ได้ยิน หรือคล้ายกับการรับสายเรียกซ้อน แต่การสนทนาพร้อมกันระหว่าง SIM1 กับ SIM2 จะไม่สามารถทำได้ จะทำได้เพียงแค่สลับสายคุยกันระหว่างสองเบอร์เท่านั้น จึงสบายใจได้ในเรื่องการแอบฟัง สายไม่พันกันแน่นอน
โทรเข้าพร้อมกันทั้งสองเบอร์ได้ไหม? อย่างที่บอกครับ ทั้งสองซิมการ์ดทำงานแยกกันอย่างอิสระ สามารถโทรเข้าพร้อมกันทั้งสองเบอร์ได้ โดยที่หน้าจอจะแสดงชื่อ หรือหมายเลขทั้งสองที่โทรเข้ามาบนหน้าจอ จะรับสายไหนก่อนหลังก็ตามสะดวก แต่อย่าลืมกดรับสายให้ถูกหมายเลขล่ะ
ถ้ารับส่งข้อความ เครื่องจะทราบได้อย่างไรว่าจะใช้เบอร์ไหนส่ง ? ระบบการส่งข้อความของ Infinity 2SIM ก็จะแยกการทำงานอย่างอิสระเช่นกัน ทั้งข้อความ SMS และ MMS เมื่อเขียนข้อความเรียบร้อยแล้วจะต้องเลือกว่าจะส่งข้อความโดยใช้เบอร์ไหน เมื่อเลือกเสร็จก็ใส่หมายเลข หรือชื่อปลายทางส่งได้ทันที ส่วนข้อความที่ได้รับเข้ามาจะถูกเก็บรวมกันไว้ใน Inbox โดยแต่ละข้อความจะมีหมายเลข 1 หรือ 2 กำกับไว้ที่หน้าข้อความเพื่อให้ทราบว่าข้อความถูกส่งเข้ามายังหมายเลขใด
Other Function
สำหรับฟังก์ชั่นอื่นๆ ดูจะเป็นเรื่องรอง เมื่อเจอระบบ 2 ซิมการ์ดเข้าไป แต่ถึงอย่างไรฟังก์ชั่นต่างๆ ในเครื่องก็ไม่เป็นรองโทรศัพท์มือถือรุ่นอื่นๆ เริ่มจากกล้องดิจิตอลความละเอียด 1.3 ล้านพิกเซล พร้อมโปรแกรมแต่งภาพ สามารถถ่ายคลิปวิดีโอได้นานจนกว่าหน่วยความจำจะเต็ม เครื่องเล่นเพลง MP3 แบบสเตอริโอ สามารถเลือกโทนเสียงให้เข้ากับเสียงเพลงได้หลากหลายรูปแบบ แต่งเสียงเรียกเข้าเองได้ บันทึกเสียงได้นานจนกว่าหน่วยความจำจะเต็ม มีเกมส์ให้เลือกเล่น 3 เกมส์ เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่านเครือข่าย GPRS ได้ มีโปรแกรมแปลงหน่วย แปลงอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา เครื่องคิดเลข และโปรแกรมตรวจเช็คสุขภาพ ทั้งเช็คความอ้วน หรือตรวจสอบประจำเดือนของคุณผู้หญิง
Final Opinion & Conclusion
เป็นนวัตกรรมใหม่ของโทรศัพท์มือถือในเมืองไทย ที่สามารถใช้งานได้พร้อมกันสองซิมการ์ดในเครื่องเดียว แยกการใช้งานพร้อมกันอย่างอิสระเหมาะสำหรับผู้ที่มีซิมการ์ดสองอัน แต่อยากถือเครื่องเดียว ไม่ต้องไปตัดซิมการ์ดให้ยุ่งยากเสียเวลา แถมยังต้องสลับกันใช้งานได้ทีละเบอร์อีกต่างหาก ถ้าซื้อไปใช้สลับรางรถไฟก็คงจะต้องระวังหน่อย อย่าเผลอกดรับผิดปุ่มเชียว อันนี้ไม่สนับสนุน แต่ถ้านำไปใช้ดำเนินธุรกิจ โทรติดต่อประสานงานก็จะให้ความสะดวกมากทีเดียว ไม่ต้องพกทีละสองเครื่องอีกต่อไป หรือจะใช้เบอร์แรกรับสาย เบอร์ที่สองค่าโทรถูกหน่อยเอาไว้โทรออกก็ได้เช่นกัน งานนี้คิดแล้วยังไงๆ ก็คุ้มกว่าซื้อโทรศัพท์สองเครื่องแน่นอน
|
|
|
|
หน้าจอขณะใส่
2 ซิมการ์ด |
|
เลือกเปิดใช้งาน1หรือ
2 ซิม หรือพร้อมกัน |
ข้อความก็มีตัวเลข
บอกเหมือนกัน |
|
|
|
|
เกมส์เต้นต้อง
ใช้ความจำด้วย |
เครื่องเล่นเพลง
MP3 |
เลือกโทนเสียงของ
เครื่องเล่นเพลงได้ |
แต่งเสียงเรียกเข้า
เองได้ |
On Focus
คุณสามารถตรวจสอบระดับความแรงของสัญญาณโทรศัพท์ของทั้งสองเบอร์ได้ที่มุมบนซ้ายของหน้าจอ
Strength
- ใช้งานสองซิมการ์ดพร้อมกันได้ในเครื่องเดียว
- กล้อง 1.3 ล้านพิกเซล ถ่ายวิดีโอได้
- เครื่องเล่น MP3 แบบสเตอริโอ
- หน่วยความจำ microSD แถมมาให้ถึง 512 MB
- แต่งเสียงเรียกเข้าเองได้
- รองรับข้อความ MMS และ E-mail
|
Weakness
- ไม่มีการเชื่อมต่อไร้สาย
- เลือกเสียงริงโทนแยกสองซิมไม่ได้
- หน่วยความจำในเครื่องน้อย
|
|