iDEA 802
หลายคนคงหลงใหลในความเล็กและบางของโทรศัพท์มือถือ นี่ก็เป็นอีกตัวที่ถึงแม้จะจะยังสู้ Motorola RAZR V3 ไม่ได้ ในเรื่องของความหรูหราและราคา แต่ในแง่ของความบางนั้นยอมให้ไม่ได้แน่ๆ และใช่ว่าความบางจะเป็นอุปสรรคในการทำงาน ของเครื่อง หลายสิ่งหลายอย่างใน iDEA 802 ยังคงไว้ซึ่งการใช้งานทั่วไปและฟังก์ชั่นที่สูงขึ้นมาหน่อยอย่างกล้องดิจิตอล สามแสนพิกเซล จอแสดงผลคู่ที่สีสันไม่ได้ด้อยลงไปเลย กับเสียงเรียกเข้าแบบโพลีโฟนิคที่มีความโดดเด่นอยู่ในตัว ทำให้รุ่นนี้ เป็นอีกรุ่นที่น่าจะสร้างความแตกต่างให้กับเฮ้าส์แบรนด์ของไอโมบายได้เป็นอย่างดี
 |
 |
Physical Appearance
สิ่งที่ต้องชมเป็นอันดับแรกคือ การประกอบตัวเครื่องที่ทำได้ค่อนข้างแข็งแรง ไม่เหมือนเฮ้าส์แบรนด์หรือมือถือยี่ห้อโนเนมหลายตัว ที่ทำได้น่าผิดหวัง ทำให้เครื่องดูมีราคาขึ้นมาเหมือนกัน ส่วนการจับถือนั้นเป็นไปด้วยดี เพราะว่าตัวเครื่องมีความกว้างอยู่มาก ไม่ว่าเราจะถือคุยหรือถือไว้ในมือธรรมดาก็ไม่น่าจะตกหล่นไปได้ ส่วนการเปิดฝาก็มีแรงดีดแบบกำลังพอดี จึงเปิดฝาด้วยมือ ข้างเดียวได้ไม่ยากเย็น อย่างไรก็ดี วัสดุที่นำมาทำเป็นตัวเครื่องยังใช้พลาสติกสีน้ำเงินด้านนอกทำเป็นทูโทนกับด้านในที่เป็น สีเงินเมทัลลิก หากมองด้านข้างจะเห็นอย่างชัดเจน
ส่วนประกอบโดยรวมเลยที่ด้านหน้าจะมีจอขนาดเล็ก พร้อมปุ่มที่เอาไว้กดให้ไฟแบ๊คไลท์ติดขึ้นมาแล้วยังใช้เป็นไฟกะพริบ ตอนมีสายเรียกเข้าได้ ด้านหลังไม่มีอะไรนอกจากเลนส์กล้องดิจิตอลและลำโพงเสียงเรียกเข้า และในรุ่นนี้จะเป็นฝาหลังที่ครอบ แบตเตอรี่ภายในไว้อีกที ส่วนด้านล่างจะเป็นช่องเสียบสายชาร์จ ด้านบนเจอรูร้อยสายครับ
Four-Way Navigation Key
สิ่งที่เป็นจุดอ่อนของรุ่นนี้เหมือนกันก็คือ การใช้ปุ่มแบบราบเรียบไปกับตัวเครื่อง ทั้งอยู่ติดกันเป็นแผง ทำให้กดได้ยากมาก ยิ่งปุ่มบังคับสี่ทิศทางอันนี้ไม่ต้องพูดถึง ไม่เพียงเท่านี้ ความรู้สึกในการกดยิ่งทำได้ไม่ดีใหญ่ คือเหมือนกดลงไปแล้ว ปุ่มมันไม่ค่อยยุบตัว เราเลยไม่รู้ว่ากดไปแล้วหรือยัง ส่วนการทำงานของมันนั้นทำให้ชื่นใจขึ้นมาหน่อย เพราะสามารถใช้ปุ่ม ซอฟท์คีย์ในการลัดเข้าสู่หมวดเมนูต่างๆ ได้ อย่างเช่น กดขึ้นจะเป็นการตั้งค่าเสียง กดลงเข้าโหมดกล้องถ่ายรูป กดซ้ายเข้าสู่ MMS และสุดท้ายกดขวาเป็น SMS ครับ อย่างไรก็ตาม ปุ่มตัวเลขยังใช้เป็น Index ในการเข้าเมนูหลักไม่ได้ แต่หากย่อยลงไป แล้ว เราสามารถใช้ปุ่มตัวเลขกดแทนเมนูที่เราต้องการได้
Menu Navigation
ความประทับใจของเมนูในรุ่นนี้จะเป็นตัวหนังสือแสดงเมนูหลักที่มีความใหญ่มาก เหมาะกับคนสายตายาวเป็นอย่างยิ่ง แต่กลับกันพอเราเข้าไปในเมนูย่อย ตัวหนังสือกลับเล็กลง ยิ่งหากเป็นเมนูไทยด้วยแล้วใหญ่ ตัวหนังสือเหลือเล็กนิดเดียว เลยอ่านได้ค่อนข้างยาก โดยโครงสร้างของเมนูใน iDEA 802 จะเป็นแบบรายการที่มีตัวหนังสือเพียงอย่างเดียว ไม่มีไอคอนใด มาช่วยแสดงผลครับ ในขณะเดียวกัน เราสามารถเปลี่ยนแบ๊คกราวนด์ของเมนูได้ 4 แบบ แทนการเปลี่ยนธีมอย่างเครื่องรุ่นอื่น นอกนั้นจะเป็นส่วนของเมนูไทยที่พร้อมให้คนไทยใช้งานโดยสะดวก
262,144 Color TFT Display
ความสวยงามของจอสองแสนสีตัวนี้อยู่ในเกณฑ์ดี อีกทั้งขนาดการแสดงผลที่ 176 x 220 พิกเซล และจอเป็นชนิด TFT ทำให้มีความละเอียดและคมชัดอยู่พอตัว ซึ่งถือว่าเป็นจุดเด่นของรุ่นที่เหนือกว่ามือถือฝาพับอื่นอย่างมาก และน่าจะเป็นมือถือฝาพับ ราคาหมื่นต้นๆ ตัวเดียวที่ให้หน้าจอใหญ่ถึงขนาดนี้ ส่วนจอด้านนอกเป็นแบบ CSTN แสดงผลได้ 65,536 สี ขนาด 96 x 64 พิกเซล ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าจอชนิดเดียวกันในมือถือรุ่นอื่นเลย อาจจะเป็นเพราะจอด้านนอกของ iDEA 802 มีขนาดเล็ก ทำให้แสดงผลได้ชัดเจนและละเอียดดี เสียดายอย่างเดียวคือใช้เป็นช่องมองภาพในการถ่ายรูปไม่ได้ สุดท้ายเป็นการทดสอบ การใช้งานกลางแดดจ้า ที่หน้าจอหลักพบว่าจอดสนิท คือว่าการแสดงผลจะเป็นไปแบบซีดมาก มองแทบไม่เห็นหน้าจอก็ว่าได้
การเปลี่ยนวอลเปเปอร์สามารถทำได้โดยใช้รูปขนาดเดียวกับหน้าจอคือ 176 x 220 พิกเซล ส่วนจอเล็กนั้นไม่สามารถโหลดรูป มาเพิ่มได้ครับ มีเพียงภาพของไอโมบายที่เตรียมไว้ในเครื่อง 4 ภาพแล้วเพื่อใช้งาน นอกจากนี้ที่จอหลักเองยังสามารถปรับ ความสว่างและระยะเวลาการใช้แบ๊คไลท์ได้อีกด้วย
64 Chord Polyphonic Ringtone
ความจริงแล้วตัวเครื่องสามารถใช้ไฟล์เสียงที่เราอัดเองมาเป็นเสียงเรียกเข้าได้ แต่ผมเองก็ไม่ทราบว่าเป็นไฟล์ชนิดไหน ทำให้เวลา จะโหลดเข้าไปค่อนข้างลำบาก หรือเราจะอัดจากวิทยุเองเลยเสียงก็ไม่ไพเราะและชัดเจน อย่างน้อยก็ยังดีที่เราสามารถใช้เสียงจริง หรือทรูโทนเป็นเสียงเรียกเข้าได้ อย่างไรก็ตาม ลำโพงด้านหลังเครื่องสามารถแสดงเสียงได้อย่างดังและชัดเจน เพราะเท่าที่ลอง กดโพลีโฟนิคทั้ง 25 เสียงในเครื่องดูพบว่าไพเราะไม่น้อยเลยทีเดียว อีกทั้งความดังอยู่ในเกณฑ์ดีมาก
นอกจากนั้น การปรับตั้งโพรไฟล์ยังมีให้ 5 แบบด้วยกัน ซึ่งเราสามารถเลือกปรับเสียงเรียกเข้า ปรับความดัง เปลี่ยนเสียงเตือน ข้อความ เปิดปิดเสียงปุ่ม เสียงเปิดปิดฝาพับ และการสั่นเตือน
VGA Digital Camera
กล้องดิจิตอลของรุ่นนี้ถ่ายได้ที่ความละเอียดสูงสุด 3 แสน หรือ 640 x 480 พิกเซล ตามด้วยขนาดเท่าหน้าจอที่ 176 x 220 พิกเซล ซึ่งคาดว่าน่าจะเอามาทำเป็นวอลเปเปอร์ที่หน้าจอหลัก นอกจากนี้ ลูกเล่นในการเปลี่ยนเอฟเฟ็คของมันยังมีหลายแบบตั้งแต่ Gray / Antique / Cool / Moonlight / Reverse / Warm และการเปลี่ยนคุณภาพของรูปถ่าย 3 ระดับ การปรับ ความสว่าง 5 ระดับ การใส่กรอบสติ๊กเกอร์ 4 แบบ การซูม 4 ระดับ ที่ความละเอียดต่ำ การถ่ายรูปบุคคล และ Quick Photo
ที่น่าแปลกใจคือกล้องดิจิตอลของรุ่นนี้จะให้ภาพผ่าน Viewfinder ที่เกินความเป็นจริง เหมือนกับว่ามันถูกซูมเข้ามามาก ทั้งที่เรา ซูมออกจนสุดแล้ว อีกทั้งเวลาถ่ายรูปเพื่อนำมาใส่สมุดโทรศัพท์ก็ต้องใช้โหมด Portrait เท่านั้น ซึ่งอย่างที่บอกไปแล้วว่าถ่ายได้ยาก ยิ่งเป็นแบบ Portrait ภาพจะยิ่งเล็ก เลยพาลให้ถ่ายแล้วประหลาดเข้าไปใหญ่
ไม่เพียงถ่ายภาพนิ่งได้เท่านั้น ภาพเคลื่อนไหวก็ยังไม่พลาด โดยเราสามารถถ่ายได้เป็นเวลาสั้นๆ และมีข้อแม้ว่าจะไม่สามารถ บันทึกเสียงได้ครับ นอกนั้น เรายังปรับคุณภาพของมัน ปรับความสว่าง 5 ระดับ และปรับความเร็วในการถ่าย 3 ระดับได้ ส่วนที่เยี่ยมยอดคือ คุณภาพของคลิปอยู่ในระดับที่ดีมาก ความคมชัดสูงสุดๆ
ส่วนคุณภาพของรูปถ่ายนั้นผมยังไม่สามารถทดสอบได้ เนื่องจากรุ่นนี้ไม่มีสายดาต้ามาให้ อีกทั้งอินฟราเรดก็ไม่มี ทำให้การส่งภาพ ออกมาจากเครื่องทำได้เพียง MMS ทางเดียวเท่านั้น แต่เท่าที่ดูผ่านจอแสดงผลของเครื่องนั้น ผมคิดว่าทำได้แต่ระดับกลางๆ ไม่หวือหวาเหมือนคลิปวิดีโอแน่นอน
Voice Recorder
ที่ต้องแยกหัวข้อนี้ออกมาพูดเป็นเพราะว่าเราสามารถอัดเสียงปกติ และอัดเสียงให้เป็นเสียงเรียกเข้าได้ โดยหากเราเอามาอัดเสียง ธรรมดาจะอัดได้ที่ความยาว 150 วินาที แต่เราไม่สามารถใช้อัดเสียงสนทนาได้ครับ ส่วนการอัดเสียงมาทำริงโทนแบบทรูโทน จะทำได้ที่ความยาว 60 วินาที และเสียงที่เล่นได้จะถูกส่งผ่านออกมาจากลำโพงด้านหลังเครื่อง ซึ่งให้ความชัดเจนและใสดีครับ
Multi-Field Phonebook
น่าแปลกที่เครื่องจะไม่แสดงรูปผู้โทรเข้าที่จอด้านนอก ทั้งที่เราสามารถกำหนดรูปให้แต่ละรายชื่อได้ก็ตาม แต่อย่างไรก็ดี iDEA 802 ยังรองรับการใช้สมุดโทรศัพท์แบบมัลติฟีลด์ เพื่อให้เราใส่รายละเอียดได้อย่างครบถ้วนในแต่ละรายชื่อ โดยจะถูกแบ่งออก โดยไอคอนขนาดเล็กแสดงผลแทนเบอร์นั้นๆ เท่าที่ดูจะใส่ได้ดังนี้ เบอร์บ้าน มือถือ ที่ทำงาน ทั่วไป อีเมล์ และโน้ตย่อ หากเราต้องการเปลี่ยนเสียงเรียกเข้าให้แต่ละเบอร์ เราจะต้องเพิ่มรายชื่อเข้าไปในกลุ่มก่อน ซึ่งกลุ่มทั้งหมดจะมีอยู่ 5 กลุ่มด้วยกัน นอกจากนี้ ในตัวเครื่องยังเก็บเบอร์ได้ถึง 500 รายการ ซึ่งหมายถึงว่าเก็บรายละเอียดได้ถึง 3,000 ชนิด (500 x 6 ฟีลด์) นอกนั้นการตั้งโทรด่วน และการค้นหาโดยกลุ่มก็มีให้ทั้งหมด
ผมล่ะชอบรายการโทรแบบที่บอกเวลาการใช้สายในแต่ละเบอร์เสียจริง เพราะเราสามารถกดดูได้เลยว่า เราโทรไปหาคนนี้เป็น เวลานานเท่าไร ทำให้คำนวณค่าใช้จ่ายได้ง่ายครับ ไม่เพียงเท่านั้น หากเราโทรเบอร์นั้นซ้ำบ่อยๆ มันยังเก็บเวลาไว้ให้ทั้งหมด คิดดูแล้วมันก็ฉลาดเหมือนันนะเนี่ย
นอกจากนั้น iDEA 802 ยังมาพร้อมกับความสามารถในการสกรีนเบอร์ที่เราไม่ต้องการรับ เพียงแต่เข้ายัง Setting > Call setting > Ejected calls แล้วใส่รหัสเครื่องก่อน จากนั้นก็เพิ่มเบอร์ที่ไม่ต้องการรับเข้าไปในรายการ หากเบอร์นั้นโทรมา จะได้ยินเป็นเสียงสายไม่ว่างทันที (ทดสอบด้วยการใส่ซิมออเร้นจ์ไปในเครื่อง iDEA 802 แล้วใช้ AIS GSM โทรเข้า)
Organizer & Tools
ไม่น่าประทับใจเอาเสียเลยสำหรับออแกไนเซอร์ของรุ่นนี้ เพราะมีเพียงปฏิทินรายเดือนที่ใส่นัดหมายแบบแสนจะง่าย และก็ตั้งเตือนไม่ได้ นอกนั้นจะเป็นนาฬิกาปลุกแบบตั้งซ้ำให้เตือนทุกวัน หรือตั้งซ้ำเฉพาะวันก็ได้ แล้วยังมีนาฬิกาแสดงเวลาโลก เครื่องคิดเลข และปฏิทินทางจันทรคติเท่านั้นเอง
Messaging System
การใช้งานระบบข้อความของรุ่นนี้จะมีทั้ง SMS และ MMS โดยเราสามารถเก็บข้อความสั้นไว้ในเครื่อง 50 ข้อความ นอกนั้นจะเป็นลูกเล่นทางการเลือกเก็บข้อความที่เข้ามาไว้ในเครื่องหรือซิมการ์ด การเพิ่มคำลงในดิคชันนารี ส่วน MMS จะมีการใส่ภาพ เสียง รูปถ่าย และสร้างสไลด์ เข้าไปกับข้อความ โดยให้เราพรีวิวก่อนส่งได้ด้วย
Games
เกมที่ติดตั้งมากับเครื่องไม่ได้เป็นแบบจาวา และเครื่องก็ไม่รองรับ ทำให้เราไม่สามารถโหลดเกมมาเพิ่มได้ หากจะเล่นเกม ก็มีแค่ในเครื่อง 2 เกม อันแรกเป็น Tetris เกมโบราณ แต่เล่นได้เรื่อยๆ อีกอันเป็นเกม Jumper ที่เราจะเป็นลูกบอล ต้องโดดขึ้นไป ยังด้านบนให้สุดจึงจะชนะ และทั้งสองเกมนี้ เราสามารถเปิดปิดเสียง และแบ๊คไลท์ได้ครับ
Conn ectivity
ทางเดียวในการเชื่อมต่อของ iDEA 802 คือ ผ่านเครือบ่าย GPRS ซึ่งในตัวเครื่องจะมี WAP 1.2.1 และ GPRS Class 8 ให้เราใช้งานครับ และผมเองไม่แน่ใจว่าทางไอโมบายจะนำสายดาต้ามาวางขายหรือเปล่า หากเราต้องการเอารูปถ่ายออกมา จากเครื่องโดยไม่มีสายที่ว่า คงจะทำได้ลำบากพอตัวครับ
Final Opinion & Conclusion
ว่ากันด้วยข้อเสียเป็นอันดับแรก ซึ่งผมคิดว่ามีเยอะอยู่พอประมาณเลย สิ่งที่ขาดหายไปหลายอย่าง และสิ่งที่มีอยู่ก็ไม่สุดยอด อย่างกล้องดิจิตอลก็มีลูกเล่นไม่มาก การถ่ายวิดีโอก็ทำได้เพียงครู่เดียว การใช้ MP3 เป็นเสียงเรียกเข้าไม่ได้ สมุดโทรศัพท์ ก็ไม่แสดงรูปผู้โทรเข้า ฯลฯ ผมจึงไม่อยากอธิบายไปมากกว่านี้ แต่สิ่งสำคัญที่ผู้ใช้ควรจะคำนึงถึงในการตัดสินใจซื้อรุ่นนี้คือ การดีไซน์แบบประหยัดค่าวัสดุ ฟังดูเหมือนไม่ดี แต่ผมหมายความว่าความบางของเครื่องที่อยู่ในขั้นสุดยอด อีกทั้งหน้าจอหลัก ที่มีขนาดใหญ่เต็มตา แสดงผลได้ดีเข้าขั้น สร้างจุดขายให้กับรุ่นได้เป็นอย่างดี แล้วยังมีเสียงเรียกเข้าแบบโพลีโฟนิคที่ดังมาก ทั้งใสอีกด้วย ทำให้คอนเซปท์ของรุ่นนี้คือ จอสวยเสียงเพราะอย่างไม่ต้องสงสัย ด้วยเหตุนี้เอง ผมจึงคิดว่ามือถือรุ่นนี้น่าจะเหมาะ กับคุณผู้หญิงที่ไม่ต้องการพกพาเครื่องแบบมหึมาไปกับกระเป๋าถือใบเล็กของคุณ อีกทั้งคุณจะต้องเป็นคนที่ชอบแฟชั่นอยู่เป็นนิจ เหมือนกันครับ
|
|
|
|
หน้าจอขณะแสตนด์บาย |
ตัวหนังสือแสดงเมนู
ขนาดใหญ่
|
วอลเปเปอร์ของ FTV
ในเครื่อง |
ใส่กรอบสติ๊กเกอร์
ตอนถ่ายรูป
|
|
|
|
|
อัดเสียงมาทำเป็นริงโทน |
|
แสดงปฏิทินรายเดือน |
|
Strength
- ดีไซน์แบบบางเฉียบ
- หน้าจอหลักขนาดใหญ่
- เสียงเรียกเข้าโพลีโฟนิคสุดดัง
- อัดเสียงมาทำเป็นริงโทน
- กล้องดิจิตอลความละเอียดสามแสนพิกเซล
|
Weakness
- ปุ่มกดแบนราบทำให้กดได้ยาก
- ถ่ายวิดีโอพร้อมเสียงไม่ได้
- ออแกไนเซอร์ไม่มีประสิทธิภาพ
- สมุดโทรศัพท์ไม่แสดงรูปผู้โทรเข้า
- ไม่มีอินฟราเรด
|
|