i-mobile 200 - ไอ-โมบาย
เห็นมือถือทรงแท่งตัวขาวๆ อวบๆ ผิวด้านแบบนี้ ทำให้ผมนึกถึงโทรศัพท์จากซีเมนส์จอขาวดำตัวนึงที่เคยใช้สมัยก่อนเลย และตัวนั้นก็เป็นที่โปรดปรานของผมมากซะด้วย ด้วยเหตุผลอันนี้เองทำให้ผมประทับใจไอโมบาย 200 ไปด้วย ส่วนใครจะไม่ชอบเหมือนกับผมก็ไม่มีปัญหานะ
สัดส่วนภายนอก
ปุ่มกดทั้งหมดที่ด้านหน้ามีหน้าตาเหมือนแคปซูล สวยหรือเปล่าไม่รู้ แต่มันทำมาจากยางแข็งๆ เคลือบด้วยสีเงิน และก็กดได้สบายไร้ปัญหา ปุ่มพิเศษที่ทำงานร่วมกับคีย์แพดนี้ก็คือ ปุ่มดอกจันที่ใช้เปลี่ยนโพรไฟล์เป็นมีตติ้งได้ และสำหรับปุ่มสี่เหลี่ยมนั้นจะไว้สำหรับการล็อคปุ่มกด แค่เพียงกดแช่ไว้ก็ใช้งานได้แล้ว
ถึงแม้ราคาของมันจะไม่ถึงสองพันบาท แต่ทว่าการประกอบทำได้ดีเหลือเชื่อ คิดว่าเมื่อเครื่องมีอายุมากขึ้นก็ไม่น่ามีปัญหาเรื่องเสียงก๊อกแก๊กที่จะเกิดขึ้น สิ่งที่จะพบได้คงเป็นเรื่องเครื่องเลอะมากกว่า เพราะผิวแบบนี้โดนอะไรนิดหน่อยก็เลอะแล้ว ยิ่งพวกดินสอหรือปากกานี่อย่าให้เข้าใกล้เป็นอันขาด ผมเตือนแล้วนะ
เมื่อพลิกดูอวัยวะต่างๆ ของไอโมบาย 200 จะพบกับรูร้อยสายที่ด้านบน รูเสียบหูฟังที่ด้านล่าง หัวต่อสายชาร์จและสายดาต้าที่เป็นมินิยูเอสบี ส่วนด้านขวาไม่เห็นอะไร หันมาดูต่อที่ด้านหลัง เลนส์กล้องคือสิ่งที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด แต่ก็ไม่มีตัวช่วยในการถ่ายภาพอย่างกระจกเงาหรือแฟลชให้เห็น ก็แหม ตัวละพันเก้าจะเอาอะไรมากมายล่ะครับท่าน ต่ำลงไปเป็นฝาครอบแบตเตอรี่ที่ใช้ตัวล็อคแบบเลื่อนซึ่งก็ดูแข็งแรงดี
ใครเลยจะรู้ว่า 200 ใส่เมมโมรี่ การ์ดได้ด้วย เพียงแต่มันไปอยู่ด้านหลังแบตเตอรี่ ทำให้ต้องปิดเครื่องก่อน แต่เมื่อเหลียวไปมองราคาของมันอีกครั้ง ก็นึกได้ว่าดีแค่ไหนแล้วที่ใส่การ์ดได้ อย่าเรียกร้องอะไรอีกเลย
ชำแหละเครื่องใน
อุตส่าห์จ้างหมอโอ๊คมาเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับรุ่น แสดงว่าไอโมบายตัวนี้ต้องมีอะไรดีพอสมควร ทั้งที่เป็นเครื่องราคาถูกที่เกือบจะถูกที่สุดด้วยซ้ำ ถ้าใครได้ดูสปอตโฆษณาไปบ้างแล้ว จะรู้ว่า 200 มีเครื่องเล่นเพลงเอ็มพี 3 แต่ด้วยหน่วยความจำแค่ 88 กิโลไบต์คงไม่มีประโยชน์อะไร ดังนั้น มือถือขาวจั๊วะจึงรองรับการใส่การ์ดไมโครเอสดีดังที่ได้บอกไปแล้ว ผมลองกับการ์ดขนาด 1 กิ๊ก ก็ไม่พบปัญหาอะไร อย่างไรก่อนจะซื้อรุ่นนี้ ต้องไม่ลืมที่จะบวกค่าใช้จ่ายในการซื้อการ์ดเพิ่มด้วยนะ
นอกจากจะฟังเพลงแบบดิจิตอลผ่านเครื่องเล่นได้แล้ว ผู้ใช้ยังรื่นเริงกับดนตรีผ่านวิทยุเอฟเอ็มได้เช่นเดียวกัน เราคงไม่ได้เห็นฟังก์ชั่นอย่างการอัดเสียงจากวิทยุเอฟเอ็ม แต่อย่างน้อย เราก็ฟังเพลงเป็นแบ็คกราวนด์ได้เหมือนสมาร์ทโฟนตัวละสองหมื่น นอกนั้นเป็นพวกการบันทึกช่องสัญญาณ ฯลฯ
กล้องเป็นอีกหนึ่งความสามารถที่ได้รับการโปรโมต ถ้าเราไม่ใส่การ์ดลงไปในเครื่อง มันจะไม่ยอมให้ถ่ายภาพขนาด 3 แสนพิกเซล เนื่องจากว่าหน่วยความจำในตัวมีน้อยเกินไป อย่างไรก็ดี เรายังจะได้เห็นการปรับตั้งค่าภายใน แถมมีลูกเล่นของการแสตมป์เวลาที่ถ่ายลงบนภาพซะด้วย
คงเป็นเรื่องน่ารำคาญที่เวลาเปลี่ยนโทรศัพท์ที ต้องหาสายดาต้าใหม่อยู่ตลอด ไอโมบายเลยจัดช่องเสียบดาต้า เคเบิ้ลแบบมินิยูเอสบีให้เลย ทีนี้เราก็เอาสายของกล้อง การ์ด รีดเดอร์ หรืออุปกรณ์อื่นที่ใช้สายแบบเดียวกันกับ 200 มาเสียบแทนกันได้ เช่นเดียวกับอแดปเตอร์สำหรับชาร์จไฟด้วยนะ เลือกเอาที่มีกระแสไม่เกิน 550 มิลลิแอมป์ก็พอไหว แต่อย่าไปเอาของพวกพีดีเอโฟนมาใช้นะ เดี๋ยวแบตเจ๊งไม่รู้ด้วย
ส่วนเติมเต็มของไอโมบายตัวนี้เป็นพวกระบบสะกดคำภาษาไทย สมุดโทรศัพท์ที่ใส่รายละเอียดได้หลายรูปแบบ และเครื่องมือยิบย่อยอื่นๆ อีกมากตามประสามือถือเฮ้าส์แบรนด์จากค่ายนี้
กูรูฟันธง
บอกได้คำเดียวว่าโคตรคุ้ม จ่ายไปสองพันเหลือทอนสิบบาทแบบนี้ ถ้าเอาไปซื้อมือถือแบรนด์เนมรับรองว่าไม่มีเครื่องเล่นเอ็มพีสาม ไม่มีกล้อง ไม่มีวิทยุเอฟเอ็มให้ทั้งหมดนี้หรอก ถ้าคุณเป็นคนมีงบไม่มากสำหรับเรื่องเทคโนโลยี 200 น่าจะเหมาะกับคุณเหมือนขี้กับแมลงวัน เอ้ย กาแฟกับคอฟฟี่เมตอย่างไรก็อย่างนั้น ในยุคสมัยนี้ที่ต้องประหยัด ดูเหมือนมือถือโออีเอ็มเหล่านี้ก็เป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อยเลยล่ะเนอะ
ข้อดี
- จอแสดงผลหกหมื่นกว่าสี
- เสียงเรียกเข้าแบบเอ็มพีสาม
- เพิ่มหน่วยความจำภายนอกได้
- กล้องดิจิตอล 3 แสนพิกเซล
- ใช้สายดาต้าที่เป็นหัวมินิยูเอสบีเชื่อมต่อ
- ฟังเพลงผ่านเครื่องเล่นหรือวิทยุเอฟเอ็ม
- เสียงสนทนาคมและใสดีเยี่ยม
ข้อเสีย
- ช่องเสียบการ์ดดันอยู่ด้านใน
- ตัวเลขขณะโทรออกวิ่งไปวิ่งมา มองเห็นได้ลำบาก
- ไม่มีเครื่องอัดเสียงได้ยังไง
|