i-care Kids Phone - ไอ-แคร์
ด้วยความที่ไอแคร์เป็นโทรศัพท์เด็ก
ผมจะขอหลีกเลี่ยงถ้อยคำที่ก้าวร้าวในบทความอันนี้ ไม่ให้เหมือนกับที่ผ่านมา
เหตุว่าเผื่อมีเด็กมาอ่านเข้า จะได้ไม่เสียเด็กครับ
(หุหุ ล้อเล่นน่า) คราวก่อนโน้นเราเคยนำเสนอโทรศัพท์เด็กมาแล้วครั้งหนึ่ง
ตอนนั้นยังไม่มีคนให้ความสนใจสักเท่าไหร่เลย ทว่าเที่ยวนี้ผมเห็นใครก็เอามาขึ้นเว็บเต็มไปหมด
อาจจะเป็นเพราะเป็นเทเลวิซที่นำเข้ามาขายเอง
คาดว่าน่าจะจับตลาดได้กลุ่มนึงล่ะนะ
ด้านหลังแบตระบุเอาไว้ว่ารุ่นนี้มีค่าเอสเออาร์
(SAR Value) อยู่เพียง 0.162 วัตต์ต่อกิโลกรัม ซึ่งถือว่าน้อยมากๆ เมื่อเทียบกับมือถือที่เราใช้อยู่ทุกวันนี้
ตรงนี้เองผู้ผลิตค่อนข้างให้ความสำคัญ
เนื่องจากเป็นโทรศัพท์เด็กก็ควรจะดูแลให้ดีเป็นพิเศษนั่นเอง นอกจากนี้แล้ว
ยังมีการหลีกเลี่ยงการถือคุยแบบแนบหูโดยตรงอีกด้วยโดยการใช้หูฟัง แม้ในกล่องจะไม่ได้แถมมาให้
แต่คงหาซื้อได้ไม่ยากหรอกครับ
หน้าตาของรุ่นนี้รู้สึกว่าน่ารักกว่าตัวก่อนที่ผมได้ทดสอบ
เพราะเอาหมีมาเป็นตัวชูโรง เด็กที่ไหนก็คงชื่นชอบด้วยกันทั้งนั้น และก็อดนึกถึงเมื่อก่อนไม่ได้
ตอนผมยังเด็กยังเล่นโทรศัพท์แก้วน้ำเจาะรูแล้วผูกเชือกอยู่เลย
เดี๋ยวนี้กลายเป็นสี่ห้าขวบเริ่มใช้มือถือกันแล้ว เข้าเรื่องดีกว่านะ
ด้านหน้าของมันเราคงได้เห็นกันไปแล้วตามรูปอธิบายส่วนประกอบ ซึ่งลดจำนวนปุ่มให้น้อยลงเพื่อการใช้งานที่สะดวกและไม่ซับซ้อนเหมาะกับเด็กน้อยเป็นที่สุดเลย
ข้อเสียนิดหน่อยที่อยากให้ทราบกันเอาไว้เห็นจะเป็นตรงปุ่มกดทั้งหลายจะทำมาจากยาง
ซึ่งแน่นอนว่าเป็นสีขาวด้วยทำให้ให้เลอะง่ายเข้าไปใหญ่ คงต้องคอยเช็ดและหมั่นทำความสะอาดให้บ่อยครั้งขึ้นเพื่อคนที่คุณรักยังไงล่ะครับ
แยกชิ้นส่วนชำแหละ
การนำเสนออาจจะแตกต่างจากโทรศัพท์ปกติทั่วไป เพื่อให้เข้าใจง่ายมากยิ่งขึ้นประการหนึ่ง
และผมคงไม่ต้องมาสาธยายถึงความละเอียดกล้องว่าคมแค่ไหน จอสดไหม
หรือเพิ่มการ์ดหน่วยความจำได้หรือเปล่า เพราะว่านี่เป็นโทรศัพท์เพื่อเด็กอย่างแท้จริงครับ
การโทรออกด้วยปุ่มโทรด่วนทั้งสี่และส่งข้อความขอความช่วยเหลือ
(SOS) ไปยังเบอร์ที่เราตั้งเอาไว้ถือเป็นฟังก์ชั่นหลักของเครื่อง แต่จะโทรออกยังไงล่ะในเมื่อไม่มีตัวเลขให้เห็นสักตัว
การเซ็ทเบอร์โทรด่วนในแต่ละปุ่มทำในรูปแบบเดียวกันคือ
ใช้โทรศัพท์ต้นทางที่มีจอแสดงผลส่งข้อความที่แนบเบอร์มาด้วยมายังโทรศัพท์ไอแคร์ของเรา
แล้วเครื่องจะทำการบันทึกเบอร์นั้นเอาไว้ จากนั้นจะส่งเอสเอ็มเอสยืนยันกลับไปให้ทราบอีกที
อีกส่วนนึงที่เป็นการขอความช่วยเหลือฉุกเฉินจะทำได้โดยกดปุ่มเอสโอเอสสองปุ่มด้านข้างคู่กัน
เครื่องปลายทางจะได้รับข้อความที่เราตั้งเอาไว้แต่แรกทันที
นอกจากนี้แล้ว เมื่อเราส่งข้อความฉุกเฉินไปให้ผู้ปกครอง ตัวเครื่องจะทำการโทรออกให้โดยอัตโนมัติ
และเครื่องปลายทางก็จะได้ยินทันทีว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น
เผื่อกรณีที่ลูกๆ ของคุณเกิดไม่สบายขึ้นมาหรือได้รับอุบัติเหตุจะได้ไปช่วยเหลือได้ทันท่วงที
นับว่าเป็นพ่อและแม่ที่เอาใจใส่ดีจริงๆ น่านับถือ
การโทรออกอัตโนมัติยังอำนวยความสะดวกให้อีกทางหนึ่งคือ
เราสามารถตั้งเอาไว้ว่าถ้าเราส่งข้อความนี้เข้าเครื่องไอแคร์ เครื่องจะทำการโทรออกกลับมาโดยทันที
แต่จะปิดการทำงานของลำโพง
พ่อแม่ก็จะได้ยินเสียงที่ปลายทางเพียงฝ่ายเดียว จึงไม่สามารถสนทนาได้
แต่ก็รับรู้การเคลื่อนไหวของลูกๆ ได้ทุกย่างก้าวทีเดียวเชียว
ในกรณีที่กลัวว่าลูกของคุณจะไม่ได้ยินสัญญาณเสียงที่โทรเข้ามา
ไอแคร์ยังมีระบบสั่นเพื่อช่วยให้เตือนให้รู้ตัวอีกด้วย แถมการปรับระดับเสียงริงโทนก็ช่วยได้อีกทางหนึ่งเช่นเดียวกัน
กูรูฟันธง
ท่านใดที่เป็นห่วงลูกน้อยของคุณเหลือเกินว่าจะเป็นอยู่อย่างไรเมื่อเขาไปโรงเรียนหรือต้องอยู่ห่างไกลกัน
เงินไม่กี่บาทถ้าซื้อความสบายใจของท่านได้ ผมว่าก็คุ้มค่าอยู่ไม่น้อย
เปรียบกับการให้ไอแคร์ตัวนี้เป็นเครื่องส่งสัญญาณ และเครื่องมือสื่อสารระหว่างผู้ปกครองและเด็กได้อย่างสะดวกสบายและปลอดภัย
ด้วยวัสดุที่ทำมาอย่างดี ทนทานต่อการตกหล่นได้พอสมควร ถือว่าเหมาะสมกับเด็กเป็นอย่างมากครับ
นี่ถ้ามีลูกผมก็กะว่าจะซื้อให้ใช้อยู่เหมือนกัน ติดว่ายังไม่ได้แต่งงานเลยนี่สิ
ขอตัวไปหาแฟนก่อนนะ บ๊ายบาย
คุณสมบัติของ ไอแคร์ คิดส์ โฟน
รองรับย่าน 4 ย่านความถี่
ขนาดตัวเครื่อง 97.5 x 62 x 28 มิลลิเมตร
น้ำหนัก 80 กรัม
แบตเตอรี่ลิเธียม ไอออน 600 มิลลิแอมป์
ระยะเวลาสแตนด์บาย 100 ชั่วโมง
ระยะเวลาสนทนาต่อเนื่อง 90 นาที
ค่าเอสเออาร์ 0.162 วัตต์ต่อกิโลกรัม |