HTC P3400 - เฮชทีซี
ไม่ยาก ถ้าคุณฝันอยากเป็นเจ้าของ อ่าว เฮ่ย นั่นมันสโลแกนของ U700 จากซัมซุงนี่หว่า อันที่จริง P3400 ก็เข้าข่ายพีดีเอโฟนที่คุณหามาครอบครองได้ไม่ยากเหมือนกันนะ เพราะว่าค่าตัวของมันอยู่ราวๆ 12,xxx บาท เท่านั้น แล้วคุณคิดหรือเปล่าครับว่าเอชทีซีจะใส่เครื่องในอะไรมาให้บ้าง?
สัดส่วนภายนอก
เอาตามความคิดเห็นของผม ผมว่าพีดีเอโฟนตัวนี้ดูดีอยู่เหมือนกันนะ ถ้าเทียบกับรุ่นราคาถูกเหมือนกันอย่างพวกยี่ห้อกิกะไบต์หรือมีโอบางรุ่น P3400 หน้าตาดี เหมาะไปประกวดหนุ่มสาวดัชชี่มากกว่า
ขนาดตัวของมันไม่ใหญ่จนเกินไป จริงแล้วจัดว่าเป็นพ็อกเก็ตพีซีโฟนขนาดเล็กก็ยังได้ แต่อย่างไรก็ตาม พื้นที่สำหรับการแสดงผลไม่ได้ย่อส่วนลงเลย เรายังได้จอ 2.8 นิ้วตามมาตรฐาน เหนือจออันนี้จะเป็นช่องลำโพงสำหรับสนทนาที่ล้อมไว้ด้วยไฟกะพริบสองดวง ส่วนใต้จอนั้นเป็นปุ่มแบบเดิมๆ ที่เราเคยเห็นกัน ติดเพียงแค่ว่าแบ็คไลท์จะมีให้เพียงปุ่มรับสายและวางสายเท่านั้น พอมืดหน่อยก็ต้องจิ้มจอเอาอย่างเดียว
ตัดมาที่ด้านขวาของเครื่องบ้าง ในส่วนนี้เป็นส่วนของรูเสียบปากกาสไตลัสขนาดเล็กที่อยู่มุมบนโน่น ไล่ลงมาเป็นชัตเตอร์ ลงมาอีกนิดเป็นปุ่มรับคำสั่งเสียงของว้อยซ์ สปีด ไดอัล ซึ่งเมื่อกดค้างเอาไว้จะกลายเป็นการอัดเสียงผ่านโน้ตแทน และมุมล่างสุดจะมีรูร้อยสายมาให้ ส่วนด้านซ้ายมีเพียงปุ่มปรับระดับเสียงเท่านั้น ด้านล่างของ P3400 เป็นมินิยูเอสบี พอร์ตที่รองรับทั้งสายทุกชนิด ไม่เว้นแม้แต่หูฟัง แล้วยังมีรูรีเซ็ตกับไมโครโฟนอีกด้วย ในขณะเดียวกัน ด้านบนเป็นตำแหน่งของปุ่มเปิดปิดเครื่องที่เยื้องออกไปทางซ้าย และช่องเสียบเอสดี การ์ด ส่วนแผ่นหลังมีเพียงเลนส์กล้องเพียวๆ บวกกับฝาครอบแบตเตอรี่ด้านล่างแค่นั้น
ชำแหละเครื่องใน
อย่างที่บอกว่าแหละครับว่าราคาถูกลง ความสามารถย่อมโดนสับทิ้งเช่นเดียวกัน ฟังก์ชั่นที่ผมคิดว่าจำเป็นในโทรศัพท์หรือพีดีเอโฟนระดับนี้คือ การเชื่อมต่อด้วยไวไฟ น่าเสียดายว่า P3400 ไม่รองรับการทำงานตรงนี้ แต่ทว่าเรายังดิ้นเอาตัวรอดไปได้โดยการซื้อการ์ดไวไฟที่ใส่ในสล็อตเสียบเอสดีการ์ด (SDIO) มาใช้แทนได้ นอกนั้นมีมาให้ครบทั้งบลูทูธ (เอทูดีพี) เอดจ์ และสายดาต้า
พีดีเอโฟนจากค่ายเอชทีซีตัวนี้ยังใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ โมบาย 5 อยู่ ทั้งที่รุ่นใหม่พัฒนาไปเป็นเวอร์ชั่น 6 หมดแล้ว หรือถ้าใครไม่สนโอเอสตัวใหม่ก็ไม่เป็นไร เพราะแอพพลิเคชั่นที่จะนำมาติดตั้งเพิ่มภายหลังมีให้มากมายเท่าๆ กันอยู่แล้ว บางตัวเอาของเก่ามาลงได้ด้วยซ้ำ
ถ้าเทียบกับเอชทีซี ทัชที่มีราคาเกือบสองหมื่นแล้ว P3400 ไม่ได้เป็นรองด้านการถ่ายภาพซักนิด เพราะความละเอียดของกล้องคือ 2 ล้านพิกเซล แถมเรโซลูชั่นของกล้องวิดีโอยังเท่ากันอีก สรุปแล้วมันไม่ได้ต่างกันเลยแหละ ส่วนเรื่องคุณภาพของรูปนี่อย่าใส่ใจมากนัก เพราะว่าพีดีเอโฟนหวังอะไรไม่ค่อยได้อยู่แล้ว
พูดถึงซอฟต์แวร์ในเครื่องกันหน่อย เมื่อเปิดมาหน้าแรกตรงทูเดย์ สกรีน เราจะพบเมนูอยู่อันที่เขียนว่า มีเดีย ครับ เอ้ย มีเดีย ฮับ (Media Hub) ซึ่งหมายความว่าเป็นแหล่งรวมของมัลติมีเดียทุกชนิดในเครื่อง ข้างในจะมีเมนูออดิโอ แมเนเจอร์สำหรับเล่นเพลงแทนวินโดวส์ มีเดีย เพลเยอร์ รวมทั้งการแยกเพลงออกจากกันด้วยไอดีแท็ก ถัดมาเป็นมาย โฟโต้ มาย วิดีโอ และออดิโอ บูสเตอร์สำหรับการปรับค่าของเสียงเพลง
เมื่อกดเข้าไปดูในข้อมูลเครื่องแล้ว เราจะเห็นว่า P3400 ยังใช้ซีพียูตัวเดียวกับพวก 818 Pro และ Touch อยู่ โดยหน่วยประมวลผลอันนี้มีความเร็ว 200 เมกะเฮิร์ตซ์ และมีรอมกับแรมเท่ากันอีกด้วย เพราะฉะนั้น ในรายละเอียดหลักๆ แล้วถือว่าสองรุ่นนั้นแทบไม่มีความแตกต่างกับน้องพีเลย ต่างกันแค่ระบบปฏิบัติการและหน้าตา รวมถึงดีไซน์ที่พี่ทัชโดนใจผู้ใช้มากกว่า เอชทีซีเลยอัพราคาเล่นได้ซะงั้น
กูรูฟันธง
ผมไม่ได้ไปเดินฟอร์จูนกับพันธุ์ทิพย์มาระยะหนึ่งแล้ว เลยไม่แน่ใจว่า 818 Pro ยังมีขายหรือเปล่า ถ้าดูผ่านหน้าเว็บไซต์จะเห็นว่าสองรุ่นนี้ขายที่ราคาเท่ากัน แต่รุ่นเก่าดันมีไวไฟมาให้ด้วย ขาดก็แค่ความสดที่ P3400 ต้องมีมากกว่าแน่ ใครรักใครชอบตัวไหนเลือกซื้อได้เลย เพราะทั้งสองรุ่นเป็นพีดีเอโฟนราคาประหยัดที่เหมาะสำหรับคนงบน้อยเป็นอย่างยิ่ง
ข้อดี
- จอแสดงผล 2.8 นิ้ว
- กล้องดิจิตอล 2 เมกะพิกเซล
- การเชื่อมต่อมีทั้งเอดจ์และบลูทูธ
- เพิ่มหน่วยความจำด้วยเอสดี การ์ด
- เป็นพีดีเอโฟนราคาถูก คุ้มค่า
- มีซอฟต์แวร์สำหรับจัดการด้านมัลติมีเดีย
ข้อเสีย
- ไม่มีไวไฟ
- ไฟแบ็คไลท์ของปุ่มด้านล่างมีมาไม่ครบ
- ไม่มีอินฟราเรด
- ปากกาสไตลัสขนาดเล็ก หลุดมือเป็นประจำ
|