|
Physical Overview
จอแสดงผลของ EZIO E800 ถูกวางในแนวนอน แต่ก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกใช้งานติดขัดแต่อย่างใด หากใช้ดูคลิปวิดีโอก็จะสามารถแสดงผลได้อย่างเต็มจอพอดี ความละเอียดของจอรุ่นนี้อยู่ที่ 160 x 120 พิกเซล 262,144 สี สามารถใช้ภาพเคลื่อนไหวเป็นภาพพื้นหลัง และภาพพักหน้าจอได้ เมนูหลักมีให้เลือกทั้งแบบรายการ หรือแบบตาราง
แผงปุ่มกดทั้งหมดเป็นพลาสติกเงา ตัวหนังสือที่ปรากฏอยู่บนปุ่มเป็นสีขาว เมื่อกระทบกับไฟส่องสว่างสีน้ำเงินที่อยู่ใต้ปุ่มกดทำให้ดูสวยงามมาก แต่ปุ่มกดมีลักษณะแบนราบติดกับตัวเครื่อง ถ้าผู้ใช้มีนิ้วที่มีขนาดใหญ่อาจจะทำให้กดลำบากสักเล็กน้อย ปุ่มกดทั้งสี่ทิศทางสามารถกำหนดให้เป็นปุ่มลัดเข้าสู่เมนูต่างๆ ได้ในเมนูการตั้งค่า ให้ความสะดวกเมื่อต้องใช้เมนูเหล่านั้นบ่อยๆ
ปุ่มปรับระดับเสียงอยู่ที่ด้านข้างซ้ายของตัวเครื่อง ซึ่งสามารถใช้ปรับระดับเสียงต่างๆ ได้ รวมไปถึงการเปิดไฟหน้าจอเพื่อดูนาฬิกา หากกดปุ่มขึ้น หรือลงค้างเอาไว้ประมาณ 2-3 วินาที ก็จะเป็นการเปิดไฟแฟลชที่อยู่ด้านข้างกล้องดิจิตอลใช้เป็นไฟฉาย หากต้องการปิดก็ให้ทำเช่นเดียวกันกับการเปิด
ช่องเสียบสายชาร์จ และสายดาต้าลิงค์อยู่ที่ด้านข้างขวา มีแถบพลาสติกสีดำปิดอยู่ แต่หากเสียบสายดาต้าลิงค์เข้ากับคอมพิวเตอร์ แบตเตอรี่ก็จะถูกชาร์จไปด้วยในตัว ดังนั้นจึงสามารถใช้สายดาต้าลิงค์แทนสายชาร์จได้ แต่ระยะเวลาการชาร์จแบตจะนานกว่าปกติพอสมควร
พอร์ตอินฟราเรดอยู่ที่ด้านข้างขวาเช่นกัน มีลักษณะเป็นแป้นสีดำดูกลมกลืนกับตัวเครื่อง ถัดไปมีปุ่มกล้องดิจิตอล ซึ่งสามารถเข้าสู่การถ่ายภาพได้อย่างรวดเร็วโดยการกดปุ่มลงไปเพียงครั้งเดียว ไม่จำเป็นต้องกดค้างเอาไว้
ด้านหลังมีเลนส์รับภาพกล้องดิจิตอลอยู่ในกรอบสี่เหลี่ยม ซึ่งมีคำว่า Digital Zoom อยู่ด้วย ถัดลงมีหลอดไฟแบบ LED สีขาว ช่วยส่องสว่างให้กับวัตถุที่จะถ่าย แต่ไม่มีกระจกเงาสำหรับส่องถ่ายภาพตัวเอง ซึ่งอาจจะทำให้กะระยะลำบาก
ช่องเสียบการ์ดหน่วยความจำแบบ microSD อยู่ใต้แบตเตอรี่ ดังนั้นหากต้องการถอดเปลี่ยนจึงต้องปิดเครื่อง ถอดฝาหลัง และจึงถอดแบตเตอรี่ออก ก็จะพบกับช่องเสียบการ์ดหน่วยความจำ และช่องใส่ซิมการ์ดอยู่ใกล้ๆ กัน
1.3 Mega Pixel Digital Camera
เลนส์รับภาพที่อยู่ด้านหลังถึงแม้ว่ามันจะดูมีขนาดเล็ก แต่ก็มีเซ็นเซอร์รับภาพที่มีความละเอียดสูงถึง 1.3 ล้านพิกเซลเลยทีเดียว พร้อมกับไฟช่วยส่องสว่างซึ่งจะติดค้างไว้ตลอดเวลาที่ถ่ายภาพ ระยะส่องสว่างประมาณ 1-1.5 เมตร ซูมแบบดิจิตอลได้สูงสุด 4 เท่า สามารถปรับความละเอียดของภาพได้สูงสุด 1280 x 1024 พิกเซล และต่ำสุดที่ 320 x 240 พิกเซล ปรับเพิ่มแสงสว่างได้ตั้งแต่ +4 ไปจนถึง -4 ตั้งเวลาถ่ายภาพได้สูงสุด 15 วินาที ถ่ายภาพต่อเนื่องได้สูงสุด 5 ภาพ การเลือกสภาพแสงก็มีให้เลือกแบบอัตโนมัติ หรือแบบกลางวัน, แสงจากหลอดไฟแบบทังสเตน, ฟลูออเรสเซนต์, หลอดไส้, แสงแบบฟ้าหลัว ปรับโทนสีให้กับภาพได้ 13 แบบ
ส่วนการบันทึกวิดีโอจะต้องเข้าไปที่เมนูมัลติมีเดีย ซึ่งสามารถบันทึกได้นานสูงสุดจนกว่าหน่วยความจำจะเต็ม ซูมภาพขณะถ่ายคลิปวิดีโอได้สูงสุด 2 เท่า ลูกเล่นของกล้องวิดีโอนั้นก็มีให้เลือกเหมือนกับกล้องดิจิตอล รูปแบบของไฟล์วิดีโอก็มีแบบ MPEG4 และ H.263 (.3GP) แต่หากเลือกแบบแรกจะมีคุณภาพดีกว่าเล็กน้อย ไฟล์วิดีโอเลือกเก็บได้ทั้งหน่วยความจำเครื่องขนาด 64 MB หรือหน่วยความจำแบบ microSD ก็ได้
 |
 |
ตัวอย่างรูปถ่าย |
MP3 Music Player
สำหรับเครื่องเล่นไฟล์เพลง MP3 ก็สามารถเลือกเล่นได้ทั้งหน่วยความจำเครื่อง หรือหน่วยความจำ microSD ก็ได้ แต่ถ้าจะให้แสดงรายชื่อ และเล่นเพลงต่อเนื่องกันจากทั้งสองหน่วยความจำพร้อมกันไม่สามารถทำได้ เสียงเพลงจากชุดหูฟังนั้นใสมากทีเดียว แต่หากต้องการฟังผ่านลำโพงของตัวเครื่องก็จะต้องถอดชุดหูฟังออกก่อน การปรับโทนเสียงก็มีให้เลือกแบบ Bass, Dance, Classical, Treble, Party, Pop และ Rock ซึ่งจะให้แบบเสียงแตกต่างกันออกไปนอกจากนี้แล้วยังเล่นเพลงแบบเลือกสุ่มรายการอัตโนมัติ และเล่นซ้ำเมื่อหมดรายการเพลงได้
 |
Bluetooth & Infrared Connectivity
ในเรื่องการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นก็ไม่ได้น้อยหน้าไปกว่ายี่ห้อดังๆ เลย เพราะมีการเชื่อมต่อแบบไร้สายมาให้ทั้งบลูทูธ และอินฟราเรด ซึ่งสามารถรับส่งข้อมูลได้โดยตรงจากเครื่องอื่นๆ ทั้งจากโทรศัพท์มือถือด้วยกันเอง หรือจากคอมพิวเตอร์ และนอกจากนี้ยังใช้ร่วมกับชุดหูฟังบลูทูธได้ด้วยเช่นกัน แต่หากจะใช้บลูทูธรับส่งข้อมูลพร้อมๆ ใช้ชุดหูฟังไม่ได้อย่างแน่นอน
ส่วนการเชื่อมต่อผ่านสายดาต้าลิงค์จะต้องใช้ช่องเสียบร่วมกับสายชาร์จ เมื่อเสียบเข้ากับคอมพิวเตอร์โทรศัพท์ก็จะให้เลือกว่าจะให้เชื่อมต่อเป็นพื้นที่เก็บข้อมูล หรือ PC Sync หากเลือกเป็นพื้นที่เก็บข้อมูล หน่วยความจำทั้งในเครื่อง และใน microSD ก็จะกลายเป็น Removable drive สามารถก็อปปี้ ลบ หรือย้ายข้อมูลไปได้เหมือนกับเป็นแผ่นดิสก์ หากเลือกเป็น PC Sync ก็จะต้องใช้ร่วมกับโปรแกรมของ EZIO ที่จัดมาให้ ระหว่างที่เชื่อมต่อกับพอร์จ USB แบตเตอรี่ก็จะถูกชาร์จไปด้วยอย่างช้าๆ ซึ่งอาจจะใช้เวลานานกว่าปกติ 3-4 เท่า
Organizer
ระบบออร์กาไนเซอร์ของรุ่นนี้ก็คล้ายกับ EZIO รุ่นก่อนๆ มีทั้งปฏิทินแบบรายเดือน ซึ่งสามารถย้อนกลับไปดูปฏิทินได้ตั้งแต่ 1970 ไปจนถึงอนาคตในปี 2030 เลยทีเดียว และยังสามารถบันทึกนัดหมายต่างๆ ลงไปได้ และยังมีโปรแกรมเช็คสุขภาพ สามารถตรวจสอบความอ้วน และคำนวนประจำเดือนของคุณผู้หญิงได้ ส่วนฟังก์ชั่นยิบย่อยก็มีบันทึกรายการสิ่งที่ต้องทำ, นาฬิกาปลุกแบบเลือกวันได้, นาฬิกาเทียบเวลาทั่วโลก, เครื่องคิดเลข, เครื่องแปลงหน่วย, นาฬิกาจับเวลา
Final Opinion & Conclusion
จากที่เคยใช้แต่เครื่องใหญ่ๆ แล้วมาลองพกเจ้า EZIO E800 รู้สึกว่ามันพกพาได้สะดวกดีจริงๆ ทั้งบาง ทั้งเบา จนบางทีต้องคลำกระเป๋าดูว่ามันยังอยู่หรือเปล่า ลูกเล่น และฟังก์ชั่นของตัวเครื่องก็มีมาให้อย่างครบครัน ในเรื่องการเชื่อมต่อก็ได้พัฒนาให้มีทั้งบลูทูธ และอินฟราเรด เรียกว่าไม่น้อยหน้ามือถือแบรนด์ดังๆ ก็แล้วกัน เรื่องราคาคงไม่ต้องจะพูดกันให้เมื่อยตุ้ม เอาเป็นว่าไม่ต้องคิดอะไรมากมาย แค่ 6,990 บาท ได้ลูกเล่นมากมายขนาดนี้ ถอยมาไว้พกติดตัวสักเครื่องไม่เสียดายตังค์แน่นอน
|
|
|
|
หน้าจอแบบแนวนอน |
|
เมนูหลัก
แบบไอคอน 3x3 |
ปรับความเข้ม
ของหน้าจอได้
|
|
|
|
|
เครื่องเล่น MP3 แบบสเตอริโอ |
ตรวจสอบและ
จัดการไฟล์ในเครื่อง |
นาฬิกา
เทียบเวลาทั่วโลก |
|
On Focus ตัวเครื่องที่บาง และเบาเพียง 32.6 กรัม แต่อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีเชื่อมต่อไร้สายบลูทูธ เครื่องเล่น MP3 แบบสเตอริโอ กล้อง1.3 ล้าน ถ่ายวิดีโอได้ ไม่อยากจะเชื่อว่าน้องใหม่อย่าง EZIO ก็มีเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ที่ทันสมัยกับเค้าเหมือนกัน
Strength
- เครื่องบาง และเบามากๆ
- กล้อง 1.3 ล้านพิกเซล ถ่ายวิดีโอได้
- เครื่องเล่น MP3 คุณภาพเสียงดี
- ดูคลิปวิดีโอได้แบบเต็มจอ
- หน่วยความจำ 64 MB และเพิ่ม microSD ได้
-รับส่งข้อมูลไร้สายผ่านบลูทูธ และอินฟราเรด่
|
Weakness
- เสียงเรียกเข้าเบา
- ต้องปิดเครื่องเพื่อถอดหน่วยความจำ
-เล่นเพลงจากหน่วยความจำเครื่องกับ microSD พร้อมกันไม่ได้
|
|