Dopod P800W - ดูพอด
ประการแรกที่ผมประทับใจเมื่อได้สัมผัส P800 โดยที่ยังไม่ได้เปิดเครื่องคือ ขนาดตัวของดูพอดตัวนี้เล็กกว่าพีพีซีโฟนทั่วไป ทั้งมีความบางเพียง 16.8 มิลลิเมตรเท่านั้น เรียกว่าเทคโนโลยีสามารถสร้างสรรค์ขนาดตัวให้มันเล็กลงเรื่อยๆ ได้ และไม่ส่งผลต่อขนาดจอเท่าไหร่
สัดส่วนภายนอก
อย่างที่สองที่ต้องพูดเลยคือ การประกอบและวัสดุ รวมถึงชิ้นงานโดยรอบทำได้อย่างดีเยี่ยม ด้านหน้าตรงชิ้นส่วนรอบๆ จอทำมาจากโลหะ ด้านข้างมีลักษณะคล้ายยางที่จับแล้วติดมือกว่าพลาสติกธรรมดา ส่วนหลังทำมาจากพลาสติกที่มีสีเดียวกับโลหะ ดูแล้วเหมือนกับว่าไม่ได้เป็นวัสดุที่ต่างกันแน่ะ
ทีเด็ดของมันอยู่ตรงวงแหวนด้านล่างนี่แหละ หากไม่ได้ลองกดดูก็คงจะนึกว่าเป็นปุ่มกดสี่ทิศทางเหมือนมือถือทั่วไป แต่ที่ไหนได้ เราสามารถใช้มันเลื่อนเป็นเคอร์เซอร์ได้ในทิศทางขึ้นลง ทว่าสิ่งนี้ยังไม่เจ๋ง พอ เม็ดวงกลมที่อยู่ด้านในสีขาวเป็นเม็ดที่คล้ายลูกกลิ้ง เราสามารถเปิดโปรแกรมเม้าส์ โหมดเพื่อใช้มันเป็นเม้าส์แท้ๆ ได้ หน้าจอจะมีลูกศรขึ้นมาเพื่อใช้ในการเลือกเมนู เพียงกดลงไปตรงกลางเท่านั้นเอง
พอร์ตที่อยู่ด้านล่างจะเห็นได้ว่าไม่ได้เป็นแจ็คแบบเดียวกับสายมินิยูเอสบีมาตรฐาน ทำให้ต้องใช้สายดาต้าของมันเองในการซิ้งค์ข้อมูล แทนที่จะเอาของรุ่นอื่นมาใช้ร่วมได้ แต่อย่างไรก็ตาม จุดนี้เองไม่ได้ถือเป็นปัญหาซักหน่อย แค่อาจจะไม่สะดวกไปบ้างเมื่ออยู่นอกบ้านเท่านั้นเอง
ปุ่มกดที่อยู่ด้านหน้ามีให้เลือกเล่นหลายตัว ทั้งปุ่มมาตรฐานสำหรับพีพีซีโฟนเอง และปุ่มที่เพิ่มขึ้นมาตามฟังก์ชั่นของเครื่อง อย่างปุ่มลัดเข้าโหมดจีพีเอส ปุ่มสตาร์ทแบบในวินโดวส์ หรือปุ่มเข้าไออี เบราเซอร์
ชำแหละเครื่องใน
ฟังก์ชั่นพิเศษสุดของ P800 ที่เหนือกว่ารุ่นอื่นโดยที่ไม่สามารถลงโปรแกรมเพิ่มได้ก็คือ ภาครับสัญญาณจีพีเอสในตัว ซึ่งมันทำงานร่วมกับซอฟท์แวร์ที่ชื่อ แม็ป คิง ในการค้นหาตำแหน่งตัวเครื่อง รวมถึงแสดงแผนที่ และเส้นทางในกรุงเทพทั้งหมด ผมมีโอกาสได้ลองเล่นเหมือนกัน พบว่ามันทำงานได้จริง นี่ก็หวังไว้ว่าวันนึงคงจะได้ซื้อมาใช้เหมือนกัน เพราะหลงทางบ่อยเหลือเกิน แหะๆ
นอกจากนี้ ไวไฟยังคงเป็นมาตรฐานในการเชื่อมต่อสำหรับรุ่นนี้ โดยสามารถเลือกใช้ได้ทั้งโหมด บี และจี ซึ่งให้ความเร็วในการรับส่งข้อมูลที่แตกต่างกันไป รวมถึงบลูทูธ เวอร์ชั่น 2.0 และเอดจ์ คลาส 10 ที่ใช้งานได้เป็นอย่างดี ติดตรงที่ไม่มีอินฟราเรดมาให้เท่านั้น ไม่งั้นถือว่าเป็นรุ่นที่มีการเชื่อมต่อดีที่สุดรุ่นนึงเลยล่ะ
ไม่เพียงแต่ P800 จะฟังเพลงผ่านวินโดวส์ มีเดีย เพลเยอร์ได้เท่านั้น มันยังมีวิทยุเอฟเอ็มติดมาให้ด้วย แต่เนื่องจากไม่มีหูฟังมาเสียบ ผมจึงไม่ได้มีโอกาสทดลองฟังเสียงจากเครื่อง เลยไม่รู้ว่าชัดแค่ไหน รวมถึงมีลูกเล่นย่อยอะไรบ้างข้างใน
ดูเหมือนว่าพ็อกเก็ตพีซีจากดูพอดจะมีโปรแกรมว้อยซ์ คอมมานเดอร์ หรือเรียกเป็นเวอร์ชั่นภาษาไทยก็คือ โปรแกรมสั่งงานด้วยเสียง ซึ่งครอบคลุมไปถึงการโทรออกด้วยเสียงด้วย ใครได้ลองใช้แล้วคงจะติดใจพอสมควร เนื่องจากมีความละเอียดในการใช้งานสูง เหมาะกับเครื่องที่ไม่มีแผงปุ่มกดเป็นอย่างยิ่ง
กล้องของรุ่นนี้ไม่ได้มีความสามารถของออโต้ โฟกัสมาให้ แต่อย่างไรก็ดี ความละเอียดนั้นมากถึง 2 เมกะพิกเซล หากพูดถึงคุณภาพของรูปถ่าย ผมว่าอยู่ในระดับที่ใช้ได้ ไม่มีคำว่าแย่แน่นอน ทว่ายังไม่โดดเด่นเท่ามือถือซิมเบียนจากโนเกียหลายรุ่น ส่วนเรื่องการถ่ายวิดีโอ ผมว่าเรโซลูชั่นน้อยไปหน่อย เลยยังไม่โดน
รอมของรุ่นนี้มี 128 เมกะไบต์ และแรมอีก 64 เมกะไบต์ ถือว่าไม่ได้โดดเด่นกว่ารุ่นอื่น บวกกับซีพียูที่มีความเร็ว 200 เมกะเฮิร์ตซ์ ดูตัวเลขอย่างเดียวคงไม่ได้ ผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่าชิพของทีไอ โอแม็พแรงกว่าชิพของอินเทลหรือเปล่า กระนั้นเอง การใช้งานโดยทั่วไปก็ไม่เห็นจะช้าอะไร
กูรูฟันธง
ไม่แน่ว่านี่อาจจะเป็นรุ่นที่ผมเสียเงินซื้อก็เป็นได้ เนื่องจากรอที่จะซื้อเครื่องรับสัญญาณจีพีเอสมานาน แน่นอนว่ามันคงเหมาะกับคนไม่ค่อยรู้ทาง หรือหลงเป็นประจำอย่างผม หากท่านเป็นบุคคลประเภทเดียวกับนายอาร์ตแซดแล้วล่ะก็ คงไม่มีตัวไหนดีไปกว่านี้อีกแล้ว ทีนี้ก็ต้องมาดูเรื่องราคาแล้วล่ะว่า เปิดตัวมาเท่าไหร่ หากคุ้มก็สอยได้ทันทีแบบไม่ต้องรีรอ
ข้อดี
- เครื่องรับสัญญาณจีพีเอสในตัว
- ตัวเครื่องมีขนาดเล็กและบางกว่าพีดีเอโฟนทั่วไป
- กล้องดิจิตอล 2 เมกะพิกเซล
- เชื่อมต่อด้วยบลูทูธและไวไฟสองมาตรฐาน
- เม้าส์ โหมดช่วยในการบังคับทิศทางของพ้อยนท์เตอร์
- รองรับการใช้งานคำสั่งเสียง
- ฟังเพลงผ่านวิทยุเอฟเอ็ม
ข้อเสีย
- ช่องเสียบการ์ดอยู่ด้านในตัวเครื่อง
- ถ่ายวิดีโอได้ความละเอียดต่ำ
- ช่องเสียบสายดาต้า สายชาร์จ และหูฟังรวมตัวกันอยู่ที่เดียว
|