หน้าหลัก | แค็ตตาล๊อคมือถือ | พรีวิวมือถือ | รีวิวมือถือ | บทความมือถือ | Girl Insight | ค้นหามือถือ | ราคามือถือ | คลับว้อทโฟน
ค้นหามือถือ :       ค้นหาอย่างละเอียด
 ดูสเปค
 อ่านพรีวิว
 อ่านรีวิว
ยังไม่กำหนดราคา/ไม่ระบุราคา

 

 

 

Distar D55
ถึงแม้ว่าจะออกมือถือมาเป็นจำนวนที่ไม่มากนัก และส่วนใหญ่ก็ถูกใจผู้ใช้ทั่วไปที่มีกำลังซื้อไม่สูงนัก แต่ก็เป็นที่ชื่นชอบของใคร หลายคนเหมือนกัน โดยตัวใหม่นี้มีรหัสประจำรุ่นว่า D55 ไม่รู้ว่าตัวหน้ามาจากแบรนด์ของเขาเองหรือเปล่า จุดเด่นของรุ่นนี้ อยู่ตรงที่จอแสดงผลหกหมื่นกว่าสีและเสียงโพลีของมัน ทั้งตัวเครื่องมีขนาดค่อนข้างเล็ก บวกกับน้ำหนักที่เบา ซึ่งใครว่าไม่สำคัญ ไม่ว่าจะพกไปไหนต่อไหน ก็ทำได้สะดวกทีเดียว ส่วนลูกเล่นของมันนั้นต้องไปอ่านกันข้างในเลย

Physical Appearance
บอกไว้ก่อนเลยว่าจุดเด่นทางลักษณะภายนอกของรุ่นนี้คือ น้ำหนักตัวแบบไลท์ฟลายเวท อาจจะเป็นเพราะไม่มีอะไรอยู่ใน เครื่องมากมาย อีกทั้งพลาสติกที่นำมาทำเป็นตัวเครื่องก็ค่อนข้างเบา เลยกลายเป็นว่าตอนเอาใส่กระเป๋าแทบรู้สึกไม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้น ขนาดของมันก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ถึงมันจะเป็นโทรศัพท์ทรง Bar ก็ตามที แต่ว่าทรวดทรงองค์เอวของมันก็เล็กนิดเดียว นั่นทำให้การจับถือเป็นไปได้อย่างพอดีมือ การถือคุยก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะการที่มีพลาสติกด้านเป็นส่วนประกอบทางด้านหลัง ทำให้ไม่ลื่นหลุดไปโดยง่าย ทั้งหมดนี้เอง เราจะเห็นการแบ่งเครื่องเป็นสองส่วน ส่วนแรกคือที่บอกไป ซึ่งเป็นพลาสติก ด้านสีเทาเข้ม อีกส่วนอยู่ที่ด้านหน้าจะเป็นเมทัลลิกที่ตัดเข้ากับสีดำของปุ่มได้อย่างเหมาะเจาะ และสำหรับใครที่กังวลว่าเครื่อง ราคาถูกจะไม่ทนทานแข็งแรง ผมได้ลองเหวี่ยงลงพื้นมาแล้ว เอ้ย ผมลองบีบๆ ดูพบว่าไม่ได้ยินแม้แต่เสียงการเบียดตัวของ พลาสติกแม้แต่น้อย ทำให้อุ่นใจได้ว่า D55 ผ่านการสดสอบอันนี้ครับ

ส่วนประกอบโดยรวมจะไม่มีอะไรให้วุ่นวาย เพราะด้านหน้าเราจะเห็นปุ่มตามประสาโทรศัพท์ทั่วไป ตรงหัวมันจะมีจุกยาง ที่ยึดติดกับตัวเครื่อง ทำหน้าที่ปิดช่องเสียบสมอลทอล์ค ด้านซ้ายจะมีปุ่มปรับเสียงที่เอาไว้ปรับได้ทั้งเสียงสนทนาและเสียงปุ่มกด ส่วนด้านหลังเป็นแบบเรียบมาก คือจะเห็นเพียงจุกยางที่ผมคิดว่าเอาไว้ต่อเสาอากาศ และฝาหลังที่เป็นพลาสติกครอบแบต ภายในไว้อีกที ส่วนด้านล่างจะมีรูไว้ห้อยสาย วิธีใช้ก็คือต้องแกะฝาหลังออกมาก่อน แล้วจึงเอาสายมาเกี่ยวไว้ จากนั้นปิดฝา ก็ใช้งานได้แล้ว สุดท้ายยังมีรูเสียบสายชาร์จอยู่ใกล้ๆ ด้วยนะ

Four-Way Navigation Key
ปุ่มกดของรุ่นนี้ทำได้ค่อนข้างดีตรงที่มีความนูนออกมาจากตัวเครื่องอย่างเห็นได้ชัด ทำให้เวลากดเป็นไปด้วยความแม่นยำ ถึงแม้มันจะเล็กไปหน่อยแต่ผมก็ไม่เคยกดผิด อีกทั้งความรู้สึกในการกดก็หยุ่นๆ ดี นั่นเพราะมันเป็นยางแบบแข็ง ปุ่มสี่ทิศทางของรุ่นนี้ทำให้ดีเช่นกัน เพราะเป็นรอยนูนต่ำลงไป ทำให้เราโยกนิ้วไปในทิศทางที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว แต่เสียดายที่ไม่ทีปุ่มกดยืนยันตรงกลางอีกปุ่ม ไม่อย่างนั้นจะถือว่ายอดเยี่ยม ส่วนการทำงานของปุ่มกดก็ยังมีซอฟท์คีย์สองฝั่ง ด้านซ้ายจะเป็นการเข้าเมนู ด้านขวาเข้าสู่สมุดโทรศัพท์ และยังเพิ่มความสะดวกในการใช้งานด้วยคีย์ลัดสี่ตัวบนปุ่มบังคับทิศทาง โดยกดขึ้นเป็นการตั้งค่าเสียง ลงเป็นการเข้าสู่เมนูลัดที่เราตั้งเอาไว้ ซ้ายเป็นกล่องข้อความ และกดขวาเพื่อไปยังการเตือนแบบต่างๆ ครับ อ่านมาตั้งนาน จริงแล้วมันสามารถเปลี่ยนการทำงานของมันได้ทั้งสี่ปุ่มอยู่ดีครับ ^^

Menu Navigation
เมนูของรุ่นนี้มีความโดดเด่นทางด้านการแสดงฟ้อนท์ภาษาไทยที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ ถึงแม้ว่าจอแสดงผลจะไม่ได้ใหญ่มากก็ ตามอีกอย่างคือ เราสามารถใช้งานเมนูของ D55 ด้วยความสะดวกเพราะมันมีการตั้งหมวดเมนูลัด 10 รายการไว้ให้ แต่อย่างไรเสีย การเข้าเมนูแบบปกติยังทำได้ไม่รวดเร็วนัก เพราะว่าพอกดไปแล้วยังมีอาการหน่วงอยู่เล็กน้อย นอกจากนี้ การแสดงผลแบบ Grid view ทำให้เรามองเห็นโครงสร้างเมนูทั้งหมด บวกกับไอคอนแบบเคลื่อนไหวทำให้มันน่าใช้งานยิ่งขึ้น แต่ก็มาโดนเรื่อง การเปลี่ยนธีมหรือโครงสร้างสีที่ขาดไป คงขาดสีสันของเมนูไปเหมือนกันครับ

65 ,536 Color Display
นับว่าไม่เบาเหมือนกัน เพราะจอที่ให้มาเป็นแบบ CSTN 65,536 สี และที่ทำได้ดีคือความสว่างของจออยู่ในระดับที่กำลังพอดี ไม่แสบตาจนเกินไป และสวยงามในแบบปานกลางด้วยจอชนิดนี้เท่านั้น อาจจะยังสู้แบบ TFT ไม่ได้ แต่นั้นคือข้อได้เปรียบทาง ด้าน การประหยัดพลังงานครับ หากใครถามถึงขนาดของจอเพื่อจะนำไปเปลี่ยนภาพวอลเปเปอร์แล้วล่ะก็ อาจจะต้องผิดหวัง เล็กน้อยที่ 128 x 128 พิกเซล นั่นไม่ใช่เพราะหน้าจอมันเล็กหรืออะไร แต่ว่ามันโหลดเพิ่มไม่ได้ต่างหาก ต้องใช้ภาพในเครื่อง 7 แบบไปตลอดนั่นเอง

ที่หน้าจอหลัก เราจะเห็นระดับสัญญาณ 4 ขั้น และแบตเตอรี่ 3 ระดับอยู่ด้านบน บวกกับชื่อเครือข่ายและเวลาวันที่ซึ่งเลือกปิด ได้ทั้งหมด ใครกลัวมันไปบังความสวยงามของวอลเปเปอร์ อันนี้ก็ให้เราเข้าไปที่ Setting > Phone setup > Display character แล้วเลือกปิดกันได้ทันที

นอกจากนี้แล้วรุ่นนี้ยังมีสกรีนเซฟเวอร์ให้ใช้งานได้ 2 แบบด้วยกัน แต่ก็ต้องตั้งเวลาให้มันก่อนที่ 5, 15 และ 30 วินาทีครับ โดยเท่าที่เห็นจะเป็นภาพพักจอที่เป็นนาฬิกาอนาล็อกและดิจิตอล ส่วนเวลาจอดับไปเราจะเห็นนาฬิกาดิจิตอลบนพื้นดำ เพียงอย่างเดียว

Polyphonic Ringtone
ริงโทนแบบโพลีโฟนิคในรุ่นนี้ไม่เป็นที่ระบุได้แน่ชัดว่าเล่นได้กี่ชิ้นเครื่องดนตรี แต่ฟังดูแล้วยังไม่น่าประทับใจเท่าไหร่นัก เพราะเสียงเหมือนกับคนเสียงแหบ แต่ความดังก็อยู่ในขั้นปานกลาง สามารถได้ยินได้จากที่ไกลในที่เงียบ เราลงลึกไป ดูรายละเอียดกันหน่อยดีกว่า เริ่มแรก D55 รองรับการใช้งานโพรไฟล์ถึง 5 แบบ เมื่อเข้าไปปุ๊บ เราจะตั้งค่าในส่วนของ เสียงเรียกเข้า เสียงเตือน เสียงข้อความเข้า และเสียงเปิดปิดเครื่องได้ ทั้งลูกเล่นอื่นอย่าง การปรับโหมดการเตือนให้เป็นเสียงสั่น สั่นและเสียง และสั่นก่อนเสียงก็มีให้เลือกตั้งค่าเหมือนกัน ยังไม่หมดเท่านี้ เรายังเปลี่ยนการส่งเสียงของมันให้เป็นแบบดีงทีเดียว ค่อยๆ ดัง หรือดังวนไปวนมาได้ทั้งนั้นครับ

เช่นกันที่ตัวนี้จะโหลดริงโทนเพิ่มไม่ได้ ซึ่งเป็นข้อจำกัดทางด้าน GPRS ที่รุ่นนี้ไม่มีให้ใช้ อีกอย่างคือ เสียงเรียกเข้าในรุ่นนี้ มีให้มาเพียง 20 แบบ ในนั้นประกอบด้วยเพลงไทยสุดฮิตอย่าง “ รักคนมีเจ้าของ” และ “ อย่าขอหมอลำ” รวมอยู่ด้วยครับ

Phonebook
จริงแล้วรุ่นนี้สามารถใส่รูปเล็กๆ ให้กับรายชื่อได้ แต่ว่าก็มีอยู่ไม่กี่แบบ แต่คุณสมบัติของมันจริงๆ อยู่ที่การใส่รายละเอียดแบบ Multi-field ให้มันต่างหาก โดยมันเก็บเบอร์และรายละเอียดในแบบต่างๆ ได้ถึง 6 รูปแบบด้วยกัน เริ่มตั้งแต่เบอร์มือถือ เบอร์บ้าน ชื่อที่ทำงาน อีเมล์ เบอร์ที่ทำงาน และเบอร์โทรสาร นอกจากนี้ยังใส่เสียงเรียกเข้าให้แต่ละบุคคลได้เลย แต่มีข้อแม้ว่าชื่อเหล่านี้ ต้องเก็บอยู่ในหน่วยความจำของโทรศัพท์ก่อนนะ ไหนๆ ก็มาถึงเรื่องนี้แล้ว ต่อกันที่ความจุของเครื่องกันเลย เท่าที่กดดูจะพบว่า เครื่องสามารถเก็บเบอร์ได้ 250 รายการ แต่ละรายการที่เป็นฟีลด์แบบต่างๆ อีก 6 พอคูณแล้วจะได้ 1,500 เบอร์ นับว่าไม่ใช่ย่อยเหมือนกัน นอกนั้นการตั้งค่ากลุ่มให้มันยังทำได้ 5 กลุ่ม แล้วเลือกเปลี่ยนเสียง โหมดการเตือน และโลโก้ได้ตามใจชอบ

Organizer & Tools
รุ่นนี้มีปฏิทินรายเดือนมาให้ แต่ใส่ตารางนัดหมายไม่ได้ ในส่วนอื่นยังมีสิ่งที่น่าสนใจคือ นาฬิกาปลุก 3 เวลา ที่เลือกตั้งให้เตือนครั้งเดียว ทุกวัน หรือแค่บางวันในสัปดาห์ก็ได้ นอกจากนี้ ปฏิทินดูเวลาโลกก็มีสีสันที่สดใสน่าใช้งานเหมือนกัน แถมมีสัญลักษณ์พระอาทิตย์และพระจันทร์บอกด้วยว่าที่นั่นเป็นเวลากลางวันหรือกลางคืน

Voice Features
ใครเลยจะรู้ว่าเครื่องราคาถูกแบบนี้จะมีฟังก์ชั่นการอัดเสียงมาให้ด้วย เท่าที่ลองใช้งานดู พบว่ามันอัดเสียงได้จนกว่าหน่วย ความจำจะเต็มเลยล่ะ แต่ว่าหน่วยความจำมันไม่ได้ใหญ่อะไร แถมไม่ได้บอกเป็นตัวเลขอีกด้วยต่างหาก โดยเมื่ออัดเต็ม แล้วจะเห็นว่าระยะเวลาจะยาวเพียงนาทีกว่าเท่านั้น แต่ที่สำคัญเลย มันไม่ได้เก่งทางนั้นสักหน่อย D55 สามารถอัดได้ทั้ง เสียงปกติและเสียงสนทนา อีกทั้งเมื่อบันทึกไปแล้วกด Stop เพิ่อปิดไฟล์ ก็ยังบันทึกต่อได้โดยการกด Append ที่ไฟล์นั้น เครื่องจะต่อเสียงให้โดยอัตโนมัติ ผมเองก็ยังไม่เคยเห็นรุ่นไหนทำได้แบบนี้มาก่อนเลยครับ เท่าที่ฟังดูมันสามารถเก็บเสียง ระยะไกลได้สบายเลย ถัดมาเป็นการใช้สปีกเกอร์โฟนผ่านทางลำโพงสนทนาก็ทำได้ดีไม่มีที่ติครับ

Messaging System
การส่งข้อความของ D55 ทำได้ค่อนข้างสะดวก เพราะว่ามันมีระบบสะกดคำทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษมาให้ แถมลูกเล่นทางด้านการใช้ข้อความตัวอย่าง (Template) การใส่รูปแบบเล็กที่เป็น EMS การปรับขนาดฟ้อนท์ ตัวเอียง ตัวหนา ขีดเส้นใต้ และจัดย่อหน้า ก็มีมาให้ทั้งหมด ถือว่ามีความสามารถพอตัวเลยทีเดียว แถมยังเก็บข้อความสั้นไว้ในเครื่องได้อีก 26 ข้อความด้วยกันครับ

2 Games Installed
ถึงเครื่องรุ่นนี้จะไม่รองรับจาวา แต่ก็ยังมีเกมมาให้ในตัวเครื่อง 2 เกมด้วยกัน เริ่มกันที่ F1 Race ซึ่งเป็นเกมรถแข่งที่วิ่งอยู่บน ถนนแล้วคอยหลบรถต่างๆ หากใครไม่อยากซิ่งจริง ก็มาซิ่งบนมือถือนี่แหละครับ อีกเกมเป็น Snake ที่ให้เราเป็นหัวงู เอ้ย เป็นงูคอยบังคับมันไปกินอาหาร จริงแล้วมันก็เหมือนกับของโนเกียนั่นเอง ทั้งหมดสองเกมนี้ให้เราตั้งเสียงและระบบสั่นเพื่อเพิ่มความมันส์ในการเล่นได้ครับ

Final Opinion & Conclusion
จะให้มานั่งใส่ข้อเสียให้มันก็ดูจะใจร้ายเกินไปหน่อย เพราะว่าราคาเครื่องมันก็ถูกแสนถูก คงเป็นเพราะต้องการเป้าหมายผู้ใช้ ที่ไม่ได้ต้องการอะไรมากมาย แต่สิ่งที่ควรจะปรับปรุงในรุ่นนี้เลยเห็นจะเป็นการหน่วงของเมนู เสียงเรียกเข้า และการรองรับ MMS นอกนั้นให้ถือว่าเป็นข้อดีทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอสีที่มีความสวยสดในระดับของ CSTN การใช้งานสมุดโทรศัพท์แบบ Multi-field หรือการอัดเสียงแบบพิเศษ บวกกับการพิมพ์ไทยด้วยระบบสะกดคำ ทำให้เจ้านี่มีความเป็นตัวของตัวเองสูง ถึงแม้หน้าตามันจะไม่ได้สวยหรือโฉบเฉี่ยวอะไรก็ตาม สรุปแล้วว่า Distar D55 เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ใช้มือถือเป็นแค่เครื่องมือสื่อสาร และไม่ได้ต้องการฟังก์ชั่นที่คอยทำให้ปวดหัวมากมาย แต่ก็แฝงไปด้วยความสามารถเล็กๆ ที่กล่าวไปแล้ว ทำให้มือถือเครื่องนี้ไม่จืดชืดเกินไปครับ

หน้าจอแสตนด์บาย
รูปแบบเมนูสวยงาม
1 รายชื่อ
บันทึกได้หลายอย่าง

เขียน อ่านภาษาไทยได้
ไม่ผิดเพี้ยน

เกมส์แข่งรถ มันส์ๆ
เล่นกันเพลิน

ตั้งปุ่ม Shortcut
ได้เองอีกด้วย

บันทึกเสียงคู่สนทนาได้

ภาพที่มาพร้อมกับเครื่อง


Strength
- จอแสดงผล 65,536 สี
- เสียงเรียกเข้าโพลีโฟนิค
- สมุดโทรศัพท์ Multi-field
- บันทึกเสียงได้
- ระบบสะกดคำภาษาไทย
- มีสปีกเกอร์โฟน
Weakness
- ความหน่วงในการเข้าเมนู
- ไม่รองรับการใช้ MMS
- หน่วยความจำมีขนาดเล็ก
แสดงความเห็นเกี่ยวกับมือถือ Distar D55 ได้ที่นี่
 
ร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับมือถือ  Distar   D55  ได้ที่นี่
 
ชื่อ*
อีเมล์
ความคิดเห็น*
 
 

ข้อกำหนดในการแสดงความคิดเห็น
- ไม่โพสข้อความที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัติย์
- ไม่โพสข้อความโฆษณา (โพสได้บ้างแต่อย่าสแปม)

หมายเหต
ข้อความที่แสดงความคิดเห็นเหล่านี้ถูกโพสขึ้นโดยบุคคลทั่วไป ที่ไม่สามารถระบุหรือยืนยันตัวตนได้ ดังนั้นโปรดใช้วิจารณญานในการอ่าน และทางทีมงานจะไม่รับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการโพสข้อความเหล่านั้น ดังนั้น ้้่้ถ้าพบเห็นข้อความที่ผิดข้อกำหนด สามารถแจ้งมาได้ที่ webmaster ทางทีมงานจะทำการลบโดยทันที

 

    หน้าหลัก | แค็ตตาล๊อคมือถือ | พรีวิวมือถือ | รีวิวมือถือ | บทความมือถือ | Girl Insight | ค้นหามือถือ | ราคามือถือ | คลับว้อทโฟน
เว็บมาสเตอร์ : webmaster@whatphone.net
Magazine [What Phone, The EDGE] :
บริษัท เอ็ม วิชั่น จำกัด เลขที่ 1225 ซอยศรีบูรพา 3 ถนนศรีบูรพา แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพ 10240
โทร 0-2734-7707-9 แฟกซ์ 0-2734-7710 แผนที่
 
 
โซนี่ อีริคสัน | แอลจี | Thailand Mobile Expo | Powerbuy Expo 2008