BenQ-Siemens EL71 - เบนคิว-ซีเมนส์
สัดส่วนภายนอก
ดีไซน์ที่ดูเรียบง่ายแบบนี้โดนใจหลายต่อหลายคนไปซะแล้ว ผมคนนึงที่ไม่ชอบอะไรหวือหวาสักเท่าไหร หรือเป็นเพราะมีบุคลิกเป็นคนน่าเบื่อไม่รู้ อีแอล 71 ถือเป็นสไลด์โฟนที่ออกมาในนามของ เบ็นคิว- ซีเมนส์ตัวแรก และก็มีแนวโน้มว่าจะไปได้สวยซะด้วย เหตุผลคืออะไรนั้น เชิญทุกท่านอ่านต่อไปเรื่อยๆ ครับ
ตัวเครื่องที่ประกอบไปด้วยอลูมินัมและแม็กนีเซียมขัดเงาทั้งส่วนหน้าและหลังช่วยยกระดับความหรูหราให้กับรุ่นไม่น้อย ทั้งมีความแข็งแรงในระดับที่ดี ตรงฝาเลื่อนมีความแน่นหนาแต่ก็ไม่ติดขัด กล่าวคือทั้งที่การสไลด์ของมันดูแน่นหนาแต่กลับใช้แรงไม่มากในการดันเปิดฝาออกไป เนื่องจากมีระบบกึ่งอัตโนมัติเข้ามาช่วยอีกทางหนึ่ง
ด้านหลังที่เห็นเป็นเลนส์กล้องลึกลงไปจะมีข้อดีและข้อเสียปนกันอยู่ พูดถึงข้อดีคือ ตัวเลนส์จะไม่เป็นรอยได้ง่ายเมื่อวางไว้บนพื้นโต๊ะ ในทางกลับกันข้อเสียของมันคือ มันจะเป็นที่อยู่อาศัยอันแสนอบอุ่นให้กับขี้ฝุ่นโดยทั่วไป ต้องคอยเป่าไล่มันออกไปบ่อยๆ ไม่งั้นถ่ายภาพไม่ชัดแน่ ยังไม่หมดเท่านี้ ส่วนประกอบที่อยู่ใกล้กันนี้เองจะมีแฟลชและกระจกส่องถ่ายรูปตัวเองด้วย
ตอนแรกผมนึกว่าฝาหลังตรงส่วนที่เป็นสีดำเป็นพลาสติก เพราะดูด้วยตาเปล่าแล้วใช่มาก แต่เมื่อแกะออกมาบิดดูแล้วกลับไม่งอ แถมเคาะดูดังแกร๊กๆ นี่ก็แสดงว่ามันเป็นโลหะอีกส่วนหนึ่งเช่นกัน
สุดท้ายขอไร้สาระนิดหน่อย แบตเตอรี่ของรุ่นนี้มีขนาดเล็กมาก น่าจะประมาณซูกัส รสลิ้นจี่สองเม็ดเรียงติดกัน เมื่อพลิกไปดูความจุของมัน พบว่ามีตัวเลขระบุว่า 600 มิลลิแอมป์เท่านั้น เจอจอละเอียดระดับนี้เข้าไป น่าจะต้องชาร์จกันบ่อยหน่อยล่ะทีนี้
ชำแหละเครื่องใน
อีแอล 71 มีความแปลกใหม่ของการใช้งานอยู่ไม่น้อย เหมือนกับว่าเอาส่วนดีของทั้งสองยี่ห้อมารวมกันจริงๆ รูปแบบของเมนูจัดเรียงตามแบบของซีเมนส์เดิม บวกกับฟอนท์และไอคอนที่คล้ายกับของเบ็นคิว เกิดการผสมเข้ากันอย่างกลมกล่อม (เอ๊ะ มันเป็นกาแฟไปแล้วหรือนี่)
จอแสดงผลนี่ต้องพูดถึงเลย เพราะมีความสวยงามมาก แน่นอนว่าความละเอียดที่ 240 x 320 พิกเซลคงไม่ทำให้ใครผิดหวัง และจำนวนพิกเซลเท่านี้น่าจะเป็นมาตรฐานของมือถือในอนาคตอันใกล้นี้แล้ว ใครยังไม่ทำก็รีบตามเบ็นคิว- ซีเมนส์มาเร้ววว
เสียงจากลำโพงไม่ได้น้อยหน้าจอแสดงผลซักนิด จะเห็นได้ว่าแม้จะมีลำโพงที่หัวอยู่ตัวเดียว แต่ทว่าเสียงที่ได้มันนุ่มนวลจับใจดีเหลือเกิน ทั้งเล่นได้ทั้งไฟล์เอ็มพีสามและเอเอซี จะนำมาทำเป็นเสียงเรียกเข้าก็ไม่มีปัญหา
การเชื่อมต่อของรุ่นนี้ประกอบไปด้วยบลูทูธ สายดาต้า และเอดจ์ ถือว่าครบถ้วนพร้อมสำหรับการรับส่งไฟล์ได้อย่างสะดวกแล้ว โดยเอดจ์ใน อีแอล 71 เป็นระดับ 10 ที่มีความเร็วสูงสุดถึง 384 กิโลบิตต่อวินาทีเกือบเท่าโมเด็ม 56 เค สมัยก่อนเลย
กล้องในตัวของรุ่นมีความสามารถแปลกๆ ที่น่าสนใจคือ แฟลชแก้ตาแดง จริงแล้วผมก็ไม่เคยเห็นมือถือที่ไหนถ่ายหน้าคนแล้วออกมาตาแดงเหมือนกล้องจริง แต่รุ่นนี้เขามีให้ก็น่าจะใช้ประโยชน์ได้บ้างแหละ ส่วนความละเอียดของกล้องอยู่ที่ 1.3 ล้านพิกเซล พร้อมถ่ายวิดีโอได้นาทีเศษครับ
หน่วยความจำที่เข้ามารองรับในรุ่นนี้คือ ไมโครเอสดี การ์ดหรือที่เรายังรู้จักกันในนามของทรานส์แฟลชนั่นเอง โดยในเครื่องมีหน่วยความจำให้อยู่แล้ว 16.5 เมกะไบต์ หากคุณต้องการเพิ่มความจุก็หาซื้อการ์ดเอาเอง อ้อ ช่องเสียบมันไปแอบอยู่มนตำแหน้งที่ไม่เอื้อต่อการถอดเปลี่ยนโดยง่าย เพราะฉะนั้น การใส่หรือถอดการ์ดจำต้องปิดเครื่องก่อนนะ
กูรูฟันธง
อีแอล 71 ถือเป็นการกลับมาที่โดดเด่นพอสมควรเลยทีเดียว ผมกล้าฟันธงว่าถ้าใครยังรักแบรนด์นี้อยู่ให้ซื้อมาใช้ได้ หลังจากที่พักนี้เริ่มระดมพลังมวลชน เอ้ย พลังมือถือ ปล่อยออกสู่ตลาดมาเรื่อยๆ และนี่ไม่ใช่การเอาของห่วยมาขายเด็ดขาด จากการทดลองใช้เป็นระยะเวลาหนึ่ง จะเห็นได้ว่าโดยรวมมีการพัฒนาอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอ ลำโพง การเพิ่มหน่วยความจำ การเชื่อมต่อ หรือแม้แต่วัสดุตัวเครื่องที่ยอดเยี่ยม และนี่คือ เบ็นคิว- ซีเมนส์ อีแอล 71 ครับ
ข้อดี
- ตัวเครื่องทำจากโลหะ
- จอแสดงผลระดับ 240 x 320 พิกเซล
- กล้องดิจิตอล 1.3 ล้านพิกเซล
- ขยายขนาดเมมโมรี่ด้วยไมโครเอสดี การ์ด
- รองรับการดาวน์โหลดข้อมูลด้วยเอดจ์
- มีบลูทูธเพื่อการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์
ข้อเสีย
- ถ่ายวิดีโอได้ไม่นาน
- แบตเตอรี่ความจุน้อยเกินไป
- ต้องปิดเครื่องก่อนจึงจะถอดหรือใส่การ์ดได้
|