ASUS P320
สัดส่วนภายนอก
ผมดีใจที่แต่ละค่ายไม่มองข้ามการทำตลาดพีดีเอโฟนราคาถูก เพราะถึงแม้กำไรต่อเครื่องจะไม่สูงนัก แต่แน่นอนว่ายอดขายต้องดีกว่ารุ่นราคาแพง ผู้ใช้ที่มีงบน้อยต่างถวิลหา ก่อนหน้านี้อัสซุสมีทั้ง P526 และ P527 ที่ตอนนี้ราคาต่ำมากแล้ว ราคาสบายกระเป๋าแบบนี้น่าครอบครอบเป็นอย่างยิ่ง
ส่วนประกอบที่อัสซุสใส่มาให้เป็นประจำสม่ำเสมอในทุกรุ่นคือ ปุ่มล็อคเครื่อง ไม่ใช้ไม่เป็นไร มีเอาไว้ถือว่าเป็นโบนัสแถมให้แล้วกัน นอกจากนี้ในฝั่งขวายังมีรูเสียบเสาอากาศรับสัญญาณจีพีเอสภายนอก และชัตเตอร์ 2 จังหวะ ฝั่งซ้ายเป็นปุ่มปรับเสียง ปุ่มเมนูที่เลือกเปลี่ยนการทำงานได้ และมีสล็อตเสียบการ์ดที่ปิดเอาไว้ด้วยฝาสีเดียวกับขอบเครื่อง จุดนี้ทำได้ดีกว่า P3470 เพราะไม่ต้องปิดเครื่องถอดแบตก่อนเปลี่ยนการ์ด
มองด้านบนจะพบกับลำโพงในตำแหน่งเดียวกับเจ้าฟาโรส์ (P3470) ถัดไปทางซ้ายมีปากกาสไตลัสเสียบอยู่ ขนาดของมันออกจะเล็กไปหน่อย คงเป็นเพราะขนาดตัวเครื่องที่เล็กจิ๋วด้วยมั้ง ในฝั่งตรงกันข้ามหรือด้านล่าง รูทั้งหลายมารวมกันอยู่ที่นี่ ทั้งรูรีเซ็ต มินิยูเอสบีพอร์ต รูร้อยสาย และรูไมโครโฟน
ปุ่มด้านหน้าไม่มีอะไรพิเศษ เรียกว่ามีให้ใช้ครบเหมือนกับเครื่องสมัยนี้ ครั้นจะไปหาปุ่มลัดเข้าสมุดโทรศัพท์หรือปุ่มแปลกๆ เหมือนสมัยก่อนคงเป็นเรื่องยาก แต่เท่าที่ได้ลองก็ไม่พบปัญหาแต่อย่างใด
ความพิเศษสุดของ P320 อยู่ที่เรื่องขนาด ตามตัวเลขแล้วพีดีเอโฟนจากอัสซุสมีความกว้าง ของขนาดตัวน้อยกว่าอย่างชัดเจน เนื่องจากจอแสดงผลของมันอยู่ที่ 2.6 นิ้ว ขณะที่ความยาวและความหนากินกันไม่ลง เช่นเดียวกับเรื่องน้ำหนัก เสียดายเรื่องเดียวตรงที่บริษัทยังไม่เอาเครื่องสีขาวมาขายนี่แหละ
ชำแหละเครื่องใน
ถ้าเอามาเทียบกับ P3470 จะเห็นได้ว่าทั้งคู่มีข้อดีคนละอย่าง พีดีเอโฟนของเอชทีซีเด่นในเรื่องจอแสดงผลขนาดใหญ่ มีความสว่างสูง และหน่วยความจำทั้ง 2 ส่วนไม่มีคำว่าเป็นรองใคร ขณะที่จุดขายของอัสซุสจะไปว่ากันด้วยเรื่องตัวเครื่องขนาดเล็ก และการเชื่อมต่อผ่านไวร์เลสแลนที่หลายคนต้องการเป็นอย่างมาก ถือว่าเป็นมวยถูกคู่ถ้าเกิดเอามาวัดกันจริงๆ
นอกจากการใช้ไวไฟแล้ว ในกรณีที่อยู่นอกพื้นที่ฮ็อตสป็อต คุณยังพึ่งพาการเชื่อมต่อจากเครือข่ายเอดจ์ได้ ส่วนบลูทูธนั้นไม่ต้องเป็นห่วง เพราะพีดีเอโฟนร้อยทั้งร้อยมาพร้อมกับเจ้าฟันสีฟ้า
ภาครับสัญญาณจีพีเอสเป็นอีกหนึ่งความสามารถของพ็อกเก็ตพีซีโฟนราคาประหยัดตัวนี้ เพียงแต่ว่าในแพ็คเกจจะไม่รวมโปรแกรมแผนที่เพื่อนำทางมาให้เหมือน P3470
และด้วยจอที่มีขนาดเล็กกว่า การใช้งานเพื่อเป็นนาวิเกเตอร์ประจำรถจึงไม่ค่อยสะดวกนัก เพราะต้องเพ่งมองหน้าจอและเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ ส่วนการใช้งานธรรมดาเป็นออแกไนเซอร์ เล่นอินเตอร์เน็ต หรือเล่นเกมดูแล้วไม่ต่างกับจอ 2.8 นิ้ว ศึกชิงพื้นที่บนหน้าจอทูเดย์ยังไม่จบ ทางค่ายคู่แข่งมีเอชทีซี โฮมให้มา P320 เลยขอใส่อัสซุส ทูเดย์ลงไปบ้าง ดูแล้วความสามารถต่างกันออกไป ถ้าคุณชอบอัพเดตข่าวสารผ่านอาร์เอสเอสเป็นประจำ หรือมีนัดหมายในปฏิทินมากมายรออยู่ ตัวนี้จะตอบโจทย์ได้ดีกว่า
ส่วนของอีกเจ้าคงรู้กันแล้วว่ามีอะไรให้บ้าง
ความละเอียดของกล้องขนาด 2 ล้านจัดเป็นมาตรฐานไปเสียแล้ว ยิ่งถ้าเป็นรุ่นที่ไม่มีออโต้ โฟกัสมาให้ ความน่าสนใจจะยิ่งน้อยลงเข้าไปใหญ่ P320 จัดมาให้คุณทั้งหมด พร้อมกล้องวิดีโอแบบถ่ายขำๆ 176 x 144 พิกเซล ซึ่งเป็นเรโซลูชั่นระดับเดียวกับ P3470 ครับ
กูรูฟันธง
โดยรวมแล้ว P320 เหมาะกับการใช้งานคนละด้านกับ P3470 พีดีเอโฟนของอัสซุสตอบสนองผู้ใช้ที่ต้องการความสะดวกในการพกพา ถึงแม้เอชทีซีจะขนาดไม่ได้ใหญ่อะไร แต่ก็โตกว่ารุ่นนี้อย่างรู้สึกได้ และยังเข้ากันได้ดีกับคนชอบเล่นเน็ตเพราะมีไวไฟมาให้
ในทางตรงกันข้าม ประสิทธิภาพในการนำทางก็ด้อยลงไปเช่นกัน เพราะจอแสดงผลเล็กเกิน และไม่มีโปรแกรมแผนที่มาพร้อมในแพ็คเกจ
สุดท้ายแล้วผมอยากให้คุณผู้อ่านเลือกรุ่นที่เหมาะกับตัวเองแล้วกันครับ ราคามันเท่ากันเป๊ะที่ 14,900 บาทเลย
ข้อดี
- ตัวเครื่องเล็กมาก
- มีการเชื่อมต่อผ่านไวไฟ บลูทูธ และเอดจ์
- สล็อตเสียบการ์ดไมโครเอสดีอยู่ด้านนอก
- กล้องออโต้ โฟกัส ความละเอียด 2 เมกะพิกเซล
- ใช้ระบบปฏิบัติการใหม่ล่าสุด วินโดวส์ โมบาย 6.1 โพรเฟสชันนั่ล
- อัสซุส ทูเดย์ช่วยอำนวยความสะดวกบนหน้าจอหลัก
- มีภาครับสัญญาณจีพีเอส เซิร์ฟ สตาร์ 3
ข้อเสีย
- จอเล็กเกินไปสำหรับการใช้งานในโหมดนำทาง
- การทำงานโดยรวมยังอืดไปนิด (ดูผลการทดสอบได้ในว้อทโฟนฉบับล่าสุด)
- ขาดโปรแกรมแผนที่สำหรับนำทาง ผู้ใช้ต้องหาลงเอง
- แรมมีเพียง 64 เมกะไบต์
|