AMOI A310 - เอโมอิ
สัดส่วนภายนอก
นึกไหมครับว่าผมในฐานะที่เป็นผู้เขียนต้องเจอมือถือโออีเอ็มเดือนนึงเป็นสิบตัว จะรู้สึกเบื่อบ้างหรือเปล่าที่ต้องเขียนอะไรซ้ำๆ เหมือนเดิมตลอด ก็ได้บางรุ่นที่มีลักษณะแปลกตาเหมือน เอ 310 นี่แหละครับช่วยดึงความสนใจให้กลับมาบ้าง
การดีไซน์ของ เอ 310 ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครเหมือนและไม่ต้องเหมือนใคร ตัวเครื่องมีสีหลักคือสีดำ และตัดด้วยสีขาวของปุ่มกดและเลเยอร์ด้านข้าง ทำให้มันมีหน้าตาเหมือนขนมโอรีโอยังไงไม่รู้ อ้าว อย่าหาว่าผมหลอกด่านะเนี่ย นี่มันเป็นเอกลักษณ์ทำให้รุ่นนี้ติดอยู่ในความทรงจำได้ดีขึ้นต่างหาก มองโลกในแง่ดีหน่อย
พื้นที่ที่เป็นสีดำจะมีลักษณะเงาเหมือนกับหลายรุ่น ซึ่งถ้าคอยเช็ดมันบ่อยๆ ก็ดูสวยดีอยู่หรอก กลับกันถ้าไม่รักษาให้ดีล่ะก็ รอยมือของคุณจะปรากฏอยู่บนตัวเครื่องเต็มไปหมด
ปุ่มกดที่มีหน้าตาคล้ายกับลูกเต๋า 9 ลูกเรียงรายอยู่เต็มหน้า ซึ่งการใช้งานทำได้ดีไม่มีติดขัด โดยปุ่มควบคุมทิศทางเป็นแบบจอยสติ๊กที่เป็นสี่เหลี่ยมอีกเช่นกัน ทำให้ดันไปในทิศทางใดก็ง่ายดาย เรียกว่าง่ายกว่าแบบกลมๆ ที่ใช้กันอยู่เยอะ
ด้านล่างของเครื่องจะเป็นที่สำหรับเสียบสายชาร์จ การแกะจุกยางออกมาทำได้ยากเหลือเกิน เนื่องจากมันไปแอบอยู่ในร่องและไม่มีปลายให้ดึงอีกต่างหาก ต้องมีวัสดุปลายแหลมคอยแงะ ทางที่ดีผมว่าแกะแล้วเก็บใส่กล่องไปเลยดีกว่า
ลำโพงของรุ่นนี้อยู่บนหัวเครื่องอยู่ติดกับรูเสียบหูฟังที่แกะจุกยางออกมาได้ยากเหมือนกัน ลำโพงของรุ่นนี้ให้เสียงที่ก้องกังวาลดีจริงๆ เลยนะ เหลือเชื่อว่ามือถือตัวเล็กจะมีลำโพงดีขนาดนี้
ชำแหละเครื่องใน
ด้วยน้ำหนักที่มีอยู่เพียง 62 กรัม ทำให้ผมพกพามันไปไหนได้สบายดีเหลือเกิน เสียบหูฟัง เปิดวิทยุแล้วก็ติดตัวไปกับเราได้ตลอดเวลา และผมก็หลุดบอกไปแล้วว่ารุ่นนี้มีวิทยุเอฟเอ็มมาให้ครับ จะฟังกันบ่อยๆ ก็เลือกบันทึกช่องเอาไว้ โดยจะเซฟไว้ได้ 10 รายการด้วยกัน หรือต้องการระบุไปเลยว่าเอาความถี่เท่าไหร่ ก็ป้อนตัวเลขผ่านทางแป้นตัวเลขได้เลย นอกจากนี้ เอ 310 ยังเลือกย่านความถี่ได้ทั้งแบบยุโรปและญี่ปุ่นด้วยนะ เอ่อ แต่เราเอามาฟังที่เมืองไทยครับ ( จริงแล้วฟังได้นะครับ)
ถัดมาเรื่องจอแสดงผล ผมเห็นในสเป็กของผู้ผลิตระบุเอาไว้เลยว่าเป็นชนิดเอสทีเอ็น ซึ่งถ้าไม่บอกก่อนผมแทบมองไม่ออก นึกว่าเป็นจอทีเอฟทีด้วยซ้ำ แสดงให้เห็นถึงความสวยงามของมันแล้วใช่ไหมล่ะ ส่วนจำนวนพิกเซลอยู่ที่ 128 x 128 จุดครับ
เห็นบอกมาอีกว่ารุ่นนี้รองรับริงโทนที่เป็นเสียงจริงจากไฟล์เอ็มพีสาม ซึ่งผมยังไม่ได้ยินกับหู ในตัวเครื่องมีแต่ไฟล์มิดี้ที่เป็นโพลีโฟนิค แถมจะโหลดลงไปก็ทำไม่ได้ เพราะไม่มีสายดาต้าอีกเช่นกัน
การเชื่อมต่อของรุ่นนี้อิงกับจีพีอาร์เอสเป็นหลัก ทำให้เราเปิดหน้าแว็ปเล่นอินเตอร์เน็ตแบบง่ายได้ ซึ่งแว็ป เวอร์ชั่น 2.0 ช่วยให้การแสดงผลดูน่าใช้งานมากขึ้น และยังใช้โหลดภาพและเพลงจากผู้ให้บริการภายนอกได้อย่างรวดเร็ว เพราะจีพีอาร์เอสเป็นระดับ 10 ที่ให้ความเร็วสูงสุดในการเชื่อมต่อแบบนี้
นอกจากที่กล่าวมาแล้ว เอ 310 ยังมีเครื่องมือต่างๆ ให้เราใช้เพื่ออำนวยความสะดวกอีกนิดหน่อย ทั้งนาฬิกาปลุก เครื่องอัดเสียง 30 วินาที เครื่องคิดเลข ปฏิทินรายเดือนที่ใส่นัดหมายได้ เครื่องแปลงหน่วย หรือจะเป็นนาฬิกาบอกเวลาโลกก็มีให้
กูรูฟันธง
ผมว่าคนที่อยากได้รุ่นนี้จะต้องเป็นพวกที่ชอบความแปลกใหม่แน่เลย ดูจากตัวเครื่องก็พอจะทายได้แล้ว ถ้าคุณเป็นคนหัวโบราณคงไม่เปิดรับอะไรประมาณนี้แน่ สำหรับผมแล้ว ผมเป็นคนรุ่นใหม่ครับ ฮิฮิ ตามเหตุผลที่อ้างมาจากตารางสเป็กและคำอธิบายนิดหน่อยด้านบนพอจะเป็นเครื่องรองรับการตัดสินใจของคุณได้หรือยังล่ะ ถ้ายังผมก็ขอแนะนำ อะโมอิ เอ 310 เพิ่มอีกตัวเลือกให้คุณปวดหัวเล่นแล้วกันนะ
ข้อดี
- ดีไซน์แปลกใหม่ ไม่จำเจ
- จอแสดงผลเอสทีเอ็นที่ให้สีสันดีมาก
- มีวิทยุเอฟเอ็มในตัว
- รองรับเสียงเรียกเข้าแบบทรูโทน
- รองรับจีพีอาร์เอสและการรับส่งเอ็มเอ็มเอส
- สามารถใส่รายละเอียดในสมุดโทรศัพท์ได้
- เก็บข้อความสั้นได้ 200 ข้อความ
ข้อเสีย
- ตัวเครื่องเป็นรอยมันได้ง่าย
- บันทึกเสียงได้แค่ 30 วินาทีต่อรายการ
- ใส่ภาพถ่ายในรายชื่อไม่ได้
- เมนูใช้ค่อนข้างยาก
|