Alcatel One Touch 756
ห่างหายจากวงการมือถือในบ้านเราไปนานเหมือนกันสำหรับอัลคาเทลแห่งแดนน้ำหอม กลับมาคราวนี้หวังที่จะแย่งชิงพื้นที่ ทางการตลาดกลับไปให้ได้บ้าง อีกอย่างคือ การแข่งขันในครั้งนี้มีความรุนแรงไม่ใช่น้อย เพราะโทรศัพท์ที่มีความสามารถ ใกล้กันกับรุ่นนี้มีอยู่หลายตัว แทบทุกยี่ห้อ จึงต้องออกแรงหน่อยแล้วคราวนี้ สู้ต่อไป ทาเคชิ !!! เอ้ย อัลคาเทล
 |
 |
Physical Appearance
ถึงแม้ว่ารุ่นน้องของมันอย่างอัลคาเทล 156 จะมีหน้าตาที่สดใสแบบวัยรุ่น แต่รุ่นนี้ได้ฉีกแนวออกไปแล้วเพื่อขายกลุ่มตลาดของผู้ใช้ที่สูงขึ้นมานั่นเอง วัสดุโดยรวมยังดูธรรมดา อาจจะไม่ใช่วัสดุที่แข็งแรง นัก เพราะน้ำหนักค่อนข้างเบาเมื่อเทียบกับขนาดของตัวเครื่อง อย่างไรก็ตาม การประกอบถือว่าทำได้ดีอย่างที่ควรจะเป็น ทั้งปุ่มกด หน้ากาก และฝาครอบแบตด้านหลังแน่นหมด กดเท่าไหร่ไม่มียุบแน่นอน นอกจากนี้ ตรงปุ่มกดตัวเลขที่เราเห็นเป็นลักษณะเงาๆ เหมือนกับไม่ใช่พลาสติก หากกดแบ็คไลท์ให้มันติดขึ้นมา จะเห็นว่าเป็นวัสดุโปร่งแสง อาจจะเป็นยางที่มีความแข็งสูง กดแล้วสบายนิ้วดีชะมัด ส่วนโดยรอบหน้าจอที่เห็นว่าเป็นเงาอีกที่ อันนั้นใช้โครเมี่ยมชุบมาทำ เลยทำให้ดูสวยงามแบบหรูหรา ขึ้นมานิดนึงด้วย
ส่วนประกอบทั่วไปถือว่าไม่มีอะไรแปลกแหวกแนวออกไป ด้านหน้ามีแผงปุ่มกดที่กินเนื้อที่ไปกว่าครึ่งของความยาวตัวเครื่อง และมีคำว่า Alcatel สลักไว้ที่ด้านล่างของจออีก และตรงแกนกลางจะเห็นว่าไม่มีอะไรติดอยู่เลยแม้แต่ปุ่มปรับเสียง ดูแล้วเรียบร้อยดี พลิกมาด้านบนที่จะเห็นอินฟราเรดพอร์ทอยู่ใกล้ๆ กับรูร้อยสายห้อยคอ ด้านล่างจะมีรูเสียบสมอลทอล์คและสายชาร์จวางคู่กัน ปิดที่ด้านหลังจะมีเลนส์กล้องดิจิตอลที่วางตัวอยู่สูงพอสมควร ไม่ต้องกลัวว่ามือจะไปบัง แล้วก็กระจกส่องหน้าตัวเอง ที่เอาไว้ใช้ตอนถ่ายรูปครับ
 |
 |
Five-Way Navigation Key
หลายยี่ห้อมักจะบอกว่า ปุ่ม 4 ทิศทางที่มีปุ่มกดยืนยันตรงกลางจะเรียกว่าปุ่ม 5 ทิศทาง เอาเป็นว่าผมเปลี่ยนตั้งแต่รุ่นนี้เลยแล้วกัน เพราะเราสามารถกดยืนยันลงไปได้ โดยผมยืนยันว่า ทุกปุ่มที่อยู่ในรุ่นนี้กดได้อย่างแม่นยำแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะปุ่มมีขนาดใหญ่ อีกทั้งนูนปูดออกมาอย่างเห็นได้ชัด คราวนี้ก็สบายคนนิ้วใหญ่แล้วล่ะ การทำงานของปุ่มจะให้เราตั้งเบอร์โทรด่วนให้กับปุ่มตัวเลข หรือบวกกับการใช้เมนูลัด 9 รายการได้ นอกจากนี้ ปุ่มซอฟท์คีย์ทั้งสองฝั่งยังทำหน้าที่ได้แบบเดียวกันอีกด้วย แต่หากจะถามถึงปุ่มสี่ทิศทางคงต้องเสียใจด้วย เพราะเปลี่ยนการทำงานของมันไม่ได้ครับ
Menu Navigation
เรื่องเมนูก็มีสิ่งที่น่าประทับใจให้เห็นตั้งแต่กดเข้าไปแล้ว เพราะความคล่องตัวมีสูงมาก กดเร็วเท่าไหร่ก็ไม่มีอาการหน่วงให้เห็นถือว่าน่าชมเชย แต่ที่ไม่ชอบน่าจะเป็นรูปแบบไอคอนที่ใช้ในเมนูมากกว่า เพราะยังไม่สวยงาม ถึงจอจะแสดงผลได้มากกว่าสองแสนสีก็ตามที นอกนั้น ถือว่าทำได้ดีทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นเมนูไทย การเปลี่ยนโครงสร้างเมนู 3 แบบ ได้แก่ แบบ Grid 3 x 4 Icons และ Image การสร้าง Shortcuts 20 รายการ ส่วนการเปลี่ยนโครงสร้างสีให้กับเมนู ทำได้ค่อนข้างหลากหลาย เพราะมีทั้งการเปลี่ยนสีธรรมดา 6 แบบ และการเปลี่ยนธีมของตัวเครื่องที่แยกรายละเอียดออกไปถึงเสียงเรียกเข้า รูปเปิดปิดเครื่อง วอลเปเปอร์หลัก ฯลฯ
262,144 Color TFT Display
ด้วยความที่เห็นเมนูมันไม่สวยตั้งแต่ตอนแรก ก็นึกว่าเป็นเพราะหน้าจอส่วนหนึ่ง แต่จริงแล้วผมคิดผิดโดยสิ้นเชิง เพราะการแสดงสีและความสว่างของ OT756 ตัวนี้ถือว่าเข้าขั้นยอดเยี่ยมเลย มีติดอยู่นิดเดียวตรงที่พิกเซลในการแสดงผลมีเพียง 128 x 160 เทียบกับความยาวจอถึง 4 เซ็นติเมตรของมัน อย่างไรก็ดี สิ่งที่ทำให้จอแสดงผลมีความสวยงามถึงขนาดนี้ก็คือ จอชนิด TFT ที่แสดงผลได้ถึง 262,144 สีนั่นเอง หากเอามาใช้เป็นช่องมองภาพตอนถ่ายรูปก็ดูแล้วใหญ่เต็มตาดีเหมือนกัน แถมแสดงผลได้อย่างสวยงามเหมือนสภาพแวดล้อมจริงขณะนั้นด้วย ขอปรบมือให้อีกครั้งหนึ่งอย่างเต็มใจ
การเปลี่ยนวอลเปเปอร์นั้นทำได้หลากหลายมาก เพราะใช้ภาพนิ่งขนาด 128 x128 พิกเซล หรือภาพเคลื่อนไหวแบบ Animated GIF ก็ทำได้ ยังไม่หมดเท่านี้ เรายังใช้ไฟล์วิดีโอแบบ 3GP ที่เราถ่ายมาใช้เป็น Extra Screen ที่ทำหน้าที่คล้ายกับสกรีนเซฟเวอร์เล่นภาพเคลื่อนไหว แต่อันนี้เล่นเป็นวิดีโอเลย เอากับเขาสิ สุดยอดจริงๆ
MP3 Ring Tone
นี่ก็สุดยอดเหมือนกัน เสียงเรียกเข้าที่เป็นไฟล์ MP3 เมื่อถูกเล่นออกมาผ่านทางลำโพงตัวเดียวกับที่ใช้สนทนาพบว่า มีความนุ่มนวลแต่แฝงด้วยความดังระเบิด หากลองเทียบกับเสียงเรียกเข้าแบบทรูโทนของยี่ห้ออื่นมักจะเห็นว่า ตัวอื่นนั้นเสียงออกแหลมเสียเยอะ แต่ OT756 ทำได้ราวกับเสียงออกมาจากเครื่องเล่นซีดีเลย มีทั้งทุ้มทั้งแหลม ซึ่งผมก็เห็นด้วยครับ นอกจากนี้ เสียงโพลีโฟนิคแบบเดิมก็ยังคงไว้ที่ 128 ชิ้นเครื่องดนตรี แต่ใช้เล่นพร้อมกัน 32 คอร์ดเท่านั้น เสียงที่ให้มาในเครื่องมีอยู่ราว 40 เสียงเห็นจะได้ มีทั้งเสียงโพลีฯ และทรูโทนให้ครบถ้วน
การใช้งานโพรไฟล์อาจจะไม่มีมาให้ โดยเราต้องเปลี่ยนโหมดการเตือนแทน เช่น เสียงปกติ ค่อยๆ ดัง สั่น สั่นและเสียง สั่นก่อนเสียง เสียงบี๊ปและสั่น และเงียบ นอกจากนี้ เรายังเปลี่ยนเสียงปุ่มกด เสียงข้อความเข้า เสียงปลุก ฯลฯ ได้ทั้งหมดครับ
VGA Digital Camera & VDO Recorder
ผมล่ะชอบกล้องของรุ่นนี้ตรงที่สามารถเก็บแสงและสีได้เหมือนกับของจริงเสียเหลือเกิน ถึงแม้ว่าความคมชัดอาจจะดูธรรมดา แต่ว่าสามารถถ่ายในที่ที่มีแสงน้อยได้อย่างไม่เป็นปัญหา ลูกเล่นของมันไม่ได้น้อยเหมือนกัน เพราะเราถ่ายได้ที่ความละเอียดสูงสุด 640 x 480 พิกเซล ต่ำมาเป็น 128 x 160 128 x 128 64 x 64 และ 32 x 32 พิกเซล บวกกับการถ่ายแบบพาโนรามาอีกด้วยต่างหาก
สังเกตได้ว่าขนาดของรูปค่อนข้างเล็ก อาจจะทำไว้เพื่อให้เราเก็บรูปได้เยอะขึ้น แต่ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะยังไงขนาดภาพสูงสุดก็เป็น VGA อยู่แล้ว ลูกเล่นอื่นยังมีอีกเพียบ ได้แก่ การซูม 8 ระดับ การถ่ายแบบ Mosaic การถ่ายต่อเนื่องเป็นอนิเมชั่น 4 รูป โดยเครื่องจะให้เราถ่ายภาพออกมา 4 ภาพด้วยกัน แล้วมันจะทำการเรียงเป็นภาพเคลื่อนไหวให้เองโดยอัตโนมัติ เท่าที่ทำเกี่ยวกับมือถือมายังไม่เห็นรุ่นไหนทำได้แบบนี้เลย ถัดมาเป็นการใส่กรอบรูป 9 แบบ การตั้งเวลาถ่าย การปรับ White Balance แบบ Auto Sunny Cloudy Night และ Indoor การเปลี่ยนเอฟเฟ็คแบบ ขาวดำ ซีเปีย และเนกาทีฟ บอกแล้วใช่ไหมว่าลูกเล่นของมันโดดเด่นเลยทีเดียว
 |
 |
ตัวอย่างรูปถ่าย |
หากยังไม่พอใจ เราก็ถ่ายเป็นคลิปวิดีโอไว้ได้เช่นกัน โดยถ่ายได้ที่ความละเอียด 128 x 96 พิกเซล เพียงขนาดเดียว แต่เปลี่ยนเอฟเฟ็คและปรับ White Balance ได้เหมือนกับกล้องดิจิตอล แต่อย่างไรก็ตาม รุ่นนี้จะถ่ายภาพเคลื่อนไหวได้เพียง 30 วินาทีเท่านั้นครับ
VDO Player
ในเมื่อเล่นไฟล์คลิปวิดีโอได้แล้ว เราจึงเอามาประยุกต์ใช้กับการดาวน์โหลดคลิปวิดีโอมาดูในเครื่องได้เช่นกัน โดย OT756 จะรองรับไฟล์สองตัวคือ 3GP และ MPEG4 ซึ่งในเครื่องก็มีมาให้อยู่จำนวนหนึ่ง อีกทั้งเมื่อมีคนส่ง MMS แล้วแนบไฟล์วิดีโอมาด้วยก็เปิดดูได้ตามปกติ
4 MB Internal Memory
น่าเสียดายเป็นที่สุดที่รุ่นนี้ไม่สามารถเพิ่มหน่วยความจำได้ เพราะไหนๆ ก็เสียงเรียกเข้าเป็น MP3 แล้ว กล้องดิจิตอลก็มี แถมลูกเล่นอีกสารพัด โดยหน่วยความจำกลางนี้จะแบ่งออกไปเก็บคอนเท้นท์และสมุดโทรศัพท์ นัดหมาย และเกมอีกมากมาย แล้วแต่เราจะแบ่งสรร 4 เมกะไบต์ที่มีให้พอดีอย่างไรเท่านั้นเอง
VDO Phonebook
มาอีกแล้วสำหรับการใส่คลิปวิดีโอลงไปในรายชื่อ ทำให้เราเห็นภาพเคลื่อนไหวเวลาเบอร์นั้นโทรเข้ามา ดูแล้วเป็นธรรมชาติกว่าการแสดงภาพนิ่งเยอะ และภาพที่ได้ก็มีขนาดใหญ่ครึ่งจอเลยทีเดียว ส่วนการใช้งานทั่วไปของมันจะเป็นแบบมัลติฟีลด์ที่ใส่รายละเอียดได้มากกว่า 10 รายการ อาทิเช่น เบอร์มือถือ บ้าน ออฟฟิศ แฟ็กซ์ อีเมล์ 3 ตัว URL ชื่อบริษัท ตำแหน่ง ฯลฯ การแสดงผลจะใช้ปุ่มซ้ายขวาเพื่อเลื่อนไปยังฟีลด์ต่างๆ ได้โดยสะดวก อีกทั้งแยกกันอย่างเป็นระเบียบระหว่างเบอร์ในซิม เบอร์ในเครื่อง เบอร์แต่ละกลุ่มผู้โทร นอกจากนี้แล้ว เรายังบันทึกเสียงให้แต่ละเบอร์เพื่อใช้ในการโทรออกด้วยเสียงได้อีกด้วย
ข้อมูลการการโทรต่างๆ ก็ใช้งานได้ง่าย เพียงแต่กดปุ่มโทรออกแล้วเลื่อนไปทางซ้ายและขวาเพื่อดูเบอร์ในแต่ละหมวดได้สบาย อีกทั้งยังมีระยะเวลาใช้สายและเวลาโทรของแต่ละเบอร์ให้อีกด้วย มีอะไรจะดีไปกว่านี้อีกไหมเนี่ย
Organizer & Tools
ในหมวดเมนูนี้ก็ถือว่ามีให้ใช้งานเยอะพอตัวเหมือนกัน เริ่มกันที่ Diary หรือปฏิทินนั่นเอง ปฏิทินของรุ่นนี้แสดงผลได้ 3 มุมมองคือ วัน สัปดาห์ และเดือน รูปแบบก็ใช้งานง่าย มองเห็นรายละเอียดอย่างชัดเจน วันที่เราใส่นัดหมายเข้าไปจะมีไฮไลท์สีเข้มเอาไว้ให้ดู ส่วนวันที่ปัจจุบันจะเป็นตัวเลขกะพริบ ทั้งหมดนี้สามารถตั้งเตือนเพื่อกันลืมได้ นอกจากนี้แล้ว รายการสิ่งที่ต้องทำก็มีให้ พร้อมการใส่วันสิ้นสุดและความสำคัญให้แต่ละรายการ ถัดมาคือ นาฬิกาปลุกแบบเวลาเดียวแต่ปลุกได้หลายวัน นาฬิกานับถอยหลัง เครื่องคิดเลข เครื่องแปลงหน่วย ตัวแต่งเพลง และรายการปลุกเตือนที่แยกประเภทมาให้เราดูเลยว่า มีการเตือนอันไหนที่กำลังจะมาถึง ซึ่งจะแบ่งเป็น Appointment To-do list และ Alarm ครับ
นอกจากนี้ การใช้งานทางด้านเสียงที่นอกจากการโทรออกด้วยเสียงไปแล้วยังจะมี การบันทึกเสียงนาน 1 นาที การใช้คำสั่งเสียง 32 รายการ และการใช้สปีกเกอร์โฟนขณะมือไม่ว่างเพราะกำลังถือช้อนกินข้าวอยู่ ถือว่าครบถ้วนแล้วสำหรับฟังก์ชั่นในส่วนนี้
อัลบั้มมีเดียก็เปรียบเสมือนกับ Filie Manager ในตัวเครื่อง เพราะสามารถเปิดดูรูปถ่าย วอลเปเปอร์ ไฟล์วิดีโอ และไฟล์เสียงเพื่อใช้งานได้ทั้งหมด อีกทั้งมีการบอกฟอร์แมทของไฟล์ ขนาด วันที่บันทึกไว้ที่หน้าเดียวกันทั้งหมด ถือว่าอำนวยความสะดวกได้ดีจริงๆ
Messaging System
SMS และ MMS ในรุ่นนี้จะถูกเก็บไว้ในหน่วยความจำเครื่องเลย เท่ากับว่าตราบใดที่เมมโมรี่ยังไม่เต็ม เราก็จะเก็บไปได้เรื่อยๆ โดยรุ่นนี้ยังไม่รองรับถึงการรับส่งอีเมล์ แต่ใครหลายคนก็ไม่สนใจตรงจุดนี้ รวมถึงตัวผมเองด้วย เพราะใช้คอมดีกว่าเป็นไหนๆ อย่างไรก็ตาม การใช้งานโดยทั่วไปก็เหมือนกับมือถือรุ่นอื่น พิมพ์ไทยก็ได้ตามปกติ แต่ว่าไม่มีระบบสะกดคำเท่านั้นเอง ส่วนระบบสะกดคำภาษาอังกฤษจะเป็นแบบที่เดาคำศัพท์ให้เราล่วงหน้าเลย ซึ่งดีกว่ายี่ห้ออื่น ทำให้เราพิมพ์ข้อความได้อย่างรวดเร็ว นอกนั้นยังมี การส่งข้อความออกไปเป็นกลุ่ม โดยกดส่งเพียงครั้งเดียว การกรองข้อความที่ไม่ได้มาจากสมุดโทรศัพท์ การจัดวางตำแหน่งของข้อความและภาพในส่วนของ MMS
Java Games
เกมในเครื่องมีใส่มาให้ 2 ตัวคือ Gulos Tale และ Speed Devils โดยเกมแรกจะให้เราเป็นตัวการ์ตูนเดินเก็บของในรูปแบบของแพลทฟอร์มเดินตะลุยด่านไปเรื่อยๆ อีกเกมเป็นเกมรถแข่ง หากใครชอบความเร็วก็ไม่ควรพลาด ทั้งยังยิงจรวดซัดคันหน้าที่วิ่งเกะกะได้ด้วย อย่างไรก็ดี เราสามารถโหลดเกมลงมาเพิ่มได้ เพราะตัวเครื่องรองรับ Java MIDP 2.0 ครับ
Connectivity
การเชื่อมต่อของ OT756 จะใช้อินฟราเรดที่ส่วนหัวของตัวเครื่อง ซึ่งเป็นแบบอิสระ สามารถรับส่งไฟล์ได้โดยไม่ต้องใช้ โปรแกรมอะไร แต่ในกล่องก็ยังอุตส่าห์แถมโปรแกรม PC Suite 3 มาให้ เพื่อใช้ในการจัดการสมุดโทรศัพท์ด้วย MS Outlook หรือจะแต่งเพลง ปรับภาพก่อนส่งเข้าไปยังมือถือตัวเก่งของเราก็ได้ แต่ผมยังเห็นข้อเสียของมันตรงที่ยังไม่สามารถ รับไฟล์ขนาดใหญ่อย่าง MP3 ที่ตัดมาเป็นเสียงเรียกเข้าได้ เครื่องจะแจ้งว่าไฟล์ใหญ่เกินไปแล้วก็ไม่รับเอาดื้อๆ ผมเลยยังหาวิธีโหลดเพลงเข้าไปไม่ได้เหมือนกัน ส่วนสุดท้ายคือการใช้ GPRS Class 10 บน WAP Browser 2.0 ที่เพิ่มทางเลือกให้กับผู้ใช้ที่ไม่มีอินฟราเรดครับ
Final Opinion & Conclusion
Alcatel One Touch 756 สร้างความประทับใจให้ผมค่อนข้างมาก เพราะความสามารถของตัวเครื่องเองมีอยู่อย่างล้นหลาม เรียกได้ว่าเจ๋งกว่ามือถือหลายตัวตอนนี้เยอะ แต่เสียดายที่มันยังมีข้อเสียที่ติดตัวอยู่อย่าง การที่ไม่สามารถเพิ่มหน่วยความจำได้ การรับไฟล์ขนาดใหญ่ผ่านอินฟราเรดไม่ได้ และก็ความละเอียดของจอแสดงผลยังทำได้ไม่ดี หากตัดปัญหาเหล่านี้ออกไปได้จะถือว่าเป็นมือถือที่มีความสมบูรณ์มากที่สุดตัวหนึ่ง ข้อดีของมันที่เห็นได้ชัดเลยคือ เสียงเรียกเข้าแบบทรูโทนที่ออกมาจากลำโพงที่นุ่มและไพเราะมากๆ บวกกับกล้องดิจิตอลติดตัวที่มีลูกเล่นแบบไม่เหมือนใครอย่างการถ่ายภาพต่อเนื่องแบบเคลื่อนไหวได้ การแสดงวิดีโอขณะมีสายเข้า สมุดโทรศัพท์ที่ใส่รายละเอียดได้เต็มเหยียด ออแกไนเซอร์ที่มีความละเอียดในการใส่นัดหมายแบบครบถ้วน และการเชื่อมต่อด้วยอินฟราเรดแบบอิสระ สร้างความยืดหยุ่นในการใช้งานได้เป็นอย่างดี เท่านี้ผมก็ไม่รู้จะหาอะไรมาพูดแล้ว หากท่านเป็นคนที่ชอบอะไรแปลกใหม่ ไม่ยึดติดกับยี่ห้อดังแบบเดิมๆ และหาก OT756 ออกวางขายในราคาที่ไม่แพงจนเกินไปนัก แบบว่าไม่เกินหมื่น หรือหมื่นต้นๆ ผมยกเรื่องความคุ้มค่าให้เต็มที่ครับ
|
|
|
|
จอแสดงผลสีสวยงาม |
เมนูแบบหนึ่งที่มีให้เลือก |
แกลอรี่ภาพ
ที่บอกรายละเอียดไว้ |
การถ่ายภาพต่อเนื่อง
แบบอนิเมชั่น
|
|
|
|
|
เปลี่ยนธีมให้เครื่อง |
เล่นไฟล์ 3GP ได้ด้วย |
เห็นไหมว่าเสียงเรียกเข้า
เป็น MP3
|
|
Strength
-จอแสดงผล 262,144 สีให้สีสดใส
-เสียงเรียกเข้าทรูโทนที่นุ่มนวลแต่ดัง
-กล้องดิจิตอลสามแสนพิกเซล
-ฟังก์ชั่นทางด้านเสียงที่ครบครัน
-VDO Caller ID
-เชื่อมต่อด้วยอินฟราเรด
|
Weakness
-จอแสดงผลยังไม่ละเอียด
-ส่งไฟล์ขนาดใหญ่เข้าเครื่องไม่ได้
-หน่วยความจำขนาดเล็กและเพิ่มไม่ได้
-ถ่ายวิดีโอได้เพียง 30 วินาที
|
|