Gadget

DJI Spark โดรนประสิทธิภาพเยี่ยม ขนาดเล็กพกสะดวก ควบคุมด้วยง่ายด้วยฝ่ามือ

ปัจจุบันโดรน (Drone) หรือยานบินขนาดเล็กมีวิวัฒนาการอย่างรวดเร็ว และเริ่มเป็นสิ่งที่แพร่หลายและใช้งานกันอย่างกว้างขวาง จากแต่ก่อนมีเอาไว้ใช้เพื่องานระดับอุตสาหกรรม

 DJI ถือว่าเป็นผู้ผลิตและพัฒนาโดรนในระดับผู้นำของตลาดนี้ ด้วยที่ทำมาตั้งแต่ระดับ Hi-End เพื่อใช้งานอุตสาหกรรม ไล่ลงมาในซีรี่ย์ Phantom ที่มีขนาดเล็กลงจนถอดประกอบใส่เป้สะพายหลังได้ และในปีที่แล้วก็สร้างความฮือฮาให้กับวงการด้วยรุ่น Mavic ที่มีขนาดเล็กมากแถมยังพับเก็บได้ง่าย แต่ใครจะคิดว่านั้นยังไม่ใช่ที่สุด เพราะตอนนี้ DJI ได้ออกโดรนรุ่นใหม่ล่าสุด DJI Spark ที่มีขนาดเล็กกว่า Mavic แถมยังมีฟีเจอร์อัจฉริยะในการช่วยบินมากมาย ชนิดที่ว่า คนที่ไม่เคยใช้งานบินหรือบังคับโดรนมาก่อนก็สามารถใช้งานได้สบาย

สเปคของ DJI Spark

ตัวเครื่องมีน้ำหนักเบาเพียงแค่ 272 กรัม เท่านั้น (น้ำหนักรวมแบตเตอรี่แล้ว) เรียกได้ว่าเล็กกว่า Mavic แบบครึ่งต่อครึ่งเลย ตัวกล้องเป็นแบบติดตั้งกับตัวเครื่อง ถอดออกไม่ได้ ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล สามารถถ่ายวิดีโอได้คมชัดสูงสุดที่ 1080p (Full HD) 60fps โดยที่ตัวกล้องจะติดตั้งกับ Stabilizer เพื่อลดการสั่นไหวของภาพแบบ 2 แกน

แบตเตอรี่ชาร์จเต็มสามารถบินได้นานสูงสุด 16 นาที ในตัวมี GPS สำหรับระบุพิกัด และเซนเซอร์ตรวจจับด้านหน้าและด้านล่าง เพื่อช่วยในการแยกแยะวัตถุ รวมถึงวิเคราะห์ในการหลับหลีกสิ่งกีดขวาง ทำความเร็วในการบินได้สูงสุดถึง 50 กิโลเมตร/ชั่วโมง มีระยะการบังคับบินได้ไกลสุด 2 กิโลเมตร

 

DJI Spark เลือกควบคุมได้ 3 รูปแบบ

อย่างที่เกริ่นไปตั้งแต่แรกแล้วว่ารุ่นนี้ถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่ายชนิดที่ว่า ไม่เคยบินโดรนมาก่อนก็ยังใช้ได้ โดยวิธีการบังคับนั้น ก็ยังทำออกมาให้ถึง 3 แบบด้วยกันคือ

Gesture Mode หรือโหมดบังคับด้วยมือและท่าทาง โหมดนี้ง่ายชนิดที่ว่า ไม่ต้องเชื่อมต่อกับอะไร เปิดเครื่องแล้วบังคับได้ด้วยท่าทางของเราได้ทั้งหมด

ควบคุมผ่านสมาร์ทโฟน โดยติดตั้งแอพฯ DJI GO 4 รองรับทั้งใน iOS และ Android ใช้บังคับและเป็นมอนิเตอร์สำหรับดูภาพจากกล้องของ Spark ได้แบบเรียลไทม์

ควบคุมด้วยรีโมทคอนโทรล เป็นอุปกรณ์เสริมที่เป็นคอนโทรลเลอร์บังคับและใช้สมาร์ทโฟนมาเสียบเข้าเพื่อเป็นจอภาพ และการควบคุมโหมดนี้จะสามารถบินได้ระยะที่ไกลที่สุดได้คือ 2 กิโลเมตร

เตรียมตัวก่อนเริ่มบิน

ที่ตัวของ Spark นั้นด้านหลังบริเวณเหนือแบตเตอรี่จะสามารถเปิดออก ด้านในจะมีช่อง Micro USB สำหรับเสียบสายเพื่อชาร์จแบตเตอรี่ และช่องสำหรับใส่ microSD สำหรับบันทึกภาพถ่ายและวิดีโอ ส่วนตัวแบตเตอรี่สามารถถอดออกเพื่อไปชาร์จกับที่ชาร์จแบบเสียบได้

วิธีการเปิดเครื่องนั้น ที่ด้านหลังจะมีปุ่มกดอยู่ การเปิด ให้กด 1 ครั้งเพื่อทำการ activate ระบบไฟและเช็คปริมาณแบต (มีเป็นไฟแสดง 4 ดวง) จากนั้นก็ให้กดปุ่มอีกครั้งค้างไว้จนได้ยินเสียงสัญญาณ ส่วนเวลาจะปิดก็ให้กดเหมือนกัน

เริ่มบินด้วย Gesture Mode

            เป็นโหมดที่บินง่ายที่สุด เพราะไม่ต้องใช้อุปกรณ์อะไรในการบังคับเลย เริ่มขึ้นมาให้ทำการเปิดระบบของโดรน (กดปุ่ม 1 ครั้ง และกดปุ่มค้าง) รอจนกระทั้งสัญญาณไฟกระพริบเป็นสีเหลือง จากนั้นยกโดรนขึ้นมาให้ตัวเซนเซอร์ด้านหน้าของ DJI Spark อยู่ตรงหน้าเรา แล้วกดปุ่มที่ตัวโดรน 2 ครั้งติดต่อกัน

            โดรนจะเริ่มทำการสแกนเพื่อตรวจจับใบหน้าของเรา รอจนกระทั่งไฟสัญญาณที่ใบพัดคู่หน้าเปลี่ยนเป็นสีเขียว มอเตอร์ใบพัดก็จะเริ่มทำงาน แล้วบินขึ้นทันที โดยมันจะบินอยู่ในระยะความสูงของเรา และห่างเราประมาณ 2 เมตร

            คราวนี้เราก็จะเริ่มทำการบังคับในโหมด Gesture ได้แล้ว โดยท่าแรก ให้เรายกมือขึ้นให้โดรนสแกนมือของเรา ไฟที่ใบพัดจะกระพริบเป็นสีเหลืองเพื่อทำการสแกน เมื่อสแกนเรียบร้อยก็จะเปลี่ยนสีเขียว คราวนี้เมื่อเราเลื่อนมือไปทางไหน จะไปทางซ้ายหรือขวา ขึ้นหรือลง โดรนก็จะบินตามไปยังตำแหน่งที่มือเราลากพาไปทันที

คราวนี้สู่ขั้นตอนต่อไปคือการบินขึ้นเพื่อเตรียมถ่าย ให้เราหันหน้าให้โดรนแล้วแล้วทำท่าโบกมือไปมา เหมือนโบกมือบ๊ายบาย โดรนจะบินถอยหลังออกไปสูงขึ้นไปประมาณ 3 เมตร จากนั้นให้ทำมือ 2 มือมาซ้อนต่อกันเป็นเหมือนเฟรมรูป โดรนก็จะทำการถ่ายภาพของเราให้ทันที (จะมีสัญญาณไฟกระพริบบอกก่อน)

และในการทำท่านี้ยังเป็นการเปิดโหมดติดตามวัตถุ หรือ ActiveTrack คราวนี้โดรนจะล็อคเป้าตำแหน่งของเรา จากนี้ถ้าหากเราเคลื่อนที่หรือเดินไปทางไหน โดรนก็จะบินตามเราในทันที

คราวนี้มาดูคำสั่งเรียกโดรนกลับบ้าง ให้เราหันหน้าหาโดรนแล้วกางแขนทั้ง 2 ข้างเฉียงขึ้น โดรนจะบินกลับมาหาเราที่ด้านหน้าทันที คราวนี้ก็เดินเข้าไปเอามือรองด้านใต้ของโดรน มันก็จะทำการบินลงมาจอดที่มือของเราเองโดยอัตโนมัติ

เรียกได้ว่าบังคับกันแบบง่ายๆ ไม่ยุ่งยากอะไรเลย แต่ก็มีข้อควรรู้เกี่ยวกับการบังคับในโหมด Gesture เราจะต้องทำคำสั่งแบบช้าๆ และรอให้โดรนทำการสแกนตอบรับคำสั่งให้เรียบร้อย อย่าแบบขยับไปขยับมา หรือใส่คำสั่งซ้ำไปซ้ำมา เพราะจะทำให้ระบบสับสนและอาจจะบังคับได้ผิดพลาด และในการบังคับแบบนี้แนะนำให้ยืนออกคำสั่งเพียงคนเดียว อย่าแย่งกัน เพราะจะทำให้ระบบสับสน รวมถึงระบบนี้ไม่สามารถใช้ในสภาวะที่แสงน้อยหรือเวลากลางคืนได้ เพราะเซนเซอร์และกล้องจะไม่สามารถจับท่าทางของเราได้

บังคับด้วยสมาร์ทโฟน

ทีนี้มาดูการบังคับผ่านแอพพลิเคชั่นในสมาร์ทโฟนกันบ้าง ให้ทำการติดตั้งแอพ DJI GO 4 ในเครื่องให้เรียบร้อย จากนั้นเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่านทาง Wi-Fi เมื่อเข้าไปในแอพฯ ก็จะเชื่อมต่อสัญญาณภาพจากกล้องมาแสดงผลให้เราเห็นในสมาร์ทโฟนได้แบบเรียลไทม์

การสั่งบินจากแอพฯ จะมีปุ่ม Take Off (อยู่ทางซ้ายของหน้าจอ) แตะแล้วสไลด์ปลดล็อคให้บินขึ้นได้เลย เราสามารถบังคับการบินในทิศทางต่างๆ ด้วยตัวเองก็ได้ หรือจะเลือกใช้โหมดบินและบันทึกวิดีโออัตโนมัติ (Quick Shot) ก็ได้ ซึ่งจะมีอยู่ให้เลือก 4 แบบด้วยกันคือ

            – Dronie โดรนจะเริ่มบันทึกภาพแล้วค่อยๆ บินถอยหลังห่างจากเราไปเรื่อยๆ เป็นการเก็บภาพแบบมุมกว้างให้เห็นทัศนียภาพรอบข้าง

            – Circle โดรนจะบินจับภาพหมุนวนรอบตัวเราเป็นวงกลม อารมณ์เหมือนภาพที่แพนบนดอลลี่รอบวัตถุได้อย่างสวยงาม

            – Helix จะคล้ายๆ กับ Circle แต่ว่าจะเป็นการบินวนเป็นก้นหอยรอบๆ ตัวเราแล้วถอยห่างออกไปเรื่อยๆ

            – Rocket เป็นการบินขึ้นตรงตั้งฉากแล้วมุมกล้องขนานกับพื้น เพื่อเก็บภาพจากมุมตรงด้านบน

            ต้องบอกว่าโหมดการบินใน Quick Shot นี้ถ้าให้บังคับเองแบบ Manual นั้นยากมากๆ แต่ DJI ใช้วิธีกำหนดค่ามาให้อัตโนมัติ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเก็บภาพสวยๆ ได้แบบสบายๆ

โหมดอื่นๆ ในการบังคับผ่านสมาร์ทโฟน

การบังคับด้วยสมาร์ทโฟนนั้น ยังมีโหมดให้เลือกใช้ได้อีกหลายอย่าง เช่น Tapfly ที่เราเอานิ้วแตะเลือกตำแหน่งในหน้าจอเพื่อสั่งให้โดรนบินไปยังตำแหน่งนั้นได้เอง ActiveTrack ทำการล็อคตำแหน่งวัตถุแล้วบินบันทึกภาพระหว่างที่วัตถุนั้นเคลื่อนไหว เลือกได้ทั้งบินตาม บินนำ หรือบินวนรอบก็ได้ Tri-Pod โหมดบังคับให้เคลื่อนไหวบินอย่างช้าๆ เน้นความราบเรียบในการเก็บภาพเคลื่อนไหว และ Gesture สำหรับเลือกเปลี่ยนจากการบังคับด้วยแอพฯ มาใช้มือและท่าทางในการบังคับแทน

สำหรับโหมดบังคับด้วยรีโมทคอนโทรลนั้น หลักๆ จะเหมือนกันกับรีโมทของ DJI รุ่นก่อนๆ ที่จะให้คุณบังคับการบินได้แบบ Manual รวมถึงใช้บินในการไปเก็บภาพในระยะไกลๆ ได้ เพราะว่าในโหมดบังคับผ่าน Smartphone นั้นจะมีระยะการบินได้ไกลเพียงแค่ประมาณไม่เกิน 100 เมตรเท่านั้น

ความปลอดภัยในการบิน

หลังจากที่เรารู้ความสามารถและโหมดต่างๆ ในการบินกันไปเรียบร้อยแล้ว หลายคนที่ไม่เคยบินก็อาจจะยังมีข้อสงสัยอีกหลายอย่าง โดยเฉพาะเรื่องของความปลอดภัย รวมถึงการควบคุมและข้อจำกัดต่างๆ ที่ต้องทราบ

หลายคนห่วงเรื่องของระยะของการบินว่า หากเราบังคับให้บินไปเกินกว่าระยะทำการควบคุมจะเกิดอะไรขึ้น มันจะบินลับหายไปหรือไม่ เรื่องนี้เมื่อเกิดขึ้น ที่หน้าจอของแอพฯ จะแจ้งเลยว่าสัญญาณเชื่อมต่อขัดข้อง มันจะทำการบินกลับมาหาเราทันที โดยจะมีโหมดที่เรียกว่า Return to Home อยู่ ถ้าหากเราต้องการให้มันบินกลับทันที ไม่ว่าจะเรื่องที่บินออกนอกระยะ หรือว่ามีแจ้งเตือนว่าแบตเตอรี่เหลือน้อย ก็ให้กดปุ่ม RTH ได้เลย

โดรนจะทำการบินขึ้นสูงในแนวดิ่งในระยะที่เรากำหนดไว้ (ตามปกติคือ 30 เมตร) จากนั้นมันจะบินตรงกลับมายังพิกัด GPS ตอนที่บินขึ้นให้ทันที

สิ่งสำคัญ จำให้มั่น!

คราวนี้มาเป็นเรื่องของข้อควรจำสำหรับมือใหม่หัดบินทั้งหลาย ถึงแม้ว่า DJI Spark จะฉลาดและออกแบบให้บินได้ง่าย แต่การบินโดรนนั้นก็มีข้อสำคัญที่ห้ามลืมและฝ่าฝืนอยู่หลายข้อ และนี่คือสิ่งที่คุณต้องรู้และจำใส่ใจให้แม่น

  1. การขึ้นบินโดรนนั้น เราสามารถบินได้เฉพาะในที่ส่วนตัว, ที่สาธารณะ และที่บริเวณที่อนุญาตให้บินได้เท่านั้น นั่นคือ ไม่ใช่ว่าคุณอยากจะหยิบออกมาบินที่ไหนก็ได้ เพราะในหลายประเทศมีกฎหมายและข้อห้ามอยู่ หากขึ้นบินแล้วก็อาจจะเกิดปัญหาได้ เบื้องต้นตัวระบบของ DJI ได้มีการบันทึกเขตตำแหน่ง No-Fly Zone ของโดรนทั่วโลกเอาไว้ หาคุณยืนอยู่ในบริเวณเขตห้ามนี้ เราจะไม่สามารถบินขึ้นได้ หรือถ้าบังคับบินอยู่แล้วโดรนจะบินเข้าไปในเขตนี้ มันจะบินย้อนกลับออกมาทันที

DJI Spark นั้นเป็นโดรนที่มีขนาดเล็กกว่าที่กฎหมายบังคับไว้ จึงไม่จำเป็นต้องขออนุญาตในการบิน แต่ก็ไม่ใช่ว่านึกอยากจะหยิบมาบินที่ไหนก็ได้ ข้อควรจำก็คือ ไม่ควรบินในสถานที่ชุมชน เพราะอาจจะบินไปชนกับสายไฟ ต้นไม้ และห้ามบังคับบินเข้าหาคนเด็ดขาด

  1. โหมด Gesture เมื่อเราให้โดรนบินเพื่อรอให้เราสั่งคำสั่งถ่ายภาพ ถ้าหากเราปล่อยให้มันบินรออยู่อย่างนั้นโดยไม่สั่งอะไรเป็นเวลา 1 นาที มันจะแลนดิ้งลงจอดทันที โดยไม่สนว่าที่ด้านล่างของมันเป็นอะไร ถ้าเป็นพื้นก็ดีไป แต่ถ้าเป็นน้ำหรือบนเขา ก็คงต้องบอกว่าลาก่อน
  2. ใช้งานโดรนในที่แจ้ง สิ่งที่ต้องห่วงที่สุดคือ สายไฟ ถึงแม้ DJI Spark จะมีเซนเซอร์สำหรับตรวจจับและหลบสิ่งกีดขวางได้ แต่มันไม่สามารถตรวจจับสายไฟได้ รวมถึงเวลาใช้โหมด Dronie ที่บินถอยหลัง มันจะถอยแบบไม่สนว่าข้างหลังมีอะไร (เพราะมันไม่มีเซนเซอร์ตรวจจับด้านหลัง) ดังนั้นควรตรวจเช็คให้ดี
  3. การเล่นในเวลากลางคืน ไม่แนะนำอย่างยิ่งถ้าหากคุณไม่มีประสบการณ์ในการบินมาก่อน เพราะโหมดอัตโนมัติทั้งหลายไม่สามารถใช้งานได้ในสภาพแสงน้อยหรือเวลากลางคืน และยิ่งทัศนวิสัยมองเห็นไม่ชัด มีโอกาสที่สูงมากที่จะบินแล้วชนกับสิ่งกีดขวางได้
  4. หากว่าคุณสั่งบินอยู่ในอาคาร หรือพื้นที่ที่มีหลังคาปิดคลุม ห้ามกดปุ่ม Return to home เด็ดขาด เพราะทันทีที่กด มันจะดีดตัวเองขึ้นสูงทันทีโดยไม่สนว่ามีเพดานหรือไม่ และนั่นอาจจะเป็นอวสานโดรนของคุณที่จะปะทะกับเพดานแล้วร่วงลงมาเป็นซากที่พื้น

นอกจากนี้ การใช้ RTH คุณต้องมั่นใจว่าตำแหน่ง GPS ที่เริ่มบินนั้นถูกต้อง ถ้าอยู่ในอาคารหรือในพื้นที่ๆ มีสิ่งกีดขวางสัญญาณดาวเทียมอย่างเช่น ตึกสูง ตำแหน่งที่โดรนจะบินกลับมาอาจจะไม่ใช้ที่จุดเทคออฟ อาจจะเป็นหลังคาบานใครสักหลัง หรืออาจจะบินชนตึกได้

สรุป DJI Spark เหมาะสำหรับใคร?

มาถึงตรงนี้ DJI Spark เราบอกเลยว่า เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเป็นโดรนลำแรกสำหรับคนที่อยากจะลองเล่นอุปกรณ์ประเภทนี้ ด้วยระบบที่ออกแบบมาให้มีโหมดอัตโนมัติคอยช่วยเหลือในการบิน พร้อมการบังคับที่ง่ายตั้งแต่ระดับใช้มือเปล่าบังคับด้วยท่าทาง มาใช้เป็นแอพฯ ผ่านสมาร์ทโฟน หรือจะเลือกแบบมืออาชีพบังคับผ่านรีโมทคอนโทรลก็เลือกได้

และด้วยขนาดที่เล็กพกพาง่าย และหยิบออกมาขึ้นบินได้รวดเร็วไม่ต้องเซ็ตอัพให้วุ่นวาย ใครที่ชอบไปท่องเที่ยวต่างจังหวัด จะขึ้นเขาลงห้วย เที่ยวเกาะไปทะเล นี่คือสิ่งที่เอาไว้เก็บภาพประทับใจในมุมมองสูงที่ไม่ได้ถ่ายกันได้ง่ายๆ แต่  DJI Spark ทำได้สบายๆ

แต่ถ้าคุณอยากจะได้โดรนเอาไว้สำหรับถ่ายวิดีโอระดับทำงานโปรดักชั่น ไม่ค่อยอยากแนะนำให้เลือก Spark เพราะยังมีขีดจำกัดตั้งแต่เรื่องแบตเตอรี่ที่อยู่ได้แค่ 15 นาที และระยะทางการบินที่ไม่ไกลมาก หากอยากบินไกลถ่ายสวยๆ เอาไปใช้งานระดับมืออาชีพ แนะนำเป็น Phantom 4 จะดีกว่า

ตอนนี้ DJI Spark เริ่มวางจำหน่ายในประเทศไทยแล้ว นำเข้าอย่างเป็นทางการโดย Synnex โดยราคาจะอยู่ที่ 20,000 บาท และจะมีแบบชุด Combo เพิ่มตัวรีโมทคอนโทรล, แท่นชาร์จแบตเตอรี่, แบตเตอรี่เสริม 1 ก้อน, ตัวป้องกันใบพัด และกระเป๋า เป็นชุดจะอยู่ที่ 28,000 บาท

 

ขอขอบคุณ : LNWgadget.com ตัวแทนจำหน่ายสินค้า DJI พร้อมรับซ่อมในกรณีเกิดอุบัติเหตุเสียหาย สำหรับ DJI Spark ในการทดสอบของทีมงาน

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความเห็น

To Top