เตรียมตัวให้พร้อมก่อนใช้แบล็คเบอร์รี่

Image Hosted by ImageShack.us CLONE

คอลัมน์อันน่าสนใจนี้จะเกิดขึ้นมาไม่ได้เลยหากเป็นโทรศัพท์รุ่นอื่นที่ไม่ใช่ “แบล็คเบอร์รี่” เพราะโทรศัพท์ยี่ห้อนี้มีอะไรซับซ้อนกว่าเยอะ ลองเทียบง่ายๆ กับการซื้อโนเกียเครื่องหนึ่ง แค่มีเงิน รู้เรื่องฟังก์ชั่นเล็กน้อยพอให้เกิดอาการอยาก แล้วเดินไปที่ร้าน แว้บเดียวเงินของท่านจะละลายหายไปทันที ในขณะเดียวกัน ถ้าพูดถึงแบล็คเบอร์รี่ คุณจะมีเครื่องอย่างเดียวไม่ได้ละ แล้วอะไรล่ะที่ต้องเตรียมบ้าง

Image Hosted by ImageShack.us CLONE

1. ตัวเครื่องแบล็คเบอร์รี่ที่ไม่ติดล็อคและไม่เคยลงทะเบียนกับผู้ให้บริการมาก่อน
ตามที่เรารู้กันอยู่ว่าแบล็คเบอร์รี่จะมีรหัสประจำเครื่องที่ไม่ซ้ำกัน เราเรียกรหัสอันนั้นว่า “พิน” (PIN) ตัวอักษรที่เป็นเลขฐาน 16 ทั้งหมดแปดตัวตรงนี้จะต้องไม่ถูกลงทะเบียนไปแล้วโดยผู้ใช้ท่านอื่น กรณีนี้อาจเกิดขึ้นได้หากเครื่องที่ท่านซื้อมาเป็นเครื่องมือสอง หรือซื้อต่อเพื่อนมา ถามว่าเครื่องมือสองนั้นใช้ไม่ได้เลยหรือเปล่า อันนั้นก็ไม่ถูกซะทีเดียว มันยังใช้ได้ครับ เพียงแต่ต้องให้เจ้าของเดิมเขายกเลิกบริการหรือยกเลิกพินที่ลงทะเบียนไว้กับบัญชี (account) ของเขาเสียก่อน จากนั้นเราจึงเอามาลงทะเบียนต่อได้ เหตุนี้เพราะว่าพินทั้งหมดที่ทำการลงทะเบียนไปแล้วจะถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูลของแบล็คเบอร์รี่ที่แคนาดาโน่น ไม่ว่าคุณจะใช้เอไอเอส ทรูมูฟ หรือดีแทคที่กำลังจะเปิดให้บริการในไม่ช้าก็ตาม
อีกกรณีนึงคือเครื่องที่ติดล็อคจากทางผู้ให้บริการ (service provider) ของต่างประเทศ กล่าวคือ ผู้ใช้ส่วนใหญ่ ณ ปัจจุบันนี้ซื้อแบล็คเบอร์รี่ที่เป็นเครื่องจากเกรย์ มาร์เก็ต บางคนหิ้วมาเองจากเมืองนอกและไม่ได้ทราบมาก่อนว่าเครื่องนั้นติดล็อคกับโอเปอเรเตอร์ที่โน่นอยู่ ทำให้เอามาใช้กับเครือข่ายบ้านเราไม่ได้ วิธีนี้สามารถแก้ไขได้โดยการแฟลชเครื่อง แต่ไม่รับประกันว่าทำได้ทุกรุ่น ยังไงจะซื้อเครื่องใหมก็ขอให้ผ่านเกณฑ์ 2 ข้อนี้ไปก่อนแล้วกัน

2. ซิมการ์ดที่เปิดใช้บริการแบล็คเบอร์รี่เรียบร้อยแล้ว
เห็นไหมครับว่ามันไม่ได้วนอยู่กับเรื่องเครื่องเพียงอย่างเดียวเหมือนโทรศัพท์รุ่นอื่นยี่ห้ออื่น แต่มีเรื่องบริการแบล็คเบอร์รี่ (BB service) เข้ามาปนด้วย ในตอนนี้เจ้าที่ให้บริการอยู่มีเพียงเอไอเอสและทรูมูฟ ซึ่งค่าบริการก็แตกต่างกันออกไปดังนี้

AIS BIS Package

เบอร์เติมเงิน (Prepaid) 30 บาทต่อวัน (ไม่จำกัดการใช้งาน)

650 บาทต่อเดือน (ไม่จำกัดการใช้งาน)

เบอร์รายเดือน (Postpaid) 400 บาทต่อเดือน (10 เมกะไบต์)

650 บาทต่อเดือน (ไม่จำกัดการใช้งาน)

Truemove BIS Package

แพ็คเกจ

3G / EDGE

WiFi

การใช้งานเสียง

หมายเหตุ

449 บาท

30 MB

-

-

ค่าโทร 1.25 บาท/นาที

SMS 1.25 บาท/ครั้ง

MMS 6 บาท/ครั้ง

599 บาท

ไม่จำกัด

-

-

899 บาท

ไม่จำกัด

ไม่จำกัด

ไม่จำกัดในเครือข่าย

สังเกตุได้ว่าโปรโมชั่นของเอไอเอสจะไม่มีค่าโทรเข้ามาเกี่ยวข้อง เนื่องจากแพ็คเกจแบล็คเบอร์รี่จะเป็นแพ็คเกจ “ออนท็อป” คือต้องมีโปรโมชั่นหลักอยู่แล้วหนึ่งรายการ แล้วเพิ่มเงิน 650 บาทต่อเดือนเข้าไป ขณะที่ของทรูจะรวมค่าโทรเข้าไปด้วย ผู้ใช้ต้องใช้อัตราค่าโทรที่ปรากฏในตารางเท่านั้น ส่วนของดีแทคเราก็ยังไม่มีข้อมูลครับ ถ้าให้เดา ระดับราคาก็คงต้องอยู่กึ่งกลางระหว่างสองค่ายข้างต้นนี่แหละ

Image Hosted by ImageShack.us CLONE

3. ในกรณีที่ต้องการใช้บริการแบบ BES จำเป็นต้องมีเซิร์ฟเวอร์ของแบล็คเบอร์รี่ด้วย
สำหรับผู้ใช้ที่ต้องใช้อีเมลขององค์กร และต้องการซิงค์ทุกอย่างในโปรแกรมจำพวกไมโครซอฟต์ เอ็กซ์เชนจ์ บริการแบล็คเบอร์รี่จะต่างออกไปเล็กน้อย เนื่องจากองค์กรของเราต้องเช่าเซิร์ฟเวอร์จากทางแบล็คเบอร์รี่ด้วย ความปลอดภัยก็จะสูงกว่า แน่นอนว่าต้องแลกมาด้วยค่าบริการที่แพงขึ้น แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าองค์กรเล็กๆ จะต้องไปเช่าเซิร์ฟเวอร์ด้วยนะ หากอีเมลของบริษัทสามารถดึงอีเมลแบบ POP และ IMAP ได้ จะเลือกแพ็คเกจสำหรับ BIS ก็ทำงานได้เช่นกันครับ

Image Hosted by ImageShack.us CLONE

4. นำ PIN และ IMEI ของเครื่องไปลงทะเบียนกับระบบเพื่อสร้างบัญชี (account) ส่วนตัว
ตรงนี้แหละที่เราบอกว่าอาจเกิดการลงทะเบียนทับซ้อน หากเครื่องของเรามีการกรอกพินและอีมี่ไว้ในระบบเรียบร้อยแล้ว ถ้าท่านใช้บริการของเอไอเอส ให้เข้าไปที่ยูอาร์แอล http://ais.blackberry.com ส่วนของทรูมูฟเป็น http://truemove.blackberry.com ขณะเดียวกัน ดีแทคก็ทำหน้าเว็บรอเอาไว้แล้วที่ http://dtac.blackberry.com หน้าตาของเว็บเพจทั้งสามเจ้ามีลักษณะคล้ายคลึงกัน คือยังไงเขาก็จะให้กรอกข้อมูลสองตัวที่บอกไว้ข้างต้นในบัญชีที่เราสร้างขึ้น ข้อมูลเหล่านี้จะถูกส่งไปเก็บไว้ในฐานข้อมูลของแบล็คเบอร์รี่ที่เราบอกไว้ในตอนต้นครับ

Image Hosted by ImageShack.us CLONE

5. ระบุอีเมลที่ต้องการผูกกับ account ที่เราสร้างขึ้น
ในส่วนนี้คืออีเมลที่เราต้องการให้มันพุชมายังเครื่องแบล็คเบอร์รี่ครับ ดังที่ทราบกันดีว่าจุดแข็งของบีบีคือการใช้พุชอีเมล แล้วพุชอีเมลคืออะไรล่ะ ก็แทนที่เราจะต้องล็อกอินเพื่อเปิดอ่าน หรือดึงอีเมลมาเก็บไว้ในโปรแกรมจำพวกไมโครซอฟต์ เอาท์ลุค กลายเป็นว่าอีเมลถูกยิงเข้ามาหาที่เครื่องบีบีของเราทันทีเหมือนกับการใช้เอสเอ็มเอสประมาณนั้น ข้อดีของมันคือเรื่องความสะดวกและรวดเร็ว คิดดูว่าถ้าวันนึงคุณต้องรับอีเมลเยอะๆ และยังต้องการความเร่งด่วน ครั้นจะมาล็อกอินให้เสียเวลาก็คงใช่ที่ ข้อดีอีกอย่างของมันคือ การรองรับอีเมลทั้งหมด 10 แอคเคานท์ด้วยกัน ไม่ว่าเมลงานหรือฟอร์เวิร์ดเมลจากเพื่อน คุณก็จะไม่พลาดแม้แต่รายการเดียว เพราะเซิร์ฟเวอร์จะยิงจดหมายเหล่านี้ตรงเข้าสู่บีบีของคุณทุกรายการเลยทีเดียว

เพียงเท่านี้คุณก็พร้อมใช้โซลูชั่นจากทางแบล็คเบอร์รี่ทั้งหมดแล้วครับ แต่เดี๋ยวคำถามก็มีตามมาอีกว่า หลังจากเปิดบริการแบล็คเบอร์รี่แล้ว คุณจะทำอะไรได้บ้าง เราก็เตรียมคำตอบไว้ให้เรียบร้อยแล้ว

• สามารถเชื่อมต่อเพื่อรับส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายจีพีอาร์เอส เอดจ์ และเอชเอสดีพีเอ (ในกรณีที่รองรับ) ได้แบบไม่จำกัด ทั้งจากแบล็คเบอร์รี่และคอมพิวเตอร์ ซึ่งก็คือการใช้เป็นโมเด็ม ตลอดจนการใช้บริการพุชอีเมลด้วย
• การใช้งานแบล็คเบอร์รี่ เมสเซนเจอร์ ไอ้ที่ติดกันงอมแงมก็น่าจะเป็นโปรแกรมนี้แหละ คุณสามารถแชทกับเพื่อนผ่านเครือข่ายออนไลน์ได้ตลอดทั้งวันโดยที่ไม่เสียเงินเพิ่ม เพราะจะไปเข้าข่ายเดียวกับข้อแรก คือ ใช้อินเทอร์เน็ตได้แบบไม่จำกัด แต่ในกรณีที่สมัครแพ็คเกจแบบอันลิมิตเท่านั้นนะ
• การใช้งานแอพพลิเคชั่นพื้นฐานที่เกี่ยวกับโซเชียล เน็ตเวิร์คกิ้ง อาทิ เฟซบุค ไลฟ์ แมสเซนเจอร์ ทวิตเตอร์ ฯลฯ

Image Hosted by ImageShack.us CLONE

Image Hosted by ImageShack.us CLONE

สุดท้ายนี้ขอให้สนุกกับการใช้แบล็คเบอร์รี่แล้วกัน ขออย่างเดียวอย่าใช้ตามกระแส เห็นบางคนเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาระหว่างไอโฟนกับบีบีหลายรอบแล้ว ยังไงเลือกเอาที่ตรงกับความต้องการของตัวเองที่สุดนะ

No comments yet.