Article

คุยสบายๆสไตล์ปีเตอร์กวง เตรียมตัวอย่างไรให้พร้อมกับยุค 3G

หลังจากทาง กสทช. ได้ทำการออกใบอนุญาติให้กับเอกชนทั้งสามรายเมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว อันได้แก่ บริษัท Advance Wireless Network, dtac network, Real Move ซึ่งก็คือ

สวัสดีครับ ผมปีเตอร์กวงควงมือถือ จากรายการ “แบไต๋ไฮเทค เดลี่ไฟว์ไลฟ์” ที่ถ่ายทอดสดออกอากาศ ตรงจาก Beartai Digital Gateway Studio ชั้น 4 Digital Gateway สยามสแควร์ ทุกวันศุกร์, เสาร์, อาทิตย์, จันทร์ และอังคาร และออกอากาศไปยังสถานีทีวีดาวเทียมต่างๆ อีก 5 ช่อง ไม่ว่าจะเป็น Dude TV ในวันศุกร์ Voice TV ในวันเสาร์ Nation Channel ในวันอาทิตย์ Mango TV ในวันจันทร์ และ Gang Cartoon Channel ในวันอังคาร (วันธรรมดา 19:00, วันหยุด 16:00) โดยผมมาประจำการใน What Phone Magazine ทุกเดือน เพื่อไขข้อข้องใจและเก็บตกข่าวความเคลื่อนไหวในวงการเทเลคอมทั้งในบ้านเราและต่างประเทศ สำหรับฉบับนี้จะมาพูดถึงบริการ 3G 2100 MHz ในบ้านเราที่ตอนนี้ผู้ให้บริการต่างๆ ก็พร้อมที่จะให้บริการกันแล้ว การบริการต่างๆ จะเป็นอย่างไร ผู้ใช้บริการต้องทำอะไรบ้างถึงจะใช้บริการได้ โทรศัพท์มือถือที่อยู่ในมือพร้อมรองรับหรือไม่ และจะต้องเข้าใจอะไร ต้องเตรียมตัวอย่างไรให้พร้อมกับยุค 3G ในวันนี้ บทความนี้มีคำตอบ

3G 2100 MHz พร้อมแล้ว – AIS เปิดตัวรายแรก ลุยเต็มที่จัดหนักจัดเต็ม

logo รวม

หลังจากทาง กสทช. ได้ทำการออกใบอนุญาติให้กับเอกชนทั้งสามรายเมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว อันได้แก่ บริษัท Advance Wireless Network, dtac network, Real Move ซึ่งก็คือบริษัทลูกในเครือของสามเจ้าเดิมทั้ง AIS, dtac, True Move ตอนนี้ทั้งสามบริษัทก็ได้ดำเนินการติดตั้งเครือข่าย 3G ใหม่ที่ใช้ความถี่ 2100 MHz ไปได้มากพอสมควรแล้ว โดยเฉพาะพื้นที่ในเขตเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ๆตามภาคต่างๆ จึงถึงเวลาที่ผู้ให้บริการจะได้เริ่มเปิดเครือข่ายให้ได้ใช้กันอย่างเป็นทางการเสียที ซึ่งที่เห็นพร้อมก่อนใครเพื่อนนั่นก็คือ “AIS 3G ใหม่” ที่ทำการเปิดตัวอย่างอลังการกลางเมืองบนสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส โดยจับมือร่วมกับทาง Rabbit Card บัตรโดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอส โดยนำเอาเทคโนโลยี NFC (Near Field Communication) มาเปิดตัวเป็นนวัตกรรมใหม่ให้ใช้ร่วมกับการใช้เครือข่าย 3G 2100 MHz ของตัวเองนั่นเอง โดยทาง AIS จะแบ่งการสร้างเครือข่ายเพื่อให้ครอบคลุมเครือข่ายออกเป็นสามช่วง คือในเดือนพฤษภาคม (เดือนนี้) ซึ่งเป็นเฟสหนึ่ง จะพร้อมให้บริการกับกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงหัวเมืองใหญ่รวมทั้งหมดประมาณ 19 จังหวัด ส่วนในเฟสสองอยู่ในช่วงเดือนกรกฏาคม-กันยายน จะเพิ่มอีก 13 จังหวัด ส่วนเฟสสามอยู่ในช่วงเดือน ตุลาคม-ธันวาคมก็จะเพิ่มจนครบทุกจังหวัด แต่ครบทุกอำเภอหมู่บ้านหรือเปล่าอันนี้ทาง AIS ไม่ได้บอกไว้ครับ ซึ่งการบริการ AIS 3G ใหม่นั้นจะคู่ขนานไปกับบริการ AIS GSM Advance เดิมที่มีบริการบนเทคโนโลยี GSM 900 MHz และ 3G 900 MHz อยู่แล้ว ซึ่งแปลว่าลูกค้าที่ทำการย้ายมาเป็นลูกค้าบนเครือข่ายใหม่อย่าง AIS 3G แล้ว ถ้าเจอบริเวณไหนที่ไม่มีสัญญาณของ AIS 3G เครื่องจะทำการโรมมิ่งไปจับสัญญาณ AIS GSM Advance ที่มีทั้ง GSM, 3G บนความถี่ 900 MHz แทน แต่ถ้าเมื่อไรพบสัญญาณ AIS 3G ที่ใช้ความถี่ 2100 MHz อีกเมื่อไร เครื่องก็จะหันกลับไปจับสัญญาณบน AIS 3G เหมือนเดิมครับ

ในส่วนของลูกค้าที่ย้ายมาใช้สัญญาณ AIS 3G จะรู้สึกได้ว่าความเร็วของการใช้งานด้านดาต้าจะเร็วกว่า AIS 3G เดิมที่ทำงานบนคลื่นความถี่ 900 MHz อย่างแน่นอน สิ่งที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะ ข้อหนึ่ง 3G คลื่นความถี่ใหม่นี้ยังมีผู้ใช้อยู่น้อยมาก ส่วนใหญ่ยังอยู่บนระบบเดิมอยู่ ทำให้ทรัพยากรความถี่ที่มีอยู่นั้นสามารถให้คุณภาพในการให้บริการลูกค้าใหม่ได้เป็นอย่างดีและเหลือเฟือ ข้อสอง 3G คลื่นความถี่ใหม่นี้มีแถบกว้างของคลื่นความถี่ (Bandwidth) มากกว่าเดิมที่ทาง AIS ให้บริการ 3G บนความถี่เดิมอย่าง 900 MHz ถึงสามเท่า คือมีอยู่ถึง 15 MHz ขณะที่ระบบเดิมก่อนหน้านี้ AIS จำใจต้องตัดสัญญาณจากระบบ GSM เดิมออกมา 5 MHz อย่างเลี่ยงไม่ได้ เพื่อให้ลูกค้าได้ใช้ 3G บ้าง ไม่งั้นจะดูด้อยกว่าคู่แข่งอย่าง dtac, True Move H แน่ๆ เพราะฉะนั้นถ้าลูกค้า AIS ที่ย้ายมาใช้ AIS 3G ใหม่บนคลื่นความถี่ 2100 MHz แล้วรู้สึกตื่นเต้นที่เห็นความเร็วในการใช้งานดาต้าก็ขอแสดงความยินดีด้วยครับ เพราะคุณควรจะได้ใช้เร็วๆ อย่างนี้มานานแล้ว (ลูกค้าค่ายอื่นใช้ 3G เร็วๆ อย่างนี้กันมานานแรมปีแล้ว) สำหรับความถี่เดิมในย่าน 900 MHz นั้นทาง AIS ก็จะหมดสัมปทานในปีหน้าซึ่งทาง AIS ก็ต้องเร่งทำแผนในการย้ายลูกค้าปัจจุบันไปอยู่ในเครือข่ายใหม่ให้เร็วที่สุด เรียกง่ายๆ ว่าตอนนี้ AIS จัดหนักจัดเต็มกันเลยทีเดียว ดูได้จากกิจกรรมการตลาดที่มีการประชาสัมพันธ์กันอย่างต่อเนื่องกว่าที่เคยเป็น

dtac มากับ TriNet 3 เครือข่ายอัจฉริยะ ผนึกกำลังทั้ง 3G + 2G สู้เต็มพิกัด

hardgraft3

nokia-lumia-920.jpg-use

ส่วนค่ายยักษ์อีกค่ายอย่าง dtac เองก็เปิดตัวแถลงข่าวความพร้อม และพร้อมให้บริการ 3G 2100 MHz แล้วเช่นกันในเดือนนี้ โดยเน้นการให้บริการในหัวเมืองใหญ่ก่อน แล้วก็จะขยายให้ครอบคลุมทั่วทุกจังหวัดภายในปีนี้เช่นกัน แต่ dtac เองเปิดตัวมาใหม่ได้น่าสนใจมาก โดยชูประเด็นเรื่อง “TriNet” 3 เครือข่ายอัจฉริยะที่มีแบนด์วิธกว้างมากที่สุด หลักการก็คือว่า dtac เองได้คลื่นความถี่ 2100 MHz มาเพื่อให้บริการ 3G 2100 เหมือนกับ AIS, True Move อยู่ก็จริง แต่คลื่นความถี่เดิมที่ให้บริการอยู่ในปัจจุบันอย่างคลื่น 1800 MHz ที่ให้บริการ GSM 1800 อยู่ และคลื่น 850 MHz ที่ให้บริการ 3G 850 อยู่ยังมีสิทธิในการใช้คลื่นความถี่ทั้งสองนี้อยู่อีก 6 ปีภายใต้สัญญาสัมปทานกับทางการสื่อสารแห่งประเทศไทย (CAT) ทำให้ dtac สามารถให้บริการลูกค้าของตนเองร่วมกันทั้งสามโครงข่ายพร้อมกันไปในเวลาเดียวกัน กล่าวคือถ้าลูกค้าใช้บริการอยู่บน dtac 3G 2100 แล้วเกิดช่องสัญญาณเต็มทั้งการโทรด้วยเสียง หรือการใช้งานดาต้า หรือหลุดจากพื้นที่บริการ (ไม่มีสัญญาณ 3G 2100) ระบบจะทำการจัดลูกค้าให้ข้ามไปมากับระบบ GSM 1800 หรือ 3G 850 เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพที่ดีขึ้นได้ทันที พูดง่ายๆ ว่า “TriNet” ก็แปลว่ามีโครงข่ายถึง 3 ระบบให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนเรื่อง “แบนด์วิธที่กว้างที่สุด” ก็คือทั้งสามระบบนั้นถ้าเอาความถี่มารวมกัน ถือว่ามีความถี่มากกว่าผู้ให้บริการอื่นนั่นเอง โดยนับได้มากถึง 50 MHz เลยทีเดียว (3G 2100 MHz มีแถบกว้างความถี่อยู่ 15 MHz, GSM 1800 MHz มีแถบกว้างความถี่อยู่ 25 MHz, 3G 850 MHz มีแถบกว้างความถี่อยู่ 10 MHz รวมทั้งหมดก็ 50 MHz พอดี) ทำให้ลูกค้า dtac วางใจได้ว่ายังไงก็ไม่หลุดไปไหนแน่ ใช้ได้ทั้งสามระบบ และมีความถี่เพียงพอ (ยิ่งกว่าพอ) ให้ผู้ใช้วางใจได้ นอกจากนี้ dtac ยังได้เปิดระบบ HD Voice แล้วทั้งประเทศ ซึ่งเป็นระบบที่ทำให้โทรศัพท์ของคุณ (ที่ความสามารถในฟังก์ชัน HD Voice อาทิเช่น iPhone 5, Nokia Lumia ทั้งหลายรวมถึง Sony Xperia รุ่นปี 2012-2013) มีคุณภาพเสียงสนทนาที่ใสกิ๊ก ราวกับเสียงสเตอริโอคุณภาพไฮเดฟกันเลยทีเดียว ซึ่งระบบอื่นๆ ยังไม่มี

True Move H มาเหนือกว่ากับ 3G + 4G LTE

01 GALAXY-Note-II-Product-Image-1

01 htc-one-x-plus

ส่วนค่ายเบอร์สามอย่าง TrueMove H นั้นยังไม่เห็นแผนการเปิดตัว 3G 2100 MHz แต่อย่างใด แต่กลับทำเหนือกว่าด้วยการตัดส่วนความถี่ 2100 MHz ที่มีอยู่มาบางส่วนเพื่อทำการให้บริการ 4G LTE ซะนี่ ซึ่งในแผนก็คือบางพื้นที่จะใช้ความถี่ 2100 MHz เพื่อบริการ 3G บางพื้นที่ หรือควบคู่กันไปกับ 4G LTE แต่อย่างที่ทราบกันโทรศัพท์มือถือที่รองระบบ 4G LTE นั้นยังมีอยู่น้อยรุ่นมาก ก็คงต้องมองกันให้ดีว่าการจัดความถี่ที่มีแล้วปันไปสู่เทคโนโลยีอย่าง 4G LTE ในตอนนี้แล้วจะเหมาะสมไหม ส่วนความถี่ 1800 MHz ที่ทาง True Move ต้องคืนให้กับทาง CAT ในปลายเดือนกันยายนนั้น True Move ก็คงต้องรีบเร่งในการทำให้ลูกค้ากว่า 15 ล้านคนต้องย้ายฐานไปสู่เครือค่ายของ TrueMove H โดยเร็ว สำหรับ True Move H นั้นถือว่าเป็นอีกผู้ให้บริการหนึ่งที่มีความถี่ในมือพอสมควร โดย True Move H ที่ให้บริการ 3G 850 MHz อยู่นั้นก็มีความถี่ที่ CAT อนุญาตในการใช้งานอยู่ 10 MHz (จากการควบรวมกิจการจาก Hutch นั่นเอง) ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศแล้ว และยังมีความถี่อีก 15 MHz จากย่าน 2100 MHz ที่ประมูลได้มานั่นเอง ทำให้ True Move H เองก็ถือว่ามีความแข็งแกร่งมากพอสมควรในการให้บริการ 3G โดยไม่ต้องคอยมาพะวงเรื่องความถี่ที่่มีแต่อย่างใด แต่จะเน้นการเพิ่มลูกค้าให้ได้มากขึ้นกว่านี้ได้อย่างไร โดยเฉพาะลูกค้าในกลุ่มแบบเติมเงิน ที่เคยเป็นฐานที่มั่นมาก่อน แต่ตอนนี้ดูจะสั่นคลอนไปมาก เพราะหันไปเน้นกับลูกค้ารายเดือนซะมากในช่วงก่อนนี้ นั่นคือสิ่งที่ทาง True Move H น่าจะวางไว้เป็นโจทย์หลัก

ต้องทำอย่างไรถึงจะได้ใช้บริการ 3G 2100 MHz

การที่จะใช้บริการ 3G 2100 MHz ได้นั้นต้องทำการสมัครใช้บริการกับทางโอเปอร์เรเตอร์ที่คุณต้องการเสียก่อน ไม่สามารถใช้ได้ทันที แม้ว่าคุณจะเป็นลูกค้ากับระบบเดิมอยู่แล้ว แต่อย่าลืมว่าทั้งระบบเดิม และระบบใหม่นั้นอยู่ภายใต้หัวบริษัทคนละชื่อกัน แต่วิธีการที่คุณในฐานะลูกค้าเดิมจะข้ามไปใช้งาน 3G 2100 นั้นมีวิธีที่ง่ายมาก เพียงแต่ใช้การกด USSD เพื่อเป็นหลักฐาน (ทางอิเล็คทรอนิคตามกฎหมาย) ในการยอมรับในการย้ายจากระบบเดิมไปสู่ระบบใหม่ ทำได้ดังนี้

  • ลูกค้า AIS ให้กด *988*เลขที่บัตรประชาชน 13 หลัก # แล้วโทรออก
  • ลูกค้า dtac ให้กด *3000*เลขที่บัตรประชาชน 13 หลัก # แล้วโทรออก
  • ลูกค้า True Move ยังไม่มีการรองรับการย้ายด้วยการกด USSD

สำหรับลูกค้า AIS ก่อนกดย้ายระบบไปยังระบบ 3G 2100 MHz ต้องทำการเช็คก่อนว่าจะต้องเปลี่ยนซิมการ์ดหรือไม่ โดยการกด *570# แล้วโทรออก ถ้าซิม การ์ดพร้อม ก็ค่อยทำการกดสั่งเข้าสู่ระบบ 3G 2100 ต่อไป แต่ถ้าซิมการ์ดไม่พร้อม แนะนำให้ทำการเปลี่ยนซิมก่อนที่สำนักงานสาขาทั่วประเทศ ส่วนระบบของ dtac นั้นเช็ครายละเอียดได้จากเว็บไซต์ www.dtac.co.th อนึ่งทั้งระบบของ AIS, dtac นั้นถ้าผู้ใช้มีการเปิดใช้ระบบ Multi SIM อยู่ ไม่แนะนำให้ทำการย้ายเข้าสู่ระบบ 3G 2100 ในตอนนี้ทันที เพราะระบบยังไม่สามารถรองรับได้ในช่วงต้นนี้ ถ้าสั่งย้ายโดยกด USSD แล้วซิมอื่นที่เป็นซิมรองจะใช้ไม่ได้หลังจากนั้น ต้องรอประมาณเดือนถึงสองเดือนในความพร้อมของผู้ให้บริการ (เช็คได้จากผู้ให้บริการอีกครั้งในภายหลัง) สำหรับการย้ายข้ามค่ายเบอร์เดิม (เช่นย้ายจาก AIS ไปยัง dtac หรือย้ายจาก ​True Move ไปยัง AIS) ยังต้องใช้วิธีการแบบเดิมคือทำการยื่นเอกสารคำขอกับเครือข่ายปลายทางที่ต้องการย้ายไป ตามเงื่อนไขที่มีระบุอยู่แล้ว แต่ถ้าไม่ทันใจละก็ แนะนำให้เปิดเบอร์ใหม่กับค่ายใหม่ไปเลยดีกว่าครับ จะได้ไม่เสียเวลา ถ้าเรื่องการเปลี่ยนเบอร์ไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับคุณ

แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเครื่องโทรศัพท์มือถือของเรารองรับ 3G หรือไม่

ประการสุดท้ายที่ต้องคำนึงถึงในการจะใช้บริการ 3G 2100 MHz นั้นก็คือเรื่องเครื่องมือถือที่เราใช้ว่าจะรองรับได้หรือไม่ สิ่งนี้สำคัญมาก เพราะเรื่องระบบการให้บริการ เรื่องการย้ายค่ายมาใช้ 3G 2100 ทางผู้ให้บริการก็เตรียมพร้อมไว้เรียบร้อยแล้ว แต่เรื่องเครื่องมือถือนี่แหละที่ผู้ใช้ต้องดูแลเองนะครับ ว่าเครื่องของเรานั้นพร้อมหรือไม่ หลักการง่ายๆ วันนี้ สำหรับเครื่องใหม่ สมาร์ทโฟนทุกตัวนั้นจะรองรับ 3G 2100 MHz อยู่แล้วไปโดยปกติ (รวมถึงการรองรับ GSM ด้วยในตัวอยู่แล้ว) ส่วนจะรองรับความถี่อีกความถี่หนึ่งหรือไม่ อันนี้ต้องเช็ค แนะนำให้ทำการตรวจสอบรุ่นโทรศัพท์มือถือที่คุณใช้ว่ารองรับคลื่นความถี่ตามที่ต้องการหรือไม่จาก Call Center/Web site ของแต่ละผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือ

  • ถ้าใช้ AIS เครื่องควรจะรองรับความถี่ 3G ในย่าน 2100 MHz, 900 MHz (เช็คความพร้อมของเครื่องว่ารองรับ 3G 2100 MHz หรือไม่ ได้ด้วยการกด *571# แล้วโทรออก จากเครื่องของคุณที่ใช้ระบบ AIS อยู่)
  • ถ้าใช้ dtac เครื่องควรจะรองรับความถี่ 3G ในย่าน 2100 MHz, 850 MHz
  • ถ้าใช้ True Move H เครื่องควรจะรองรับความถี่ 3G ในย่าน 2100 MHz, 850 MHz

สำหรับการตรวจสอบรุ่นจากค่ายผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือ

Nokia-Asha-311-Wallpaper

nokia_lumia_520-765 (4)

samsung_galaxy_note_8_0_n5100-567-5

  • Samsung – สมาร์ทโฟนส่วนใหญ่ของค่ายนี้จะมีการแยกโมเดลผลิตสองรุ่นเสมอ (รุ่นหนึ่งเป็นเครื่องรองรับ 3G 900/2100 ส่วนอีกรุ่นเป็นเครื่องรองรับ 3G 850/2100) ยกเว้น Galaxy S4, Galaxy Note II, Note 10.1, Note 8.0 และอื่นๆ ซึ่งพร้อมรองรับ 3G ทุกความถี่ได้ในตัวเดียวกัน
  • Nokia – สมาร์ทโฟนส่วนใหญ่จะรองรับทุกความถี่ 3G ที่มีในโลกเลยทีเดียวคือได้ทั้ง 5 ความถี่ เรียกว่าเป็นแบบ Penta Band อันได้แก่ 3G ความถี่ 850, 900, 1700, 1900, 2100 โดยรุ่นเหล่านั้นได้แก่ Lumia ทั้งหลายทุกรุ่นที่ผ่านมา ยกเว้นรุ่น Lumia 520 (รุ่นเล็กสุด) ที่มีการแยกโมเดลรองรับ 3G 900/2100 และ 3G 850/2100 สำหรับตระกูล Asha จะมีรุ่น Asha 311 ที่รองรับ 3G Penta band ได้ ส่วนรุ่นอื่นๆ นั้นจะรองรับแค่่ 2G (GSM) เท่านั้น
  • iPhone – iPhone 3G, 3GS นั้นรองรับความถี่ 3G ที่คลื่น 850, 2100 ได้ ส่วนรุ่น iPhone 4, 4S, 5 รองรับได้ทุกความถี่ 3G ที่คลื่น 850, 900, 2100
  • iPad – iPad2, iPad 3, iPad 4 รองรับได้ทุกความถี่ 3G ที่บ้านเราให้บริการ 850, 900, 2100 MHz ส่วน iPad รุ่นแรกจะรองรับ 3G ได้แค่คลื่น 850, 2100 เท่านั้น
  • ส่วนยี่ห้ออื่นๆ ต้องรบกวนเช็คกับผู้ผลิตเป็นรุ่นๆ ไปนะครับ

สุดท้ายนี้ผมเชื่อว่าการมาของ 3G 2100 MHz จะทำให้วงการโทรคมนาคมของไทย ถึงเวลาที่ผู้บริโภคไทยจะเปลี่ยนโฉมไป เปลี่ยนพฤติกรรมการใช้มือถือ เปลี่ยนจากเครื่อง 2G ไปสู่เครื่อง 3G เปลี่ยนจากการเลือกซื้อโทรศัพท์มือถือรุ่นธรรมดาๆ กลายมาเป็นสมาร์ทโฟน ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์จากการใช้โทรศัพท์มือถือมากที่สุดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนกันเลยทีเดียว

สำหรับแฟนๆ ท่านใดที่มีคำถาม สามารถติดตามมาได้ที่ twitter ของผม @peter2514 นะครับ ส่วน facebook ตามมาได้ที่ www.facebook.com/Peerapol หรือจะอีเมลล์มาที่ peter.guang@yahoo.com ก็ได้นะครับ แล้วเจอกันใหม่ฉบับหน้านะครับ 

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความเห็น

Click to comment

You must be logged in to post a comment Login

Leave a Reply

To Top