Article

ค่ายสมาร์ทโฟนยักษ์ใหญ่ต่างชักธงรบ เปิดตัวเทคโนโลยีสมาร์ทโฟนสุดล้ำ

สำหรับฉบับนี้จะมาพูดเรื่อง ควันหลงงาน Mobile World Congress 2016 เป็นงานมือถือที่ใหญ่ที่สุดประจำปี ที่จัดขึ้นทุกๆ ปีในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ที่เมืองบาร์เซโลน่า ประเทศสเปน มาดูกันว่าปีนี้มีเทรนด์อะไรเด็ดกันบ้าง

สวัสดีครับ พบกับผมเช่นเคย ปีเตอร์กวง ควงมือถือ พิธีกรรายการ “ล้ำหน้าโชว์” ซึ่งรายการนี้ผลิตและสร้างสรรค์โดย บริษัท ล้ำหน้าโชว์ จำกัด ที่เราทั้งสาม (พี่หลาม ปีเตอร์กวง อาจารย์ศุภเดช) ได้ก่อตั้งขึ้นมาใหม่ด้วยกันเพื่อให้ผู้ชมได้บริโภคสาระดีๆ ที่ให้ความรู้ด้านไอทีและเทเลคอม บวกกับความบันเทิงตามสไตล์แบบของพวกเราไปด้วย โดยออกอากาศทางช่อง Nation Channel (เนชั่นแชนนอล) ดูได้ที่ช่อง 22 ทั้งทางทีวีดิจิตอลและทีวีดาวเทียม ทุกวันอาทิตย์ ออกอากาศสด เวลา 15:00-16:00 อยากให้ติดตามกันเยอะๆนะครับ แล้วบ่ายวันอาทิตย์ของคุณ จะมีความหมายมากกว่าเดิม… สำหรับตัวผมเองก็ยังประจำการใน What Phone Magazine ทุกเดือนเหมือนเช่นเคยครับ เพื่อไขข้อข้องใจและเก็บตกข่าวคราวความเคลื่อนไหวในวงการเทเลคอม ทั้งในบ้านเราและต่างประเทศ สำหรับฉบับนี้จะมาพูดเรื่อง ควันหลงงาน Mobile World Congress 2016 เป็นงานมือถือที่ใหญที่สุดประจำปี ที่จัดขึ้นทุกๆ ปีในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ที่เมืองบาร์เซโลน่า ประเทศสเปน มาดูกันว่าปีนี้มีเทรนด์อะไรเด็ดกันบ้าง

Samsung ชักธงรบเปิดตัว Galaxy S7/S7 edge ตามคาด มาพร้อมกับอุปกรณ์ Wearable เพื่อเพิ่มประสบการณ์ใหม่ๆ แก่ผู้ใช้ หวังฉีกหนีคู่แข่ง

งานใหญ่ระดับ Mobile World Congress มีหรือที่ยักษ์ใหญ่เบอร์หนึ่งผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือโลก และเบอร์หนึ่งผู้ผลิตสมาร์ทโฟนโลก จะไม่มีของใหม่มาให้ชม เพราะงานใหญ่ระดับโลกนี้ ยักษ์ใหญ่ หรือยักษ์เล็กย่อมต้องใช้เวทีนี้ในการแสดงศักยภาพหรือขุมกำลังที่ตัวเองมีออกมาให้มากที่สุด เพื่อให้ได้พื้นที่ข่าวพื้นที่สื่ออย่างกว้างที่สุดที่จะทำได้ แน่นอนในช่วงต้นปี หรือไตรมาสหนึ่ง Samsung แทบจะวางไว้เป็นหลักในการเปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธงของตัวเองเป็นประจำอยู่แล้ว นั่นก็คือ S-Series นั่นเอง โดยปีนี้ก็เดินทางถึงเลข 7 แล้ว นั่นก็คือ Galaxy S7 Series โดยเปิดตัวตามคาดสองรุ่น – Galaxy S7, Galaxy S7 edge โดย S7 มาพร้อมจอแบบตรง QHD Super AMOLED 5.1” ส่วน S7 edge มาพร้อมจอแบบโค้งด้านข้าง QHD Super AMOLED 5.5” ทั้งสองรุ่นมีสเปคด้านฮาร์ดแวร์เหมือนกันทุกประการ ไม่ว่าจะเป็น RAM 4 GB ความจุเครื่องที่ 32 GB กล้องหลัง 12 ล้านพิกเซลและอื่นๆ ยกเว้นก็ขนาดหน้าจอ และขนาดแบตเตอรี่ที่ไม่เท่ากัน

galaxy-s7_overview_kv_l

017

สำหรับตัว CPU นั้นถ้าจำหน่ายในแถบอเมริกาและยุโรปบางประเทศจะใช้เป็น Qualcomm Snapdragon 820 ตัวใหม่แรงสุดในปฐพี เพื่อรองรับการใช้งาน LTE Cat 12 ที่จะให้ความเร็วสูงสุดในการ Download ที่ 600 Mbps เลยทีเดียว และ Cat 13 ในการ Uplink ที่ความเร็ว 150 Mbps ส่วนในบ้านเราน่าจะเป็น Version Exynos 8890 (LTE Cat 9 ความเร็ว DL 450/ UL 50 Mbps)นั่นก็เพียงพอแล้วครับ (ทดสอบการประมวลผลประสิทธิภาพบนแอพฯ Antutu ได้ Index ระดับ 120,000 เลยนะครับ) เพราะว่าต่อให้มาเป็น Snapdragon 820 เครือข่าย LTE บ้านเราก็ไม่สามารถให้ความเร็วระดับนั้นได้ในตอนนี้ ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ต้องดิ้นรนหรือพยายามจะหาเครื่องเป็น Qualcomm Snapdragon 820 ให้เมื่อยนะครับ จะได้ไม่เสียเวลา

สำหรับการใช้งานปกติแบบเราๆ นั้น แทบไม่แตกต่างกันครับ จุดเด่นสำหรับ Galaxy S7 / S7 edge ในครั้งนี้ นอกจากการออกแบบที่สวยงามแล้ว กล้องถ่ายรูปยังเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ Samsung เน้นมาตลอด โดยคราวนี้ใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX260 ซึ่งให้ความละเอียดอยู่ที่ 12 ล้านพิกเซล สังเกตว่า Samsung ไม่ต้องการเน้นขนาดของภาพ แต่หันมาเน้นเรื่องของคุณภาพของภาพ และประสิทธิภาพในการถ่ายมากกว่า โดยกล้องนั้นมีความกว้างหน้าเลนถึง F/1.7 และความเร็วชัตเตอร์สูงถึงระดับ 1/2000 วินาที มาพร้อมกับเทคโนโลยี Dual Pixel Auto Focus ทำให้การเปลี่ยนโฟกัสในการถ่ายภาพเป็นไปได้อย่างเร็วมากๆ กว่าที่เคยทำได้ในรุ่นก่อน

อีกสิ่งหนึ่งที่ต่างออกไปจากรุ่นก่อนและคนรอคอยกันมานาน นั่นก็คือ Galaxy S7 Series รุ่นนี้จะสามารถกันน้ำ (ลึก 1 เมตรได้นาน 30 นาที) และกันฝุ่นได้ แถมยังมีช่องต่อให้ใส่เมโมรี่ microSD Card ได้ที่ความจุ 200 GB เลยทีเดียว นี่เป็นสิ่งที่ Samsung ถือว่าเปิดใจฟังเสียงผู้บริโภคมากพอสมควร ถึงยอมเปลี่ยนตัวเองและเอาใจผู้ใช้ อย่างว่าครับในสเปคระดับบนนี้ต้องแข่งกับ Apple iPhone เพราะฉะนั้นทำอะไรได้ที่เหนือกว่า iPhone ย่อมต้องดีกว่าแน่ๆ ล่ะ

samsung-galaxy-s7-hands-on-sean-okane11_2040

นอกจากนี้ยังมีการเปิดตัวอุปกรณ์ Wearble ใหม่ๆ ออกมาอีก โดยหวังให้ลูกค้าหันมาใช้อุปกรณ์ของ Samsung เองให้มากขึ้น เพื่อเพิ่มประสบการณ์การใช้งานใหม่ๆ โดยมีการเปิดตัว Samsung Gear S2 Classic รุ่นที่ใส่ SIM และรองรับการใช้ระบบ 3G ได้เลย โดยไม่ต้องพึ่งพาการต่อเชื่อมกับสมาร์ทโฟนก็ได้ และยังมี Gear 360 กล้องแบบ Action Camera ที่ตอนนี้กำลังฮิตกันทั่วบ้านทั่วเมือง แต่เจ๋งตรงที่สามารถถ่ายวิดีโอหรือภาพนิ่งออกมาแบบ 360 องศาได้เลย เพื่อรองรับการใช้กับ Gear VR ที่ตอนนี้ Samsung กำลังเน้นเป็นอย่างมาก ถึงขนาดในงานแถลงข่าว ทาง Samsung ได้เชิญ Mark Zuckerberg เจ้าพ่อ Facebook ซึ่งเป็นเจ้าของบริษัท Oculus Rift ที่ทาง Samsung ได้นำเอาเทคโนโลยี VR 360 มาใช้บน Gear VR มาร่วมจับมืออย่างแข็งขันในการพัฒนาการใช้งาน Facebook ไปสู่ยุค VR (Virtual Reality)

 

Samsung-Galaxy-S7-and-S7-Edge

ในอนาคตอันใกล้นี้ เจ้าตัว Gear 360 นี้สามารถนำมาใช้ได้แบบติดกับตัวเราหรือรถของเรา คล้ายๆกับกล้อง GoPro เลย แต่ที่ต่างไปคือการให้ประสบการณ์แบบ 360 องศารอบตัวเมื่อถ่ายวิดีโอออกมา แล้วนำมาดูกับ Gear VR จะได้ประสบการณ์ที่สุดยอดมากๆ เลยทีเดียว นั่นทำให้ความเจ๋งของ Samsung Galaxy S7 Series ยังคงดูหล่อเหลาเอาการ สมกับเป็นสมาร์ทโฟน Android ชั้นนำของโลกอีกเช่นเคย คาดว่าทั้งหมดนี้จะออกวางขายทั่วโลกตั้งแต่ 11 มีนาคมเป็นต้นไป ส่วนในไทยน่าจะเข้าภายในเดือนมีนาคมเช่นกัน สำหรับราคานั้นทิศทางน่าจะใกล้เคียงกับรุ่น S6 Series ในปีก่อนครับผม

LG เติมกำลังใส่ G5 พร้อมลูกเล่นเปลี่ยนโมดูลเพิ่มฟีเจอร์ หรือจะเป็นเพียงของเล่นขำๆ

สำหรับ LG นั้น จริงๆ แล้วถือว่าเป็นผู้ผลิตที่มีชื่อชั้นในการพัฒนา Android Smartphone เป็นรายแรกๆ ของโลกเลยก็ว่าได้ แต่ที่ผ่านมาการทำการตลาดไม่ค่อยตรงเป้าเท่าไร จนล่าสุดก็หลุด Top 5 ของผู้ผลิตสมาร์ทโฟนโลกไปแล้ว อย่างไรก็แล้วแต่ สมาร์ทโฟนค่าย LG ยังเป็นที่ยอมรับและน่าเกรงขามในด้านการพัฒนาเทคโนโลยีอยู่อย่างต่อเนื่อง ถึงขนาดที่ผ่านมาได้รับโอกาสในผลิต Nexus Phone ถึง 2 รุ่นเลยทีเดียว (แต่ปีนี้ไม่น่าจะมี)

ล่าสุดในงาน Mobile World Congress ก็ได้มีการเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงเพื่อเน้นที่จะสู้กับ Samsung Galaxy S7 โดยเฉพาะ ถึงขนาดผู้บริหารระดับสูงให้ข่าวเองเลยว่าต้องการโค่นแชมป์อย่าง Samsung ให้ได้ และจัดงานแถลงข่าววันเดียวกับ Samsung แต่จัดก่อนประมาณ 5-6 ชั่วโมง งานนี้ไฮไลท์อยู่ที่ LG G5 ที่เปิดตัวอย่างอลังการงานสร้าง มาพร้อมกับความแปลกใหม่ในฟีเจอร์เด่นๆ โดย G5 มาในขนาดหน้าจอไซส์ใหม่ 5.3” QHD IPS display พร้อมขุมกำลัง Qualcomm Snapdragon 820 ที่แรงสุดๆ ในเวลานี้ (ใช้ CPU นี้เลยทั่วโลก ไม่มีการแบ่งใดๆ) RAM 4GB มาพร้อมกล้องหลังแบบ Dual Camera 16 ล้านพิกเซล + 8 ล้านพิกเซล

LG - 012

สำหรับถ่ายภาพได้ในสองมุมมอง และกล้องหน้าขนาด 8 ล้านพิกเซล และจุดเด่นที่เพิ่มมาคือสามารถถอดเปลี่ยนโมดูลตรงท้ายเครื่องทำให้มีฟีเจอร์เพิ่มขึ้น โดยเปิดตัวมามีสองโมดูล อันแรกคือ LG CAM Plus คือโมดูลที่เมื่อเปลี่ยนเข้าไปแล้วจะทำให้มีแบตเตอรี่เพิ่มเป็น 4,000 mAh และยังได้ปุ่มชัตเตอร์ที่ทำให้สามารถทำงานได้เหมือนกล้องดิจิตอลเลย อันที่สองคือ LG Hi-Fi Plus with B&O Play โมดูลนี้ได้พัฒนาร่วมกับบริษัทเครื่องเสียงชั้นนำอย่าง B&O โดยโมดูลนี้เมื่อเปลี่ยนเข้าไปแล้วจะทำให้ได้ DAC (Digital-Analog Converter) พร้อมกับแอมปริฟายเออร์ในการทำให้คุณภาพเสียงเมื่อเล่นผ่านหูฟังชั้นดีที่เรามีอยู่ ให้ประสบการณ์ที่สุดยอดกว่าสมาร์ทโฟนใดๆ ที่มีในตลาดเลยทีเดียว (32 bits – HD Sound) อันนี้เจ๋งจริงๆ ถ้าว่าไปแล้วก็ถือว่าเป็นวิวัฒนาการของการพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่ใช้การ Plug & Play เพื่อให้ได้มา โดยไม่ต้องไปเปลี่ยนเครื่องใหม่ ทีนี้ขึ้นอยู่ที่ว่าทาง LG จะเน้นในการพัฒนาต่อยอดไปแค่ไหน ไม่อย่างนั้นก็คงเป็นเพียงของเล่นขำๆ (ที่ดีๆ) อยู่ปีนึง แล้วปีต่อๆ ไปอาจหายไปจากความต้องการของตลาด ถ้าไม่ทำอะไรอย่างต่อเนื่อง

LG - 013

LG - 023

 

นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์ Wearable ออกมาอีกหลายตัว ไม่ว่าจะเป็น แว่น VR – LG 360 VR ที่มีจอขนาด 1.88” ติดอยู่กับแว่นมาเลย แล้วส่งข้อมูลจำพวกวิดีโอจากสมาร์ทโฟนมาที่แว่นอีกทีนึง LG 360 Cam ชัดเจนในเรื่องกล้องแบบ 360 องศาตามกระแสที่กำลังเน้นพวก VR กัน โดยสามารถทำงานเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้เลย สุดท้ายก็คือ LG Rolling Bot ที่ทำหน้าที่เหมือนยามเฝ้าบ้านมีลักษณะเป็นรูปกลมๆ ที่มีกล้อง 8 ล้านพิกเซลติดมาเพื่อเก็บภาพหรือจะสตรีมวิดีโอกลับมายังสมาร์ทโฟนของเราได้ทันที หรือจะให้มันเล่นกับสัตว์เลี้ยงในบ้านเราก็ได้โดยตัวมันยังมีลำโพงติดตั้งมาเพื่อส่งเสียงออกมาได้

สังเกตได้ว่า LG เองก็พยายามสร้างอุปกรณ์ใหม่ๆ จำพวก Wearable item, IoT (Internet of Things) เพื่อที่จะสร้างมูลค่าเพิ่ม ต่อยอดจากอุปกรณ์หลักของตัวเองให้มากขึ้น แต่ก็ขึ้นอยู่ที่ว่าตลาดจะตอบรับมากแค่ไหน ต้องคอยติดตามว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็นเพียงของเล่นชั่วคราวหรือจะกลายมาเป็นจุดขายต่อไปในอนาคต สำหรับ LG ประเทศไทยนั้น หลายๆ ท่านคงทราบไปแล้วว่า ได้หยุดธุรกิจทางด้านสมาร์ทโฟนเป็นเวลาหนึ่งปี น่าจะกลับมาทำตลาดอีกครั้งในปีหน้านู่น อย่างไรก็แล้วแต่ถ้าแฟนๆ LG อยากที่จะซื้อสมาร์ทโฟน LG ก็คงต้องติดตามจากตลาดที่นำเข้าเครื่องจากเมืองนอกอย่างตลาดมาบุญครองกันเอานะครับ ถ้าโชคดีอาจมีร้านขายมือถือใหญ่ๆ นำเข้ามาก็เป็นได้

Sony ปรับทัพเปิดตัว X-Series มาพร้อมกับคอนเซปล้ำยุคของ “Smart” ชิงตลาดยุค IOT

Sony มาเปิดตัว Xperia X-Series ใหม่เป็นครั้งแรก โดยกรีฑาทัพกันมา 3 รุ่น นั่นได้แก่ X, XA, X-Performance โดย X, X-Performance นั่นคล้ายกันในสเปคเกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอ 5” FHD RAM 3 GB, ROM 32 GB, กล้องหลัง 23 ล้านพิกเซลมาพร้อมฟังก์ชั่น Future-Focused หรือการที่เครื่องจะแทร็คติดตามโฟกัสของการเคลื่อนไหวของวัตถุที่เราจะถ่ายไม่ว่าจะวิ่งไปแนวไหนก็ตาม ซึ่งถือว่าชาญฉลาดมากๆ และยังสามารถถ่ายภาพได้ภายในเวลาเพียง 0.6 วินาทีเท่านั้น

018

สำหรับกล้องหน้า 13 ล้านพิกเซลถือว่าละเอียดมากๆ ครับ ไม่เสียชื่อความเป็น Sony จริงๆ นอกจากนี้ยังมาพร้อม Stereo Speaker ลำโพงคู่เพื่อการขับกล่อมเสียงเพลงให้ไพเราะเสนาะหูกันไป สำหรับความต่างของสองรุ่นนี้อยู่ที่ CPU ครับ โดย Xperia X นั้นใช้ CPU Qualcomm Snapdragon 650 ส่วนรุ่น Xperia X-Performance ใช้ Snapdragon 820 ตัวเร็วจี๊ดสุดในปฐพี แน่นอนราคาย่อมต่างกันไป คาดว่าในไทยน่าจะมาแค่รุ่นเดียว (Xperia X) สำหรับอีกรุ่นนั่นก็คือ Xperia XA รุ่นนี้นั้นถือว่าเป็นทีเด็ดเล็กพริกขี้หนูเลย ความจริงหน้าจอนั้นมีขนาด 5” แต่ขอบจอนั้นเล็กมาก ทำให้เครื่องมีขนาดเท่ากับ iPhone 6 แต่จอใหญ่กว่า iPhone 6 นะ รูปทรงสวยงามจับกระชับมือดีมากๆ มาพร้อมกล้อง 13 ล้านพิกเซล กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล ใช้ CPU MediaTek MT6755 พร้อม RAM 2 GB, ROM 16 GB แต่ไม่มีลำโพงคู่นะครับ

นอกจากการเปิดตัวสมาร์ทโฟนใหม่ 3 รุ่นแล้ว แน่นอนว่าอย่าง Sony เองไม่ได้มีดีแค่นี้ ยังมีการเปิดตัวใน Concept ใหม่ของอุปกรณ์ไฮเทค เพื่อใช้กับสมาร์ทโฟนของตัวเอง ด้วยความ Smart, Intelligent เป็นสิ่งที่ Sony พยายามจะสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้แก่ลูกค้าตัวเองด้วยผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้ Xperia Ear, Xperia Eye, Xperia Projector, Xperia Agent สี่อุปกรณ์ที่จะสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้ใช้ให้สะดวกในการสื่อสารมากยิ่งขึ้น Xperia Ear หน้าตาคล้ายๆ กับหูฟังบลูทูธแต่สามารถสื่อสารกับเราและคอยบอกสถานะต่างๆ บอกเตือนนัดหมายที่จะเข้ามา มีอีเมลใหม่ๆ มีข้อความใหม่ พร้อมอ่านให้ฟัง และอัพเดตเราในข้อมูลอื่นๆที่เราต้องการ Xperia Eye กล้องเล็กๆ ที่มาพร้อมเลนแบบ 360 องศา ที่สามารถเหน็บติดตัวกับเราไปและพร้อมจะจับภาพทั้งภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหวในทันทีที่จับภาพคนได้ และยังสามารถรับคำสั่งเสียงจากเราได้อีกด้วย

Xperia Projector เครื่องฉายภาพที่สมาร์ทมากๆ ที่รับข้อมูลจากสมาร์ทโฟนของเราแล้วส่งภาพออกไปยังกำแพงเพื่อแสดงข้อมูลสถานะ หรือภาพและวิดีโอต่างๆ และยังสามารถรับคำสั่งจากเราได้โดยเพียงเอานิ้วไปแตะที่กำแพงตามภาพที่เห็น Xperia Agent อุปกรณ์ติดตั้งในบ้านที่มีหน้าตาคล้ายแจกัน บนตัวมันมีจอเล็กๆ แสดงผลพร้อมรับคำสั่งจากการสัมผัสหน้าจอ และมีกล้องติดอยู่เสมือนตาที่จับจ้องสภาพแวดล้อมรอบด้านของเรา อุปกรณ์ตัวนี้จะต่อเชื่อมกับอุปกรณ์ต่างๆในบ้านทำตัวเป็นเหมือน Hub ของ Smart Home connection จะสามารถตรวจจับสภาพการเคลื่อนไหวและทำงานตามสภาพที่ควรเป็น เช่นเมื่อเราเข้าบ้านมาและเครื่องตรวจจับได้ว่าเป็นเรา มันก็จะเปิดไฟขึ้นในทันที พร้อมกับเปิดแอร์หรือทีวี ตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมายจากเราไว้ล่วงหน้า หรือเราจะสั่งงานมันด้วยเสียงเพื่อทำการควบคุมอุปกรณ์ในบ้าน ทั้งหมดทั้งปวง Sony กำลังจะนำพาไปสู่ประกบการณ์ของ Internet of Things นั่นเอง

Xiaomi ไม่พลาดเปิดตัว Mi5/5 Pro ในเวทีโลก เขย่าตลาดในฐานะผู้ผลิตสมาร์ทโฟนอันดับ 5 ของโลก

Xiaomi ยักษ์ใหญ่ที่เพิ่งแจ้งเกิดได้ไม่นานนี้ จากการขายสมาร์ทโฟนในบ้านเกิดตัวเองอย่างจีนแผ่นดินใหญ่ได้เป็นกอบเป็นกำ (เพราะขายตลาดจีนอย่างเดียวก็ปาไป 60 ล้านเครื่องแล้ว) มาครั้งนี้เน้นเขย่าเวทีโลก ด้วยการเปิดตัว Xiaomi Mi5 ฉลองอันดับ 5 สมาร์ทโฟนโลก หลังจากที่ Mi4 เปิดตัวไปก่อนหน้าเกือบสองปี ทำให้หลายๆ คนชักสงสัยว่า Xiaomi ยังเน้นทำสมาร์ทโฟนอยู่หรือไม่ งานนี้ก็ทำให้เข้าใจได้ว่า Xiaomi มีแผนที่จะบุกต่างแดนมากขึ้นแน่นอน

การเปิดตัว Xiaomi Mi5 ยังคงเอกลักษณ์จุดขายของ Xiaomi ไว้เช่นเดิม นั่นคือการพัฒนาโทรศัพท์สมาร์ทโฟนสเปคที่สูงในราคาที่ถูกกว่า โดยมาพร้อมกับ CPU Snapdragon 820 ตัวแรงสุดบนหน้าจอ 5.15” FHD พร้อม RAM 4 GB, ROM 32 GB มาพร้อมกล้อง 16 ล้านพิกเซล ถ่ายวิดีโอ 4K ได้อย่างสบาย และในงานทาง Xiaomi ยังประกาศต่อว่าปัจจุบันมีผู้ใช้ MIUI หรือสมาร์ทโฟนของ Mi อยู่ถึง 170 ล้านคนเข้าไปแล้ว สะท้อนให้เห็นฐานรากผู้ใช้ที่แข็งแกร่งไม่ธรรมดาเลย อนาคตของ Xiaomi ยังอีกยาวไกล ใครจะไปรู้วันหนึ่งอาจจะเข้ามาใกล้ Samsung, Apple ชนิดที่เรียกว่าหายใจรดต้นคอเลยก็ว่าได้ โดยส่วนตัวผมว่า Xiaomi มีศักยภาพที่จะทำได้มากกว่า Huawei เสียด้วยซ้ำ ไม่ใช่ว่า Huawei ไม่มีเทคโนโลยีที่ด้อยกว่า แต่วิถีทางการตลาด แนวคิดการตลาด Xiaomi ดูจะล้ำกว่า Huawei ไปก้าวหนึ่งเสมอ

Xiaomi Mi5 Pro

xiaomi-mi5-1

ยังมีที่สำหรับอีกหลากหลายยี่ห้อ เปิดตัวกันมาเป็นทิวแถว แต่มันจะเยอะไปไหม??

ในงานนี้ถึงแม้จะไม่มี Huawei, Motorola, OPPO, vivo เปิดตัวสินค้าใหม่ (เพราะมีเปิดตัวไปแล้วในงาน CES 2016 เมื่อต้นปี) แต่งานนี้ก็มีแบรนด์จีนอีกมากมายที่ตบเท้ามาแสดงแสนยานุภาพกันอย่างเป็นทิวแถว ไม่ว่าจะเป็น ZTE, Alcatel, HTC, Acer, Gionee, Zopo, Lenovo จนแทบหาแบรนด์ฝรั่งไม่เจอแล้ว สะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันสงครามสมาร์ทโฟนที่ยังคุกรุ่นอย่างต่อเนื่อง การแก่งแย่งมาร์เก็ตแชร์กันอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่จะมีสักกี่รายที่ยังยืนหยัดอยู่ได้และโดดเด่นขึ้นมาเหนือคู่แข่งรายอื่นๆ สังเกตให้ดีจะเห็นว่าตอนนี้กลุ่มผู้นำตลาดหรือผู้ผลิตที่ดำเนินธุรกิจมานานแล้ว เริ่มเข้าสู่กลยุทธ์ในการพัฒนาอุปกรณ์อื่นๆ มาทำงานร่วมเป็นแบบ Total Solution ให้เข้ากับยุค IoT (Internet of Things) มากกว่าจะพัฒนาแต่สมาร์ทโฟนมาขายเพียงอย่างเดียว สงครามสมาร์ทโฟนจะยังคงดำเนินต่อไป ตราบใดที่โลกนี้ยังมีโอกาสเปิดให้พวกเขาเข้ามาสู่ตลาดกันได้ไม่ว่าจะเป็นมุมใดของโลกนี้ ตราบใดที่มนุษย์ยังต้องสื่อสารหากันและกันอยู่

สำหรับแฟนๆ ท่านใดที่มีคำถาม สามารถติดตามมาได้ที่ twitter ของผม @peter2514 นะครับ ส่วน facebook ตามมาได้ที่ จะติดตาม Instagram ก็ Search หา ID “peter2514” ได้นะครับ แล้วเจอกันใหม่ฉบับหน้านะครับ ขอบคุณทุกการติดตามครับ

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความเห็น

To Top