Article

รวมลูกเล่นใหม่ๆ และการอัพเดทไอโฟน ไอแพดไปสู่ iOS10

iOS 10

สิ่งที่จะมาพร้อมกันคือ iOS 10 ที่ออกแบบใหม่ให้มีลูกเล่นเพิ่มเข้ามาเยอะมาก เรียกว่าเปลี่ยนหน้าตาใหม่จนผู้ใช้รู้สึกได้ ต่างจากการอัพเดทครั้งที่ผ่านๆ มานั้นแทบจะไม่รู้สึกว่ามีการอัพเดทเกิดขึ้นเลย

หลังจากที่มีการเปิดตัว Apple iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ไปแล้ว สิ่งที่จะมาพร้อมกันคือ iOS 10 ที่ออกแบบใหม่ให้มีลูกเล่นเพิ่มเข้ามาเยอะมาก เรียกว่าเปลี่ยนหน้าตาใหม่จนผู้ใช้รู้สึกได้ ต่างจากการอัพเดทครั้งที่ผ่านๆ มานั้นแทบจะไม่รู้สึกว่ามีการอัพเดทเกิดขึ้นเลย

อุปกรณ์ที่ได้รับการอัพเดท iOS 10

ระบบปฏิบัติการใหม่นี้จะใช้ทรัพยากรเครื่องสูงขึ้นมาก ทำให้เครื่องรุ่นเก่าๆ นั้นไม่สามารถอัพเกรดได้ เรามาดูกันว่ามีอุปกรณ์รุ่นไหนบ้างที่สามารถอัพเกรดได้บ้าง

ios-10-compatibility-list

  • iPhone 7, iPhone 7 Plus, iPhone 6s, iPhone 6s Plus, iPhone 6, iPhone 6 Plus, iPhone SE, iPhone 5s, iPhone 5c, iPhone 5 สำหรับ iPhone 4/4S จะไม่สามารถใช้งานได้แล้วนะครับ
  • iPad Pro 9 นิ้ว, iPad Pro 9.7 นิ้ว, iPad Air 2, iPad Air, iPad 4, iPad mini 4, iPad mini 3, iPad mini 2
  • iPod touch รุ่นที่ 6

 

วิธีการอัพเดท iOS 10

การอัพเดทนั้นสามารถทำได้ 2 วิธีคือการอัพเดทผ่านตัวเครื่องเลย (OTA) และการอัพเดทผ่าน iTunes บนเครื่องคอมพิวเตอร์

การอัพเดทผ่านทาง OTA นั้นเป็นการดาวน์โหลด iOS10 ผ่านทางเครือข่าย อาจจะเป็นการอัพเดทผ่าน 3G/4G หรืออินเตอร์เน็ต Wi-Fi ก็ได้ แต่แนะนำว่าควรอัพเดทผ่านทาง Wi-Fi จะดีกว่า เพราะการอัพเดทผ่านทางเครือข่าย 3G นั้นอาจจะมีปัญหาเรื่องไฟล์ที่เสียหายได้ เนื่องจากคุณภาพ 3G ประเทศไทยนั้นต่ำมาก นอกจากนั้นมีข้อควรรู้ดังนี้

  • จะต้องเตรียมพื้นที่ว่างของเครื่องเอาไว้ด้วยประมาณ 4 GB ซึ่งประกอบไปด้วยพื้นที่สำหรับดาวน์โหลดไฟล์ และพื้นที่สำหรับแตกไฟล์เพื่อติดตั้ง
  • ระดับแบตเตอรี่จะต้องเกิน 50% ขึ้นไปถึงจะทำการอัพเดทได้ เพื่อป้องกันเครื่องแบตเตอรี่หมดระหว่างการอัพเดท ถ้าเครื่องไหนมีปัญหาเรื่องแบตเตอรี่เสื่อม ขณะทำการอัพเดทควรเสียบสายชาร์จไว้ตลอดเวลา
  • ควรสำรองข้อมูลของเครื่องเอาไว้ก่อนด้วย เช่น รูปภาพ เบอร์โทร ฯลฯ เพราะมีความเสี่ยงมากที่อัพเดทแล้วเครื่องจะค้าง ซึ่งมากกว่า 50% ของผู้ที่อัพเดทแล้วเครื่องค้าง

 

การอัพเดทผ่านทาง iTunes สามารถทำได้กับเครื่อง Mac และ PC (Windows) โดยต้องติดตั้ง iTunes เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดเท่านั้น ถึงจะใช้งานได้ หลังจากที่ติดตั้ง iTunes แล้วมีขั้นตอนในการอัพเดทดังนี้

  • สำรองข้อมูลไอโฟนก่อนทุกครั้ง หลังจากเสียบสายต่อเข้าไปที่คอมพิวเตอร์แล้วเปิดโปรแกรม iTunes ขึ้นมาจะมีแถบแจ้งเตือนด้านบนบอกว่ากำลังสำรองข้อมูลอยู่ หรือกดสำรองข้อมูลไว้ที่คอมพิวเตอร์ ระบบจะสำรองให้เราหมดเลยตั้งแต่รูป วิดีโอ ข้อความ การโทร การตั้งค่า ฯลฯ ยกเว้นแอพฯ
  • กดอัพเกรด (Upgrade) ห้ามเลือกคืนค่า (Restore) โดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้ข้อมูลในเครื่องเราหายไปทั้งหมด โปรแกรมจะดาวน์โหลด iOS10 ตรงรุ่นกับเรามาให้ ใช้เวลา 15 นาที – ชั่วโมง แล้วแต่ความเร็วอินเตอร์เน็ต
  • รอการอัพเดทจนเสร็จ จากนั้นก็สามารถใช้งานได้ตามปกติ

 

ข้อความรู้ในการอัพเดท iOS

  • เครื่องที่มีปัญหาทางด้านตัวเครื่องมาก่อน เช่น ปุ่มทัชไอดีสแกนไม่ได้ กล้องเสีย หน้าจอมีปัญหา เพราะการอัพเกรดจะทำให้เครื่องท่านเปิดไม่ติดอีกเลย
  • จะต้องมีรหัสผ่านของ iCloud เก็บไว้ก่อน ถ้าไม่แน่ใจว่ารหัสของเราถูกต้องหรือไม่ ให้ลองทดสอบออกจาก iCloud ในเมนูการตั้งค่า เพราะถ้าไม่มีรหัส รหัสผิด หลังจากการอัพเกรดเครื่องแล้ว จะไม่สามารถเข้าไปใช้งานเครื่องได้เลย
  • เมื่อทำการอัพเกรดผ่านทาง OTA แล้วเครื่องค้างที่หน้าจอแรก ไม่สามารถใช้งานได้ ให้ต่อคอมพิวเตอร์เพื่อใช้ iTunes อัพเกรดให้อีกรอบถึงจะใช้งานได้ เนื่องจากไฟล์ที่ใช้งานในการอัพเกรดเสียหาย ห้ามเลือก “คืนค่า” โดยเด็ดขาด เพราะข้อมูลในเครื่องจะหายทั้งหมด

ลูกเล่นใหม่ๆ ที่น่าสนใจใน iOS 10

ความจริงแล้วลูกเล่นใหม่ใน iOS10 นั้นมีเยอะมากจนหลายท่านอาจจะไม่รู้ว่ามีลูกเล่นตรงนี้อยู่ด้วยทำให้ใช้งานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพของ iOS10 เรามาดูกันว่าในการอัพเดทครั้งนี้มีอะไรบ้างครับ

หน้าจอล็อคแบบใหม่

เริ่มต้นกันตั้งแต่เปิดหน้าจอกันเลยนะครับ มีการปรับเปลี่ยนวิธีการล็อคหน้าจอแบบใหม่จากที่เคยใช้ลากนิ้วเพื่อปลดล็อคกลายเป็นกดปุ่มโฮมเพื่อปลดล็อคหน้าจอ ซึ่งมีวิธีการล็อค 3 แบบดังนี้

ios10-lock

  • แบบเข้ารหัส จะต้องตั้งรหัสจำนวน 6 ตัวเลขในการปลดล็อคหน้าจอจากเดิมที่รหัสแบบ 4 ตัวสามารถสุ่มกดได้เพียงแค่เวลา 2-3 วันก็สามารถปลดล็อคได้แล้ว
  • ล็อคแบบไม่ต้องใช้รหัส เป็นการปลดล็อคหน้าจอแบบทั่วไป ทำได้โดยการกดปุ่มพาวเวอร์ก่อนเพื่อให้จอติด จากนั้นกดปุ่มโฮมอีกครั้งเพื่อเข้าใช้งาน หรือจะกดปุ่มโฮม แล้วตามด้วยปุ่มโฮมอีกครั้งก็ได้
  • ล็อคแบบใช้ลายนิ้วมือ เป็นวิธีที่ง่ายที่สุด และ Apple แนะนำให้ใช้กันแบบนี้ โดยการกดปุ่มโฮมลงไปหนึ่งครั้งแล้วแช่นิ้วมือค้างเอาไว้เพื่อปลดล็อคไปในตัว แต่สำหรับ iPhone7 นั้นสามารถใช้นิ้วมือแตะที่ปุ่มเพื่อปลดล็อคได้เลยเพราะเป็นปุ่มโฮมแบบใหม่ที่ไม่ต้องกดลงไป

 

ลูกเล่นบนหน้าจอล็อค

นอกจากวิธีการปลดล็อคแบบใหม่แล้ว ยังมีลูกเล่นในการปลดล็อคมาให้ครบถ้วน คือ การลากนิ้วไปทางซ้ายเพื่อเปิดกล้องถ่ายรูป ลากนิ้วไปทางขวาเพื่อเปิดดูวิดเจ็ตแอพฯ ต่างๆ ลากนิ้วลงล่างเพื่อกดดูการแจ้งเตือน และลากนิ้วขึ้นด้านบนเพื่อเข้าสู่แผงควบคุมต่างๆ (Control Center)

  • การแจ้งเตือนในหน้าจอล็อค เราสามารถกดเข้าไปยังแอพฯ นั้นๆ ได้เลยทันที เพียงแค่เลื่อนนิ้วไปทางขวาเพื่อเปิดแอพฯ แต่ถ้าเลื่อนไปทางด้านซ้ายจะมีปุ่ม “ตอบกลับ – ปิด – ล้าง” ขึ้นมาเป็นการทำคำสั่งกับการแจ้งเตือนนั้น

img_3356

แถบการแจ้งเตือนหน้าจอล็อค

img_3360

เลือกเปิด หรือปิดแอพฯ นั้นๆ ได้ด้วย

img_3357

เลื่อนไปเพื่อพบกับวิดเจ็ต

img_3359

จัดการเพิ่มวิดเจ็ตได้ทั้งหมด

  • แผงควบคุม (Control Center) ในแบบฉบับของ iOS 10 นั้นมีความพิเศษตรงที่มีลูกเล่นในการปรับตั้งค่าต่างๆ อย่างครบถ้วน แถมยังเลื่อนไปยังหน้าจอที่สองเพื่อควบคุมเพลง และการส่งต่อไปยังอุปกรณ์อื่นๆ ได้ด้วย

img_3353

แผงควบคุมที่เลื่อนขึ้นมาด้านบน

img_3354

เลื่อนแผงควบคุมด้านข้างได้

img_3355

แผงควบคุมสามารถปรับขยายตามการใช้งาน

  • แถบแจ้งเตือนด้านบน นอกจากจะเป็นที่รวมการแจ้งเตือนจากทุกแอพฯ แล้วเรายังปัดไปทางขวาเพื่อดูวิดเจ็ตของแต่ละแอพฯ ได้ด้วย ซึ่งก็มีลูกเล่นต่างกัน เช่น การแสดงค่าเงิน สภาพอากาศ จดบันทึก การเช็คเที่ยวบิน เปิดปิดไฟ ฯลฯ ซึ่งก็แล้วแต่แอพฯ ที่เราดาวน์โหลดลงมา แถมยังปรับเปลี่ยนตำแหน่งได้ตลอดด้วย

ส่งข้อความผ่าน iMessage ได้เจ๋งขึ้น

สำหรับส่วนของ iMessage นั้นเรียกได้ว่าเป็นการยกเครื่องใหม่เลยทีเดียว จากแอพฯ ส่งข้อความธรรมดาที่เอามาแทนการใช้งาน SMS กลายเป็นแอพฯ แชตระหว่างอุปกรณ์ iOS ด้วยกัน ลูกเล่นเพียบทั้งการส่งสติ๊กเกอร์ ส่งภาพเคลื่อนไหว ลูกเล่นเต็มจอ อีโมจิใหม่กว่าร้อยแบบ ข้อความยาวๆ รูปภาพ วาดรูป แถมยังแสดงผลบน Apple Watch ได้อีกด้วย ทำให้เราแชตกับเพื่อนๆ ได้โดยไม่ต้องยกไอโฟนขึ้นมาเลย แต่ก็ยังจำกัดอยู่ที่การใช้งานกับระบบปฏิบัติการ iOS อยู่ดี เพราะฉะนั้นอยากคุยกับคนทั่วไปมี LINE ติดเครื่องไว้จะดีกว่าครับ

img_3364

ระบบข้อความแบบปกติที่เราใช้กัน

img_3365

กดเข้าไปแล้วสามารถเพิ่มลูกเล่นเข้าไปได้

img_3367

วาดรูปส่งเป็นข้อความได้อย่างง่ายดาย

img_3368

ส่งไปยัง Apple Watch ก็ทำได้ด้วย

img_3370

เพิ่มสติ๊กเกอร์จากสโตร์ของสติ๊กเกอร์โดยเฉพาะ

img_3372

ดาวน์โหลดมาแล้วก็ใช้ได้เลยทันที

img_3374

ส่งทั้งสติ๊กเกอร์ และรูปได้อย่างสนุกสนาน

สั่ง Siri ให้ทำงานกับแอพอื่นๆ ได้ด้วย

เราคงได้ลองใช้ Siri ในเวอร์ชั่นก่อนหน้านี้แล้วในการถามหาความหมาย ค้นหาที่อยู่ สภาพอากาศ ถามเวลา ฯลฯ ซึ่งเป็นคำสั่งพื้นฐานเท่านั้น แต่ใน iO10 เปิดโอกาสให้เราพูดกับ Siri ให้ล้วงเข้าไปในคำสั่งของแค่ละแอพฯ ได้ (แต่ต้องให้แอพฯ นั้นอัพเดทเสียก่อนด้วย) ทำให้เราพูดกับ Siri เพื่อทำคำสั่งต่างๆ ได้ เช่น เปิดไฟในบ้านทั้งหมด โอนเงินให้แม่ 1,000 บาท จองตั๋วหนัง Starwars สามที่นั่งรอบเที่ยง โพสข้อความเฟสบุ๊คบอกว่าปาร์ตี้สนุกมาก เปิดเพลง Maroon 5 เช็คอินเที่ยวบิน AirAsia เป็นต้น ทุกอย่างสามารถสั่งเข้าไปในแอพฯ ได้ถ้าแอพฯ นั้นมีการอัพเดทลูกเล่นนี้เข้าไปด้วย

img_3375

ต้องตั้งค่า Siri ก่อนการใช้งาน

img_3376

คำถามทั่วไปสามารถถามได้ตามปกติ

img_3377

สั่งให้โพสข้อความเฟสบุ๊คก็ได้ แต่ต้องเข้าบัญชีเฟสบุ๊คก่อน

img_3378

สั่งให้ส่งอีเมล์

img_3379

สั่งให้ค้นหาของในอีเบย์

ลูกเล่นเพิ่มเติมใน Apple Maps

ระบบแผนที่นั้นจะฉลาดขึ้นไปเรื่อยๆ โดยการเพิ่มปั้มน้ำมัน ร้านอาหาร ร้านกาแฟ สถานที่สำคัญต่างๆ การเดินรถประจำทาง เพื่อเตรียมรองรับกับการใช้งาน CarPlay แต่อย่างไรก็ตามฐานข้อมูลเหล่านี้จะยังไม่รองรับกับประเทศไทย หวังว่าจะมีอะไรมาอัพเดทในแผนที่ไทยเร็วๆ นี้ด้วย

img_3380

Apple Map หน้าตาเปลี่ยนไปสวยงามยิ่งขึ้น

img_3382

สถานที่ต่างๆ เป็นภาษาไทยหมดแล้ว

img_3383

ค้นหาสถานที่เพิ่มเติมได้

ระบบจัดการรูปภาพใหม่ Photo Memories

อัลบั้มจัดเก็บรูปของ iOS10 นั้นมีสิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือการตรวจจับใบหน้าของคนในรูป จากนั้นก็พยายามจดจำแล้วค้นหาว่าใครที่มีหน้าตาคล้ายกันในรูปอื่นๆ แล้วจับรวมเอาเป็นกลุ่ม เราสามารถตั้งชื่อเพื่อนคนในรูปแล้วค้นหาได้อย่างรวดเร็วด้วย นอกจากหน้าคนแล้วยังสามารถที่จะตรวจสอบดูว่ารูปนั้นเป็นอะไร ไม่ว่าจะเป็นอาหาร วิว ภูเขา ทะเล ก็จะมีการทำแท็กให้อัตโนมัติ เมื่อเราต้องการดูรูปก็แค่ค้นหาตามความหมาย เช่น ทะเล ก็จะได้รูปทั้งหมดที่มีน้ำอยู่ นอกจากการรวมแท็กคน และสถานที่ต่างๆ แล้ว ยังมีการจัดรวมกิจกรรมต่างๆ ของรูปให้ด้วย เราสามารถกดดูว่าเราไปเที่ยวที่ไหนมาในแผนที่ ในการจัดกลุ่ม และเอามาทำเป็นสไลด์โชว์ได้ง่ายๆ ดูแล้วก็เหมือนกับว่าลูกเล่นเหล่านี้ถูกดึงมากจาก iPhoto บนเครื่อง Mac ซึ่งค่อนข้างจะสะดวกมาก

img_3388

รูปภาพปกติในอัลบั้ม

img_3385

กดดูรายละเอียด แผนที่ และรูปภาพใกล้เคียงได้ด้วย

img_3386

ตกแต่งรูปภาพได้ทันที

img_3387

ใช้ Markup ในการวาดเส้น ขยายรูปต่างๆ เพิ่มตัวหนังสือก็ได้

img_3390

ค้นหารูปภาพจากการพิมพ์

img_3389

ค้นหาจากช่วงเวลาก็ทำได้ด้วย

ฟังเพลงแบบเต็มรูปแบบด้วย Apple Music

แอพฯ Apple Music นั้นได้เข้าสู่เวอร์ชั่นเต็มแล้วหลังจากที่ปล่อยออกมาเป็น Beta มาให้ใช้งานอยู่นานมาก เมื่อเป็นเวอร์ชั่นเต็มใน iOS10 ก็ได้ปรับปรุงหน้าตา รูปแบบการเรียกเพลงมาฟังใหม่ทั้งหมด ทำให้การค้นหาเพลงดูได้ง่ายมากยิ่งขึ้น เมื่อกดเปิดเพลงจะแสดงขึ้นมาเป็นป๊อปอัพคล้ายๆ การ์ด เราอยากเปลี่ยนเพลงก็เลื่อนการ์ดไปเรื่อยๆ แต่ละการ์ดก็มีปกเพลง เนื้อเพลง และเพลงต่างๆ ในอัลบั้มมาให้เลือกดูข้อมูลด้วย ซึ่งหน้าตาใหม่นี้จะถูกเอามาใช้งาน iPad และ Mac OSX ด้วย

img_3391

Apple Music ใช้ฟรี 3 เดือน

img_3393

คลังเพลงที่โหลดมา และซื้อมา

img_3394

เปิดเพลงในรูปแบบการ์ด

img_3395

เลื่อนเพื่อเปลี่ยนเพลงได้ทันที

แป้นพิมพ์แบบใหม่

สำหรับแป้นพิมพ์ใน iOS10 นั้นมีสิ่งที่เห็นได้ชัดคือไอค่อนอีโมจิอยู่ด้านล่าง ซึ่งมีเพิ่มเข้าไปอีกกว่า 100 ไอค่อน แถมยังสามารถพิมพ์อีโมจิเข้าไปแทรกในการพิมพ์ข้อความต่างๆ ได้ด้วย ข้างๆ กันคือปุ่มพิมพ์ด้วยเสียง เพียงแค่กดปุ่มแล้วพูดเป็นภาษาไทย ช้าๆ ชัดๆ ระบบจะแปลงออกมาเป็นตัวหนังสือให้เลยทันที ส่วนการพิมพ์แบบปกติระบบเดาคำศัพท์ก็ทำออกมาได้ดียิ่งขึ้น ไม่แนะนำคำอะไรแปลกๆ แบบเดิมแล้ว การพิมพ์ชื่อคน อีเมล์ หรือว่าเว็บ ก็จะมีระบบดึงข้อมูลจากการใช้งานแล้วเอามาเพิ่มให้เราทันที จึงไม่ต้องพิมพ์อะไรยาวๆ จนจบเหมือนแบบเดิมอีกแล้ว

img_3396

แป้นพิมพ์ที่บอกว่าทำใหม่หมด

img_3397

ใช้อีโมจิได้เยอะมากขึ้น

img_3398

พิมพ์ข้อความพร้อมอีโมจิได้

img_3399

พิมพ์จากการพูดได้ด้วย

ลูกเล่นอีกมากมายซ่อนอยู่ใน iOS10

นอกจากนั้นยังมีลูกเล่นย่อยๆ ที่ซ่อนอยู่ใน iOS10 อีกหลายสิบอย่าง ที่น่าลองใช้ มาดูกันว่าอีกอะไรที่น่าสนใจบ้างครับ

ปลุกหน้าจอแค่ยกขึ้นมา (Raise to Wake)

ปกติแล้วถ้าเราวางเครื่องไว้ที่บนโต๊ะ หน้าจอจะดับ แล้วเครื่องจะเข้าสู่โหมดประหยัดพลังงานให้ แต่ถ้าเราหยิบขึ้นมาเมื่อไหร่หน้าจะจอติดทันทีเพื่อให้เราทราบว่ามีข้อความ มีการแจ้งเตือนอะไรขึ้นมาบ้าง แต่ทั้งนี้ระบบนี้จะทำงานกับเซ็นเซอร์ตรวจจับที่มีแต่ในรุ่น iPhone 6, 6s, 6 Plus, 6s Plus, SE, 7, 7 Plus เท่านั้น

ลูกเล่นใหม่ๆ ในการช่วยการเข้าถึง

เราสามารถปรับหน้าจอให้เป็นสีอื่นๆ (Color Filters) ได้เพื่อลดปัญหาทางด้านสายตา ตาบอดสี หรือแพ้แสงสีฟ้าอย่างรุนแรง โดยการเข้าไปที่การตั้งค่า > ทั่วไป > การช่วยการเข้าถึง เพื่อเลือกเปิดหน้าจอเป็นสีต่างๆ ได้ แถมยังโหมดนี้ยังมีแว่นขยายเอาไว้ช่วยมองสำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องสายตาด้วย ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกับกล้องของไอโฟน

img_3400

ลูกเล่นแว่นขยายดูน่าสนใจดี

img_3402

เข้าไปปรับตั้งได้ในการช่วยการเข้าถึง

แอพพื้นฐานในเครื่องก็ลบได้นะ

ปกติแล้วแอพฯ ที่อยู่ในเครื่องของเรา เช่น สภาพอากาศ หุ้น วิทยุออนไลน์ เข็มทิศ เมล์ เครื่องบันทึกเสียง และอีกหลายๆ แอพฯ ที่ติดมาให้ในเครื่อง เราจะไม่สามารถทำอะไรกับแอพฯ เหล่านี้ได้เลย แม้จะทั่งจะเอาไปซ่อนเก็บไว้ในแฟ้มก็ยังทำไม่ได้ เห็นแล้วก็ขวางตา แถมยังกินแบตไปให้แอพฯ เหล่านี้โดยไม่ได้ใช้งาน ใน iOS10 นี้ช่วยให้เราลบแอพฯ ออกไปได้หมดเหมือนกับแอพฯ ปกติเลย แต่การลบนี้เป็นการหยุดใช้งานแล้วซ่อนไปนะครับ จะไปถูกลบออกจากระบบจริงๆ อย่างน้อยก็ไม่มากวนใจเราอีกเลย

img_3403

หน้าจอแอพฯ ตามปกติ

img_3405

กดค้างจนขยับแล้วกดลบ Facetime ออก

img_3406

แค่นี้ก็ลบเอาแอพฯ ที่เราไม่ใช้งานได้แล้ว

iCloud Drive ที่เป็นเรื่องเป็นราวยิ่งขึ้น

ก่อนหน้าที่เราใช้งาน iCloud Drive อาจจะต้องปวดหัวว่าจะเปิดดูอย่างไร แล้วเครื่องไหนที่ดึงข้อมูลได้บ้าง รูปเราไปถึงไหนแล้ว ฯลฯ คราวนี้ Apple ทำให้มันชัดเจนยิ่งขึ้น กดดูได้จากแอพฯ ชื่อ iCloud Drive ได้ทันที หรือจะกดดูจากหน้าเว็บ icloud.com ก็ได้ ถ้าท่านมีเครื่อง Mac ด้วยละก็ iCloud Drive ก็จะเอาข้อมูลจากไอโฟนไปวางไว้ด้วยจนเป็นเนื้อที่เดียวกัน แต่น่าเสียดายก็ตรงที่ให้มาแค่ 5 GB เท่านั้นเอง ถ้าอยากได้เพิ่มก็ต้องจ่ายรายปีเข้าไปอีก

ปรับแต่งรูปภาพได้จากแกลอรี่

สำหรับ iOS10 นี้เราจะแต่งรูปพื้นฐานได้ง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นการวาดเส้น เขียนตัวหนังสือ ใส่วงกลม ใส่แว่นขยายบางจุดของรูป สามารถทำได้เลยทันทีเพียงแค่กดแก้ไขรูปภาพเท่านั้น ไม่ต้องไปหาแอพฯ อะไรมาเพิ่มก็ใช้งานได้เลย

ค้นหาทุกอย่าง จากทุกแอพได้แล้ว

ในบาร์ค้นหา (Spotlight) นั้นมีอยู่ในหน้าจอหลัก และหน้าจอแจ้งเตือน เราสามารถพิมพ์ค้นหาล้วงเข้าไปในแอพฯ ต่างๆ ได้แล้ว โดยแอพฯ จะต้องอัพเดทเพื่อรองรับด้วย ถ้าอยากจะหาเพื่อนในเฟสบุ๊ค หาสถานที่ หาอีเมล์ หาเบอร์โทร หาทวิตเตอร์ ก็พิมพ์ค้นหาไปได้เลย รวมไปถึงประวัติการโทรต่างๆ ได้อีกด้วย

นอกจากลูกเล่นที่แนะนำให้แล้วยังมีลูกเล่นต่างๆ อีกมากมาย อาทิ ลบเพลงอัตโนมัติเมื่อพื้นที่เต็ม แชร์บันทึกไปให้เพื่อนได้ ส่งเพลงที่ฟังอยู่ออกไปยังอุปกรณ์อื่นๆ ได้เช่น ลำโพง ทีวี กล่องเครื่องเล่น การแจ้งเตือนเมื่อเครื่องเปียกน้ำอยู่ การจัดการเบอร์โทร อีเมล์ ปฏิทินแยกกันอย่างอิสระมากขึ้น ใส่ฟิลเตอร์ในการใช้ Live Photos การใช้ 3D Touch ในส่วนอื่นๆ ได้มากขึ้น ก็ต้องลองใช้ดูว่าอันไหนเหมาะกับเรามากที่สุด เพื่อให้เกิดประโยชน์ในการใช้งานของเราเอง ทั้งนี้มีรายงานมาว่าการอัพเกรด iOS10 นั้นอาจจะทำให้เครื่องค้างที่หน้าจอเปิดเครื่องได้ เพราะฉะนั้นควรสำรองข้อมูลก่อนอัพเดทด้วยนะครับ

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความเห็น

To Top
error: Content is protected !!