Article

สรุปหมัดเด็ด 7 แบรนด์ดังจาก Mobile World Congress 2017 :: สมคิด เอนกทวีผล

ถ้าอยากรู้อยากเห็นมือถือใหม่ๆ ที่จะออกมาในครึ่งปีนี้ ก็ต้องดูที่งาน Mobile World Congress หรือ MWC ช่วงทุกต้นปี …และ MWC 2017 ปีนี้จัด 27 กุมภาพันธ์ถึง 2 มีนาคมที่ผ่านมา ที่บาร์เซโลน่า ประเทศสเปน …ถ้าจะสรุปไล่เรียงตามตัวอักษร มือถือตัวเด่นตัวแรงที่เราคนไทยน่าจะได้เห็นในไม่ช้า ก็มีดังนี้ …

ถ้าอยากรู้อยากเห็นมือถือใหม่ๆ ที่จะออกมาในครึ่งปีนี้ ก็ต้องดูที่งาน Mobile World Congress หรือ MWC ช่วงทุกต้นปี  …และ MWC 2017 ปีนี้จัด 27 กุมภาพันธ์ถึง 2 มีนาคมที่ผ่านมา ที่บาร์เซโลน่า ประเทศสเปน  …ถ้าจะสรุปไล่เรียงตามตัวอักษร มือถือตัวเด่นตัวแรงที่เราคนไทยน่าจะได้เห็นในไม่ช้า ก็มีดังนี้ …

Huawei P10 และ P10 Plus

แบรนด์นี้วางตำแหน่งตัวเองไปเน้นเรื่องกล้องได้สำเร็จในปีที่ผ่านมา โดยเน้นกล้องหลัง ซึ่งไปร่วมมือกับแบรนด์กล้องชื่อดังอย่าง Leica เสริมด้วยแอพฯ กล้องที่มากับเครื่องซึ่งลูกเล่นมีมากมาย 

ในงาน MWC 2017 นี้  Huawei ก็เปิดตัว Huawei P10 และ Huawei P10 Plus โดยเพิ่มเติมใช้เทคโนโลยีของ Leica เพิ่มในกล้องหน้า ส่วนกล้องหลังนอกจากระบบแล้วก็ยังใช้เลนส์ของ Leica ด้วย  โดยที่กล้องหลังคู่ Leica ความละเอียด 20 MP f/2.2, Dual LED Flash, ส่วนกล้องหน้า Leica ความละเอียด 8 MP f/1.9 โดยมีซอฟต์แวร์กล้องที่ใหม่กว่ารุ่น Mate9

 P10 จะมาในหน้าจอ 5.1 นิ้ว ส่วน P10 Plus หน้าจอ 5.5 นิ้ว กับระบบปฏิบัติการ Android OS 7.0 (Nougat) ด้านสเปคเทคนิคเด่นๆ นั้น ทั้งคู่ชิปประมวลผล : Kirin 960, CPU Octa-core หน่วยความจำ RAM 4 GB ในรุ่น 64 GB (และมีตัวเลือก RAM 6 GB ในรุ่น 128 GB ถ้าเป็น P10 Plus), รองรับ microSD สูงสุดที่ 256 GB, รองรับ 2 SIM, แบตเตอรี่รองรับการชาร์จด่วน โดย P10 ความจุ 3,200 mAh และ P10 Plus ความจุ 3,750 mA

ทั้งคู่มาด้วยจุดเด่นใหม่เพิ่มเติมคือมีให้เลือกถึง 8 สี อาจจะเรียกว่ามากที่สุดเท่าที่เคยมีในมือถือรุ่นหนึ่งๆ โดยมีสีดำด้าน Graphite black, ขาวเงา Pearl white, ทองด้าน Prestige gold, ทองเงา Dazzling gold, ทองชมพู Rose gold, เงิน Mystic silver, และอีก 2 สีพิเศษใหม่คือ น้ำเงิน Dazzling Blue และเขียว Greenery ซึ่งสองสีหลังนี่ร่วมพัฒนากับสถาบัน Pantone ที่มีชื่อเสียงเรื่องมาตรฐานโลกของระบบสีกันเลยทีเดียว แถมยังขัดผิววิธีใหม่ กันลื่นและกันรอยขีดข่วนจนถึงรอยนิ้วมือได้

ทั้งสองรุ่นจะวางตลาดในเดือนมีนาคมหลายประเทศรวมไทยด้วย โดยราคาเปิดตัวแบ่งตามรุ่นคือ  P10 RAM 4 GB / ROM 64 GB – 649 ยูโร (ราวๆ 24,000 บาท),   P10 Plus RAM 4 GB / ROM 64 GB – 699 ยูโร (ราวๆ 25,800 บาท),  และ P10 Plus RAM 6 GB / ROM 128 GB -799 ยูโร (ราวๆ 29,400 บาท)

LG G6

แม้ LG ประเทศไทยประกาศเลิกทำตลาดมือถือไปแล้ว แต่ความเคลื่อนไหวยังน่าจับตา เพราะหลายคนยังติดใจดีไซน์สวยๆของตระกูล G ที่ต่อเนื่องมาหลายรุ่น แต่รุ่นใหม่ๆ จากนี้ไปในไทย ถ้าจะซื้ออาจต้องใช้เครื่องหิ้ว หรืออาจจะมีบริษัทตัวแทนจำหน่ายไปทำข้อตกลงแทน

ในงานนี้ LG เปิดตัว LG G6  ออกแบบมาให้ขอบข้างบางเฉียบ  ทำให้ตัวถังมือถือที่มีหน้าจอ 5.7 นิ้วของ G6 ไปมีขนาดเท่ากับมือถือแบรนด์อื่นรุ่นอื่นที่มีหน้าจอ 5.2 นิ้ว เพื่อความสะดวกในการหยิบจับพกพา

นอกจากนี้จอ G6 ยังอินดี้ไม่เหมือนใคร คือมีอัตราส่วนสูงต่อกว้างเป็น 18:9 แทนที่จะเป็น 16:9 อย่างจอมือถือทั่วไป เพื่อใช้ฟีเจอร์ 2 หน้าจอใน Android 7 แบ่งได้เป็นสี่เหลี่ยมจตุรัส 2 จอพอดี เพื่อให้ใช้ 2 แอพฯ พร้อมกันได้สบายตากว่าจอมือถือทั่วไป

Moto G5 และ G5 Plus

ทั้งตระกูล G5 นี้มีให้เลือกแค่ 2 สี ได้แก่ Lunar grey และ Fine Gold มากับบอดี้โลหะทั้งตัว โดย G5 จอ 5.0 นิ้วและ G5 Plus จอ 5.2 นิ้ว โดยทั้งสองรุ่นมีความละเอียด Full HD (1920 x 1080) เท่ากัน กระจกเป็น Gorilla Glass

Moto G5 ใช้ชิป Snapdragon 430 และมีสองตัวเลือกคือ RAM 2 GB / ROM 16 GB หรือ RAM 3 GB / ROM 32 GB  … ส่วน G5 Plus ใช้ Snapdragon 625 และมีตัวเลือก RAM 3 GB / ROM 32 GB หรือ RAM 4 GB / ROM 64 GB  ส่วนแบตเตอรีของ Moto G5 นั้นมีขนาด 2,800 mAh ขณะที่ Moto G5 Plus มีขนาด 3,000 mAh ถอดเปลี่ยนเองได้ทั้งสองรุ่น

กล้อง Moto G5 นั้นมีกล้องหลังขนาด 13 Megapixel และ Dual Tone LED ส่วน Moto G5 มีกล้องหลังขนาด 12 Megapixel แม้จะเล็กลงแต่ก็สามารถถ่ายภาพในสภาพแสงน้อยได้ดีขึ้น เนื่องจากรูรับแสงกว้างกว่าเดิม ส่วนกล้องหน้านั้นทั้งสองรุ่นมีขนาด 5 Megapixel เหมือนกัน

ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 7.0 Nougat ที่เพิ่มฟีเจอร์สั่งงานเช่นเขย่ามือถือเพื่อเปิดไฟฉาย หรือลากนิ้วเพื่อเปิดกล้อง และในอนาคตนี้จะใช้งาน Google Assistant ได้เช่นเดียวกับมือถือของกูเกิ้ลเองอย่าง Google Pixel ด้วย

Moto G5 และ Moto G5 Plus จะวางตลาดปลายมีนาคมเป็นต้นไป โดยราคาของ Moto G5 ประมาณ $211 (ราวๆ 7,400 บาท) ส่วน Moto G5 Plus คาดว่าจะเริ่มต้นที่ $229 หรือประมาณ 8,000 บาท 

Nokia

กลับมาใหม่ด้วยมือถือที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์แบบ “Pure Android” คือตรงตามที่กูเกิลทำมาเป๊ะๆ ไม่ดัดแปลงไปแบบยี่ห้ออื่นๆ นิยมทำ   โดยมี 3 รุ่น คือ Nokia 3, Nokia 5, และ Nokia 6 มากับมากับ Android 7.1

เริ่มที่ Nokia 3 ที่บอดี้เป็นพลาสติกแต่เฟรมรอบตัวเป็นโลหะอลูมิเนียม จอ 5 นิ้วกระจก Gorilla Glass 3 ความละเอียดเพียง HD (1280 x 720), ชิป MediaTek 6737 (Quad Core), RAM 2 GB, ROM 16 GB ส่วนกล้องหลังและกล้องหน้าจะมีขนาด 8 Megapixel เท่ากัน แฟลช LED ด้านหลังมีตัวเดียว แบตเตอรีขนาด 2,650 mAh ราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ 140 ยูโร (ราวๆ 5,100 บาท)

ต่อไปเป็น Nokia 5 ที่มีหน้าจอ 5.2 นิ้ว (HD – 1280 x 720) บอดี้เป็นโลหะชุบแบบอโนไดซ์ ใช้หน่วยประมวลผล Snapdragon 430  RAM 2 GB ROM 16 GB กล้องหลัง 13 ล้าน แฟลช Dual Tone ส่วนกล้องหน้า 8 ล้าน มีแบตเตอรี 3,000 mAh มีสีให้เลือกสี่สี ได้แก่ฟ้า เงิน ดำ ทองแดง ราคาอยู่ที่ 190 ยูโร (ราวๆ 7,000 บาท)

และพี่ใหญ่ Nokia 6  จอ 5.2 นิ้ว IPS LCD ความละเอียด 1080p, Gorilla Glass,  ชิปประมวลผล : Snapdragon 430, Octa-core Cortex-A53, Adreno 505 ,  RAM 3 GB ROM 32 GB, แบตเตอรี่ความจุ 3,000 mAh, กล้องหลังความละเอียด 13 MP f/2.0, Dual LED Flash บันทึกวิดีโอความละเอียด 1080p, กล้องหน้าความละเอียด 8 MP f/2.0  ราคา 230 ยูโร (ราวๆ 8,500 บาท)  และมีรุ่นพิเศษใช้ชื่อว่า Arte Black มีหน่วยความจำเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย เป็น RAM 4 GB พื้นที่เก็บข้อมูล 64 GB ราคาเพิ่มขึ้นเป็น 300 ยูโร (ราวๆ 11,000 บาท)

ทั้งสามรุ่นมาพร้อมกับ Android 7.1 และการันตีว่าจะได้รับอัพเดทอย่างต่อเนื่อง  โดยเฉพาะอัพเดตความปลอดภัยประจำเดือน ซึ่งถือว่าเท่าเทียมกับสมาร์ทโฟนของกูเกิลเองเช่น Google Pixel เลยทีเดียว

…และอีกไฮไลต์ทีเด็กของโนเกียรอบนี้น้องเล็กย้อนยุคอย่าง “Nokia 3310 รุ่น 2017” ที่เป็นแค่ “ฟีเจอร์โฟน” ที่มี OS เล็กๆ ของตัวเอง ไม่ใช่สมาร์ทโฟน ไม่สามารถลงแอพฯ เพิ่มได้ มีหน่วยความจำ ROM แค่ 16 MB (ไม่ใช่ GB) และรองรับเครือข่ายเพียง 2G เน้นไว้รับสายและโทรออก กับเล่นเกมงู  ดูนาฬิกา ฯลฯ เรียกเสียงฮือฮาสร้างสีสันย้อนยุค แซมด้วยเสียงบ่นปนเปกันไป

OPPO

ยังไม่เปิดตัวรุ่นใหม่ในงานนี้  แต่เลือกจะมาเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ในระบบกล้อง  ที่จะใช้กับรุ่นใหม่ๆ นับจากนี้  คือเทคโนโลยีซูมกล้องคู่ 5 เท่า “5x Dual-Camera Zoom” ที่ทาง OPPO เทียบว่าเหนือกว่าเลนส์คู่ของแบรนด์ดังเจ้าอื่น (ที่คุณก็รู้ว่าใคร) ซึ่งซูมแค่เพียง 2x เท่านั้น

ระบบนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากกล้องหักเหแสง Periscope ในเรือดำน้ำ โดยนำมาทำเลนส์เทเลโฟโต้ในโครงสร้างแบบเดียวกัน ทำให้แสงจากหลังมือถือถูกหักเลี้ยว 90 องศาไล่มาตามแนวกว้างข้างในบอดี้มือถือปกติได้ยาวๆโดยไม่ต้องทำเลนส์ซูมยื่นออกมา ช่วยเพิ่มระยะให้การซูมได้มากขึ้นเป็น 5 เท่านั่นเอง

Samsung

เป็นอีกแบรนด์ที่เลือกยังไม่เปิดตัวรุ่นใหม่ S8 ในงานนี้ แต่จะยิงลูกโดด ไปจัดงานเปิดตัวเอง 29 มีนาคมนี้  …แต่ในงาน MWC 2017 Samsung เลี่ยงมาเปิดตัวแท็บเล็ต Samsung Galaxy Tab S3 รุ่นใหม่พร้อมปากกา S Pen  จอ 9.7 นิ้ว ระบบแอนดรอยด์ มีทั้งรุ่นใส่ซิมได้และรุ่น WiFi ล้วนๆ

และพร้อมกันนี้ยังเปิดตัวโน้ตบุ๊คกึ่งแท็บเล็ต ” Samsung Galaxy Book ” ที่มีปากกา S Pen แทน   โดยมี 2 รุ่นคือรุ่นจอ 10.6 นิ้ว และรุ่นจอ 12 นิ้ว ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows 10 โดยรุ่นใหญ่ 12 นิ้วนั้นมีรุ่นย่อยที่ใส่ซิมได้ด้วย

Sony

เปิดตัวถึง 4 รุ่นภายใต้ชื่อเก่งคือ Xperia ได้แก่  Xperia XA1 กับ Xperia XA1 Ultra , Xperia XZs, และ Xperia XZ Premium

2 รุ่นแรกต่างกันเล็กน้อยที่หน้าจอเล็กใหญ่ คือ Xperia XA1 สำหรับรุ่นหน้าจอ 5 นิ้ว และ Xperia XA Ultra สำหรับรุ่นหน้าจอ 6 นิ้ว มาพร้อมกับจอภาพแบบไร้ขอบจอ โดยมีให้เลือกทั้งหมด 4 สีด้วยกันคือ White, Black, Gold และ  Pink

กล้องหลังจะมาพร้อมกับความละเอียด 23 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องหน้าของ Xperia XA1 จะมีขนาด 8 ล้านพิกเซล, f/2.0, 23mm, Autofocus, ขนาดเซ็นเซอร์ 1/4″ แต่ของ Xperia XA1 Ultra นั้นอัพกล้องหน้าเป็น 16 ล้านพิกเซล, f/2.0, 23mm, OIS, Autofocus, ขนาดเซ็นเซอร์ 1/2.6″

ขยับขึ้นไปอีก เป็น Xperia XZs จอขนาด 5.2 นิ้ว Full HD Display TRILUMINOS™  X-Reality™ มี 3 สีให้เลือกคือ Ice Blue, Warm Silver, Black โดยมีสีใหม่เพิ่มจาก XZ คือสีฟ้า Ice Blue กล้องหน้าความละเอียด 13 ล้าน เซ็นเซอร์รับภาพ 22 mm  F2.0 รองรับ ISO สูงสุด 6400 (Photo) / 1600 (Video) และเทคโนโลยีกันสั่น SteadyShot™ with Intelligent Active Mode (5-axis stabilization) มีเทคโนโลยี Motion Eye ช่วยถ่ายวัตถุเคลื่อนที่, และมีลำโพงคู่ S-Force Surround

และรุ่นใหญ่ Xperia XZ Premium จอ 4K HDR 5.5 นิ้ว Corning Gorilla Glass 5 มี 2 สีให้เลือกคือ Luminous chrome กับ Deepsea Black,  ชิป Qualcomm Snapdragon 835 ซึ่งแรงกว่า 820 ถึง 50% และประหยัดแบตมากขึ้นกว่าเดิมถึง 25% , RAM 4 GB, กล้องหลัง 19 ล้านพิกเซลในเซ็นเซอร์ขนาดใหญ่ พร้อมเทคโนโลยี Motion Eye บันทึกวิดีโอแบบสโลว์โมชั่นได้สูงสุดถึง 960 FPS, และมีลำโพงคู่ S-Force Surround

ยังมีอีกหลากหลายแบรนด์มือถือทั่วโลกที่มาในงานนี้ แต่ What phone ขอเลือก 7 แบรนด์ใหญ่นี้มานำเสนอกัน ซึ่งก็ใช้ระบบปฏิบัติการ Android กันทั้งหมด ส่วน iPhone ของค่าย Apple นั้นไม่เน้นมาออกตัวอะไรในงานนี้เท่าไรนัก เน้นจัดงานของตัวเองที่จะจัดทุกอย่างทั้งงานเองเดี่ยวๆ ตามสไตล์ที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัย สตีฟ จ๊อบส์ มากกว่า   ซึ่งถ้ามีข่าวคืบหน้าอะไรอีกเราจะติดตามมานำเสนอต่อไปครับ

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความเห็น

To Top