Article

Bluetooth 5.0 เทคโนโลยีสุดล้ำเชื่อมต่ออุปกรณ์แห่งอนาคต | Onepunch

เชื่อว่าทุกคนคงไม่รู้จัก Bluetooth เทคโนโลยีรับส่งข้อมูลระยะใกล้บนอุปกรณ์ไร้สาย ไม่จำกัดเฉพาะมือถือนะครับ เรียกได้ว่าแทบจะมีทุกแวดวงการเลย ตั้งแต่เครื่องใช้ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ กล้อง เครื่องเสียง อุปกรณ์สวมใส่ ฯลฯ เปิดตัวครั้งแรกเมื่อ 19 ปีก่อน (1998) ปัจจุบันมาตรฐานของ Bluetooth ดำเนินมาถึงยุค 5.0 (Bluetooth 5) ตอบสนองการเชื่อมต่อไร้สายครบวงจร

Bluetooth 5.0 เทคโนโลยีสุดล้ำเชื่อมต่ออุปกรณ์แห่งอนาคต

เชื่อว่าทุกคนคงไม่รู้จัก Bluetooth เทคโนโลยีรับส่งข้อมูลระยะใกล้บนอุปกรณ์ไร้สาย ไม่จำกัดเฉพาะมือถือนะครับ เรียกได้ว่าแทบจะมีทุกแวดวงการเลย ตั้งแต่เครื่องใช้ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ กล้อง เครื่องเสียง อุปกรณ์สวมใส่ ฯลฯ เปิดตัวครั้งแรกเมื่อ 19 ปีก่อน (1998)  ปัจจุบันมาตรฐานของ Bluetooth ดำเนินมาถึงยุค 5.0 (Bluetooth 5) ตอบสนองการเชื่อมต่อไร้สายครบวงจร ทั้งความเร็ว ระยะสัญญาณ ปริมาณรับส่งข้อมูล การประหยัดพลังงาน และรูปแบบการทำงานหลากหลาย เคยได้ยินคำว่าอุปกรณ์ IoT (Internet of Thing) มั้ยครับ ? มาตรฐาน Bluetooth 5 ออกมารองรับอุปกรณ์ IoT ในอนาคต ซึ่งต้องการทั้งความเร็ว ระยะเชื่อมต่อ และปริมาณการรับส่งข้อมูลมหาศาล ต่อยอดจากมาตรฐาน Bluetooth 4.2 เดิมซึ่งเปิดตัวในปี 2014

แล้วจุดเด่นของ Bluetooth 5.0 มีอะไรบ้าง ใช้ประโยชน์อย่างไร ? มารับชมกันครับ

ความเร็วมากขึ้น 2 เท่า (2X Speed)

แรงขึ้น 2 เท่าด้วยอัตราการรับส่งข้อมูล 2 Mbit/วินาที รับส่งข้อมูลรวดเร็วกว่าที่เคย สัมพันธ์กับอัตราการรับส่งข้อมูล (Bandwidth) หากอยู่บนอุปกรณ์ Mobile, IoT จะทำให้การตอบสนองคำสั่งรวดเร็วขึ้นมาก สมมติว่าเราต้องการให้ลำโพงเปิดเพลง จากเดิมใช้เวลา 3-4 วินาทีในการตอบสนอง อาจเหลือแค่ 1-2 วินาที หรือทันที (Instant) ด้วยความเร็วรับส่งมากขึ้นนั่นเอง

ระยะไกลขึ้น 4 เท่า (4X Range)

เราทราบกันดีว่าบลูทูธ คือเทคโนโลยีการเชื่อมต่อระยะใกล้ ยกอุปกรณ์ออกมาสัก 10-20 เมตร สัญญาณก็เริ่มหายแล้ว สำหรับบนมาตรฐาน บลูทูธ 5.0 รองรับระยะการเชื่อมต่อสูงสุด 800 ฟุต (ประมาณ 243 เมตร) มากกว่าเดิม 4 เท่า ทำให้อุปกรณ์ต่างๆ สามารถเชื่อมต่อ ‘ข้ามห้อง ข้ามชั้น’ หรือเคลื่อนย้ายสะดวกขึ้น ไม่ต้องกลัวหลุด ระยะเพิ่มขึ้น = ความยืดหยุ่นมากขึ้น ทำได้หากอุปกรณ์รองรับมาตรฐาน บลูทูธ 5 ครับ

ปริมาณข้อมูลเพิ่มขึ้น 8 เท่า (8X Data)

 

นอกจากระยะไกลขึ้น ความเร็วเพิ่มขึ้น สิ่งสำคัญที่ทำให้มาตรฐาน บลูทูธ 5 น่าสนใจมากคือ รับส่งข้อมูลมากขึ้น 8 เท่า ตรงนี้ทำให้ Device สามารถโต้ตอบ แสดงผลข้อมูล ส่งต่อข้อมูลระหว่างกัน มากขึ้นมหาศาล โดยเฉพาะกลุ่มอุปกรณ์ IoT จากเดิมอาจแสดงผลข้อมูล – รับคำสั่งได้ไม่มาก คราวนี้จะกลายเป็นแม่บ้านรับคำสั่งคุณเลยล่ะ

Bluetooth Beacons

อันนี้เหมือนจะออกมาพักนึงแล้ว เป็นเทคโนโลยีระบุตำแหน่งด้วยสัญญาณ บลูทูธ LE ในรูปแบบ Tag บรรจุคำสั่งไว้ สมมติเดินเข้าบ้านมา อุปกรณ์ต่างๆ ที่เราตั้งค่าไว้จะทำงานอัตโนมัติทันที เช่นเดียวกันบนมาตรฐาน บลูทูธ 5 ด้วยระยะส่งไกลขึ้น รับข้อมูลมากขึ้น บางทีอาจประยุกต์ได้เช่น เมื่อเดินเข้าห้างสรรพสินค้า ระบบจะแจ้งเตือนเกี่ยวกับกิจกรรม Event, โปรโมชั่นลดราคา, ร้านอาหารน่าสนใจ ฯลฯ โดยที่คุณไม่ต้องเสียเวลา Search หาเลย

Device

ณ วันที่เขียนบทความ มีเพียง Samsung Galaxy S8 และ Galaxy S8 Plus ที่มาพร้อมกับมาตรฐาน บลูทูธ 5 ครับ เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด Device ต่างๆ ควรเป็น บลูทูธ 5 เหมือนกัน ต้องรออีกสักพักครับ จนกว่าอุปกรณ์ใหม่ๆ ออกสู่ตลาดมากขึ้น เราจะได้เห็นฟีเจอร์ลูกเล่นการใช้งานแปลกๆ อีกมากทีเดียว

สรุป

ไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าอุปกรณ์ IoT จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันมากขึ้น จากเดิมแค่มือถือเครื่องเดียว ตอนนี้มาทั้งนาฬิกา สายรัดข้อมือ ลำโพง ยันเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน และ … รถยนต์ เริ่มมาแล้วเหมือนกัน มาตรฐาน บลูทูธ 5 มาเพื่อรองรับสิ่งนี้ครับ ด้วยประสิทธิภาพการรับส่งข้อมูลมากขึ้น ไกลขึ้น เร็วขึ้น ตามที่กล่าวไปก่อนหน้า

อย่างไรก็ดี กว่าอุปกรณ์รุ่นใหม่จะรองรับ บลูทูธ 5 อย่างกว้างขวาง คงต้องใช้เวลา 1-2 ปีอย่างน้อย … ดังนั้นไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน Device และมาตรฐาน บลูทูธ 4.2 (ปัจจุบัน) ยังคงรองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์ส่วนใหญ่ได้ดีครับ

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความเห็น

To Top